เบอร์ 5 ไม่ใช่รางวัล มันคือเส้นผ่าน

ของทุกชิ้นที่ผ่านเกณฑ์ได้ฉลากเบอร์ 5 เหมือนกันหมด

แปลว่าคำว่าเบอร์ 5 บอกได้เพียงว่าเครื่องนั้นผ่าน ไม่ได้บอกว่าผ่านมาแบบเฉียดฉิวหรือผ่านมาแบบทิ้งห่าง

ตัวเลขที่บอกเรื่องนั้นอยู่บนฉลากเหมือนกัน แต่อยู่ในบรรทัดที่ไม่มีใครอ่าน

บรรทัดนั้นคือหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ต่อปี

เทียบเครื่องสองเครื่องที่ขนาดเท่ากัน แล้วดูว่าใครกินหน่วยน้อยกว่า

นั่นคือคำตอบทั้งหมดของเรื่องนี้ และใช้เวลาสิบวินาที

ส่วนที่เหลือของบทความคือเหตุผลว่าทำไมตัวเลขอื่นบนฉลากถึงเชื่อได้น้อยกว่านั้น

ด้านหลังของเครื่องใช้ไฟฟ้าสีขาวที่วางชิดผนัง มีพลาสติกเรียบและสายไฟสีดำม้วนอยู่

บนฉลากมีอะไรบ้าง

ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 จัดทำโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และรูปแบบใหม่แบบติดดาวเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562

สิ่งที่พิมพ์อยู่บนฉลากมีดังนี้

  • ระดับดาว ซึ่งมีสี่ระดับคือ เบอร์ 5 เบอร์ 5 หนึ่งดาว สองดาว และสามดาว
  • หน่วยไฟฟ้าที่ใช้ต่อปี เป็นกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี
  • ค่าไฟฟ้าโดยประมาณต่อปี เป็นบาท
  • ค่าประสิทธิภาพ ซึ่งในเครื่องปรับอากาศคือค่าที่วัดตลอดช่วงอุณหภูมิตามฤดูกาล
  • ปีของเกณฑ์ประสิทธิภาพ ที่ใช้ตัดสิน
  • คิวอาร์โค้ด สำหรับตรวจสอบว่าฉลากนั้นเป็นของจริง

สังเกตว่ามีตัวเลขสามชุด และแต่ละชุดเชื่อถือได้ไม่เท่ากัน

ทำไมตัวเลขบาทต่อปีถึงเป็นตัวที่เชื่อได้น้อยที่สุด

ตัวเลขค่าไฟต่อปีคำนวณมาจากหน่วยไฟฟ้าต่อปี คูณด้วยอัตราค่าไฟที่กำหนดไว้เป็นสมมติฐาน

ปัญหาอยู่ที่คำว่าสมมติฐาน

อัตราค่าไฟจริงของบ้านคุณขึ้นกับประเภทผู้ใช้ไฟและปริมาณที่ใช้ในเดือนนั้น และยังมีค่า Ft ที่ปรับเป็นรอบ ซึ่งอธิบายไว้ในค่า Ft ในบิลค่าไฟ ตัวเลขนี้มาจากไหน

บ้านที่ใช้ไฟเยอะจะจ่ายต่อหน่วยแพงกว่าบ้านที่ใช้ไฟน้อย เพราะโครงสร้างอัตราเป็นขั้นบันได

เพราะฉะนั้นตัวเลขบาทบนฉลากไม่ได้ผิด แต่มันเป็นตัวเลขสำหรับบ้านสมมติ ไม่ใช่บ้านคุณ

ส่วนชั่วโมงการใช้งานก็เป็นสมมติฐานเช่นกัน

เครื่องปรับอากาศบนฉลากถูกคิดจากชั่วโมงการใช้งานมาตรฐานต่อปี ซึ่งบ้านที่เปิดแอร์นอนทุกคืนใช้มากกว่านั้น และบ้านที่เปิดเฉพาะวันร้อนจัดใช้น้อยกว่านั้น

ตัวเลขบาทจึงมีไว้เปรียบเทียบระหว่างเครื่อง ไม่ได้มีไว้ทำนายบิลของคุณ

ตัวเลขที่ควรใช้จริงคือหน่วยต่อปี

หน่วยไฟฟ้าต่อปีเป็นตัวเลขที่วัดมาจากการทดสอบ ไม่ได้ผ่านสมมติฐานเรื่องราคา

เมื่อเทียบเครื่องสองเครื่องที่ขนาดเท่ากัน ตัวเลขนี้เปรียบเทียบกันได้ตรง ๆ

คำสำคัญคือขนาดเท่ากัน

แอร์ 12,000 บีทียู กับ 18,000 บีทียู เทียบหน่วยต่อปีกันไม่ได้ เพราะตัวใหญ่กว่าย่อมกินมากกว่าโดยธรรมชาติ

ตู้เย็นความจุ 7 คิว กับ 12 คิว ก็เช่นกัน

คนที่ซื้อของผิดขนาดแล้วเลือกรุ่นที่กินหน่วยน้อยที่สุดในกลุ่มนั้น ยังจ่ายมากกว่าคนที่ซื้อขนาดถูกต้อง

เพราะฉะนั้นลำดับที่ถูกคือเลือกขนาดให้ถูกก่อน แล้วค่อยเทียบหน่วยต่อปีภายในขนาดนั้น

ดาวบอกอะไร และไม่ได้บอกอะไร

ระบบดาวเพิ่มเข้ามาเพื่อแยกความต่างภายในกลุ่มที่ผ่านเกณฑ์เบอร์ 5 ด้วยกัน

แต่ละระดับดาวประหยัดเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณห้าถึงสิบเปอร์เซ็นต์

คำที่ต้องอ่านคือโดยเฉลี่ย

เพราะเปอร์เซ็นต์นั้นคิดจากการใช้งานของเครื่องนั้นเอง ไม่ใช่จากบิลค่าไฟทั้งบ้าน

ถ้าเครื่องนั้นคิดเป็นส่วนน้อยของบิล การประหยัดสิบเปอร์เซ็นต์ของส่วนน้อยก็ยังเป็นส่วนน้อยอยู่ดี

ข้อนี้เป็นเหตุผลที่การอัปเกรดแอร์จากเบอร์ 5 เป็นเบอร์ 5 สามดาว ให้ผลต่างกันมาก ในขณะที่การอัปเกรดหม้อหุงข้าวแทบไม่รู้สึกอะไร

วิธีรู้ว่าเครื่องไหนคิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของบิล อยู่ในเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรกินไฟที่สุดในบ้าน และวิธีวัดเองให้รู้จริง

คอนเดนซิงยูนิตแอร์สีขาวหลายเครื่องติดเรียงกันอยู่บนผนังด้วยขายึดเหล็ก

ปีของเกณฑ์ เป็นบรรทัดที่คนข้ามมากที่สุด

เกณฑ์ประสิทธิภาพถูกปรับให้เข้มขึ้นเป็นระยะ ตามที่เทคโนโลยีพัฒนาไป

แปลว่าเบอร์ 5 ที่ตัดสินด้วยเกณฑ์เก่า กับเบอร์ 5 ที่ตัดสินด้วยเกณฑ์ใหม่ ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน

ของที่ค้างสต๊อกอยู่ในร้านมาหลายปี อาจถือฉลากที่ออกตามเกณฑ์รุ่นก่อน

วิธีตรวจคือดูปีของเกณฑ์บนฉลาก และเทียบกับรุ่นอื่นที่วางขายอยู่ข้าง ๆ

ถ้าปีต่างกัน ให้เทียบที่หน่วยต่อปีแทน เพราะตัวเลขนั้นเป็นค่าที่วัดได้จริงและเทียบกันได้เสมอ

ตรวจว่าฉลากเป็นของจริง ใช้เวลาไม่ถึงนาที

ฉลากปลอมและฉลากที่ถูกนำไปติดกับรุ่นอื่นมีอยู่จริงในตลาด

สิ่งที่ควรตรวจมีสี่อย่าง

สแกนคิวอาร์โค้ดบนฉลาก ซึ่งจะแสดงข้อมูลของเครื่องรุ่นนั้น

ดูว่ารุ่นและรหัสบนฉลากตรงกับรุ่นของเครื่องจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นจุดที่ฉลากผิดรุ่นถูกจับได้บ่อยที่สุด

ดูว่ามีตราของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยครบถ้วน และองค์ประกอบของฉลากอยู่ในรูปแบบที่ถูกต้อง

ตรวจซ้ำในฐานข้อมูลบนเว็บไซต์ของโครงการ ซึ่งเปิดให้ค้นรุ่นได้

สี่ข้อนี้ใช้เวลาไม่ถึงนาทีตอนยืนอยู่หน้าสินค้า และตอบได้ทันทีว่าตัวเลขที่กำลังจะใช้ตัดสินใจนั้นเชื่อได้หรือไม่

คำนวณจุดคุ้มทุนเองในสี่ขั้น

คำถามที่ควรตอบคือ ส่วนต่างราคาที่จ่ายเพิ่มวันนี้ ใช้เวลากี่ปีถึงจะคืนมา

ขั้นที่หนึ่ง หาผลต่างของหน่วยต่อปีระหว่างสองรุ่น โดยเทียบภายในขนาดเดียวกัน

ขั้นที่สอง คูณด้วยอัตราค่าไฟจริงของบ้านคุณ ซึ่งหาได้จากบิลเดือนล่าสุด โดยเอายอดเงินหารด้วยหน่วยที่ใช้

ตัวเลขที่ได้คือค่าไฟต่อหน่วยของบ้านคุณจริง ๆ ซึ่งมักต่างจากสมมติฐานบนฉลาก

ขั้นที่สาม เอาส่วนต่างราคาเครื่องหารด้วยเงินที่ประหยัดได้ต่อปี ผลลัพธ์คือจำนวนปีที่คืนทุน

ขั้นที่สี่ เทียบกับอายุการใช้งานที่คาดหวัง ถ้าคืนทุนภายในสามถึงห้าปีสำหรับของที่ใช้สิบปี ก็คุ้ม

ถ้าคืนทุนสิบสองปีสำหรับของที่ใช้แปดปี แปลว่าจ่ายเพิ่มไปเพื่อความรู้สึกดี ไม่ใช่เพื่อประหยัด

และถ้าใช้งานน้อยกว่าสมมติฐานมาก เช่น เปิดแอร์เดือนละสิบวัน ระยะคืนทุนจะยาวกว่าที่คำนวณไว้อีก

เครื่องไหนที่ฉลากมีผลมาก และเครื่องไหนที่แทบไม่มีผล

มีผลมากที่สุด คือเครื่องที่ทำงานยาวนานและกินไฟสูง

  • เครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นตัวที่ต่างกันมากที่สุดในบ้านทั่วไป
  • ตู้เย็น เพราะทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงทุกวันตลอดปี
  • เครื่องทำน้ำอุ่นและปั๊มน้ำ ในบ้านที่ใช้บ่อย

มีผลน้อย คือเครื่องที่ทำงานสั้นหรือกินไฟต่ำ

  • หม้อหุงข้าว ไมโครเวฟ และเตารีด ซึ่งใช้เป็นนาทีต่อวัน
  • พัดลม ซึ่งกินไฟต่ำอยู่แล้ว
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่กินไฟหลักสิบวัตต์

เพราะฉะนั้นถ้ามีงบจำกัด ให้ทุ่มไปที่ดาวของแอร์และตู้เย็น แล้วซื้อของกลุ่มที่สองตามความชอบได้เลย

ข้อนี้เปลี่ยนวิธีใช้เงินได้จริง เพราะหลายบ้านจ่ายเพิ่มเท่า ๆ กันทุกชิ้นโดยไม่ได้แยกว่าชิ้นไหนคุ้ม

อุปกรณ์วัดพลังงานแบบเสียบปลั๊กสีขาวเสียบอยู่กับเต้ารับผนัง มีสายไฟสีดำต่อออกมา

สิ่งที่ฉลากไม่ได้บอก

ฉลากตอบเรื่องการกินไฟ และไม่ได้ตอบเรื่องอื่นเลย

ไม่ได้บอกความทนทาน เครื่องที่ประหยัดที่สุดแต่พังในสามปี แพงกว่าเครื่องที่กินไฟมากกว่าเล็กน้อยแต่อยู่สิบปี

ไม่ได้บอกค่าบริการหลังการขาย ซึ่งในเครื่องปรับอากาศคือต้นทุนจริงที่เกิดทุกปี

ไม่ได้บอกว่าติดตั้งดีหรือไม่ แอร์ที่ประหยัดที่สุดถ้าติดตั้งผิดหรือน้ำยาไม่พอ ก็กินไฟมากกว่าเครื่องธรรมดาที่ติดตั้งดี

ไม่ได้บอกว่าเหมาะกับห้องของคุณหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องของขนาดและทิศทางแดด ไม่ใช่เรื่องของฉลาก

ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด เพราะแอร์ที่เล็กเกินไปจะทำงานเต็มกำลังตลอดเวลา และกินไฟมากกว่าแอร์ที่ขนาดพอดีอย่างชัดเจน

คำถามที่พบบ่อย

เบอร์ 5 กับเบอร์ 5 สามดาว ต่างกันแค่ไหน

แต่ละระดับดาวประหยัดเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณห้าถึงสิบเปอร์เซ็นต์ของการใช้ไฟของเครื่องนั้น ไม่ใช่ของบิลทั้งบ้าน จึงคุ้มมากกับแอร์และตู้เย็น และแทบไม่รู้สึกกับของที่ใช้วันละไม่กี่นาที

ตัวเลขค่าไฟต่อปีบนฉลากเชื่อได้ไหม

เชื่อได้ในฐานะตัวเปรียบเทียบระหว่างเครื่อง แต่ไม่ใช่การทำนายบิลของคุณ เพราะคำนวณจากสมมติฐานเรื่องชั่วโมงการใช้งานและอัตราค่าไฟ ซึ่งไม่ตรงกับบ้านทุกหลัง

ควรดูตัวเลขไหนเป็นหลัก

หน่วยไฟฟ้าที่ใช้ต่อปี เพราะเป็นค่าที่วัดได้จากการทดสอบและเปรียบเทียบกันได้ตรง ๆ แต่ต้องเทียบภายในขนาดเดียวกันเท่านั้น

ตรวจว่าฉลากจริงหรือปลอมอย่างไร

สแกนคิวอาร์โค้ดบนฉลาก ตรวจว่ารุ่นบนฉลากตรงกับเครื่องจริง ดูตราของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยให้ครบ และค้นรุ่นซ้ำในฐานข้อมูลบนเว็บไซต์ของโครงการ

ปีของเกณฑ์บนฉลากสำคัญอย่างไร

เกณฑ์ถูกปรับให้เข้มขึ้นเป็นระยะ เบอร์ 5 ของเกณฑ์เก่ากับเกณฑ์ใหม่จึงไม่เท่ากัน ถ้าเทียบสองรุ่นที่ปีเกณฑ์ต่างกัน ให้ตัดสินจากหน่วยต่อปีแทน

ซื้อรุ่นดาวเยอะที่สุดเสมอคุ้มไหม

ไม่เสมอ ให้คำนวณจุดคุ้มทุนด้วยการเอาส่วนต่างราคาหารด้วยเงินที่ประหยัดได้ต่อปี แล้วเทียบกับอายุการใช้งานที่คาดหวัง

ฉลากบอกความทนทานด้วยไหม

ไม่บอก ฉลากตอบเฉพาะเรื่องการกินไฟ ไม่ได้ตอบเรื่องความทนทาน บริการหลังการขาย หรือความเหมาะสมกับห้องของคุณ

สรุป

  • เบอร์ 5 คือเส้นผ่าน ไม่ใช่ระดับความประหยัด
  • ตัวเลขที่ควรใช้ตัดสินคือหน่วยไฟฟ้าต่อปี และต้องเทียบภายในขนาดเดียวกัน
  • ตัวเลขบาทต่อปีคำนวณจากสมมติฐาน จึงเป็นตัวเปรียบเทียบ ไม่ใช่การทำนายบิล
  • ระดับดาวประหยัดเพิ่มเฉลี่ยห้าถึงสิบเปอร์เซ็นต์ต่อระดับ ของการใช้ไฟของเครื่องนั้น
  • ปีของเกณฑ์บนฉลากทำให้เบอร์ 5 คนละรุ่นไม่เท่ากัน
  • ตรวจฉลากจริงด้วยคิวอาร์โค้ด รุ่นที่ตรงกัน ตรา กฟผ. และฐานข้อมูลของโครงการ
  • คำนวณจุดคุ้มทุนด้วยอัตราค่าไฟจริงของบ้านตัวเอง ไม่ใช่ตัวเลขบนฉลาก
  • ทุ่มงบไปที่แอร์และตู้เย็น เพราะเป็นสองตัวที่ฉลากให้ผลต่างมากที่สุด
  • เลือกขนาดให้ถูกก่อนเสมอ เพราะขนาดผิดกินไฟมากกว่าฉลากช่วยได้