ตัวที่กินไฟที่สุดในบ้าน ไม่ใช่ตัวที่วัตต์สูงที่สุด

กาต้มน้ำไฟฟ้าเขียนไว้ว่า 2000 วัตต์ ส่วนแอร์ห้องนอนกินราว 1200 วัตต์ คนส่วนใหญ่จึงคิดว่ากาต้มน้ำคือตัวปัญหา

แต่กาต้มน้ำทำงานวันละสามนาที ส่วนแอร์ทำงานคืนละแปดชั่วโมง

สิ่งที่บิลค่าไฟคิดเงินไม่ใช่วัตต์ แต่คือวัตต์คูณด้วยเวลา ตัวเลขบนป้ายจึงบอกแค่ครึ่งเดียวของเรื่อง

นี่คือเหตุผลว่าทำไมการเดาว่าอะไรกินไฟถึงมักผิด และทำไมการวัดจริงถึงจบเรื่องได้ในสัปดาห์เดียว

ข่าวดีคืออุปกรณ์ที่ใช้วัดราคาไม่กี่ร้อยบาท และวิธีวัดของที่เสียบปลั๊กไม่ได้อย่างแอร์กับเครื่องทำน้ำอุ่น ก็ทำได้โดยไม่ต้องซื้ออะไรเลย

สูตรเดียวที่ต้องจำ

หน่วยไฟฟ้าที่การไฟฟ้าคิดเงินคือกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือที่บิลเรียกสั้น ๆ ว่าหน่วย

สูตรคือ หน่วย = วัตต์ หารด้วย 1000 คูณด้วยจำนวนชั่วโมงที่ใช้

ลองกับสองตัวอย่างข้างต้น กาต้มน้ำ 2000 วัตต์ วันละ 3 นาที คือ 2000 หารด้วย 1000 ได้ 2 แล้วคูณด้วย 0.05 ชั่วโมง เท่ากับวันละ 0.1 หน่วย

แอร์ 1200 วัตต์ คืนละ 8 ชั่วโมง คือ 1.2 คูณ 8 เท่ากับวันละ 9.6 หน่วย ถ้าคอมเพรสเซอร์ทำงานตลอดเวลา

ต่างกันเกือบร้อยเท่า ทั้งที่ตัวเลขบนป้ายของกาต้มน้ำสูงกว่า

ส่วนจะเป็นเงินเท่าไร ให้ใช้ตัวเลขจากบิลของบ้านคุณเอง ไม่ใช่ตัวเลขที่ใครสักคนบอกมา วิธีคือเอายอดเงินรวมทั้งบิลหารด้วยจำนวนหน่วยที่ใช้ในเดือนนั้น จะได้ราคาต่อหน่วยจริงของบ้านคุณ ซึ่งรวมค่า Ft ค่าบริการ และภาษีไว้แล้ว

ตัวเลขนี้ต่างกันไปในแต่ละบ้านเพราะค่าไฟบ้านคิดเป็นขั้นบันได ยิ่งใช้มากราคาต่อหน่วยยิ่งสูง และเปลี่ยนตามรอบที่มีการปรับค่า Ft ด้วย จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน

มิเตอร์วัดไฟแบบเสียบปลั๊กเสียบอยู่กับเต้ารับที่ผนัง

อ่านป้ายหลังเครื่องให้เป็น

เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกตัวมีป้ายบอกกำลังไฟ ปกติอยู่ด้านหลัง ใต้เครื่อง หรือข้างช่องใส่แบตเตอรี่

ถ้าป้ายบอกเป็นวัตต์ ใช้ได้เลย แต่ถ้าบอกเป็นแอมป์ ให้คูณด้วยแรงดันไฟบ้าน ซึ่งในไทยอยู่ราว 220 ถึง 230 โวลต์

เช่น เครื่องที่เขียนว่า 5 แอมป์ จะกินราว 1100 ถึง 1150 วัตต์

ข้อควรระวังคือ ตัวเลขบนป้ายเป็นกำลังไฟสูงสุดที่เครื่องดึงได้ ไม่ใช่ค่าที่มันใช้จริงตลอดเวลา

ตู้เย็นเป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุด มันเสียบปลั๊กอยู่ 24 ชั่วโมง แต่คอมเพรสเซอร์ทำงานเป็นช่วง ๆ เท่านั้น ถ้าเอาวัตต์บนป้ายคูณ 24 คุณจะได้ตัวเลขที่สูงกว่าความจริงมาก

แอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ก็เหมือนกัน มันเร่งและผ่อนคอมเพรสเซอร์ตามความร้อนในห้อง ทำให้กำลังไฟที่ใช้จริงเปลี่ยนตลอดคืน

นี่คือจุดที่ป้ายหมดประโยชน์ และการวัดเริ่มมีความหมาย

วัดของที่เสียบปลั๊กได้ ด้วยมิเตอร์เสียบปลั๊ก

อุปกรณ์ที่ใช้คือมิเตอร์วัดไฟแบบเสียบคั่นระหว่างเต้ารับกับปลั๊กของเครื่อง หาซื้อได้ทั่วไปในราคาไม่กี่ร้อยบาท

มันจะแสดงกำลังไฟที่ใช้อยู่ ณ ตอนนั้น และที่สำคัญกว่าคือมันสะสมหน่วยไฟฟ้าให้ด้วย

วิธีใช้ที่ให้คำตอบจริงคือ เสียบทิ้งไว้กับเครื่องนั้นหนึ่งสัปดาห์เต็ม แล้วค่อยมาอ่านค่าหน่วยสะสม

เหตุผลที่ต้องเป็นสัปดาห์ ไม่ใช่ชั่วโมงเดียว เพราะเครื่องส่วนใหญ่ทำงานเป็นรอบ ตู้เย็นตัดและต่อคอมเพรสเซอร์ เครื่องซักผ้ากินไฟหนักเฉพาะตอนปั่นและตอนทำน้ำร้อน การอ่านค่าครั้งเดียวจึงบอกอะไรไม่ได้

เอาหน่วยที่ได้ในหนึ่งสัปดาห์คูณ 4.3 จะได้ประมาณการต่อเดือน แล้วคูณด้วยราคาต่อหน่วยของบ้านคุณ

เรียงลำดับอุปกรณ์ที่ควรวัดก่อน คือของที่ทำความร้อนหรือย้ายความร้อน ได้แก่ตู้เย็น หม้อหุงข้าว เครื่องซักผ้าที่ใช้น้ำร้อน เครื่องอบผ้า และเตาไฟฟ้า

ส่วนของที่คนชอบสงสัยอย่างทีวี เราเตอร์ และกล่องรับสัญญาณ วัดได้เหมือนกัน แต่มักพบว่ารวมกันแล้วยังน้อยกว่าเครื่องทำความร้อนตัวเดียว

แม้แต่ไฟสแตนด์บายก็วัดได้ ให้ปิดเครื่องด้วยรีโมทแล้วดูว่ามิเตอร์ยังขึ้นตัวเลขอยู่ไหม ถ้ายังขึ้น นั่นคือไฟที่จ่ายอยู่ตลอดโดยไม่ได้ใช้งาน

ของที่เสียบปลั๊กไม่ได้ ให้ใช้มิเตอร์หน้าบ้าน

แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น และเตาไฟฟ้าแบบฝัง ส่วนใหญ่ต่อสายตรงเข้าเบรกเกอร์ ไม่มีปลั๊กให้เสียบมิเตอร์คั่น

แต่ยังวัดได้ด้วยมิเตอร์ของการไฟฟ้าที่หน้าบ้าน โดยไม่ต้องซื้ออะไรเลย

ทำแบบนี้ เลือกช่วงเวลาที่บ้านนิ่ง ปิดทุกอย่างที่ปิดได้ ถอดปลั๊กเท่าที่ถอดได้ แล้วปล่อยให้ตู้เย็นทำงานตามปกติเพราะถอดไม่ได้

จดเลขบนมิเตอร์ไว้ รอหนึ่งชั่วโมงโดยไม่เปิดอะไรเพิ่ม แล้วจดอีกครั้ง ผลต่างคือหน่วยพื้นฐานของบ้านคุณต่อชั่วโมง

จากนั้นเปิดเครื่องที่ต้องการวัดเพียงตัวเดียว ปล่อยไว้หนึ่งชั่วโมง แล้วจดเลขอีกครั้ง

เอาผลต่างรอบที่สองลบด้วยหน่วยพื้นฐานที่วัดไว้ตอนแรก จะได้หน่วยที่เครื่องนั้นใช้จริงต่อชั่วโมง

วิธีนี้ใช้ได้ดีที่สุดกับแอร์ เพราะทำให้เห็นความจริงสองอย่างพร้อมกัน คือแอร์กินไฟจริงเท่าไร และมันกินต่างกันแค่ไหนระหว่างชั่วโมงแรกที่ห้องยังร้อนกับชั่วโมงที่สามที่ห้องเย็นแล้ว

ถ้าอยากรู้ว่าทำไมห้องถึงร้อนจนแอร์ต้องทำงานหนัก ดูทำไมบ้านไทยถึงร้อน และควรแก้อะไรก่อน

สำหรับคนอยู่คอนโดที่บิลค่าไฟสูงผิดปกติ มีสาเหตุเฉพาะของคอนโดอยู่หลายข้อ อ่านได้ในค่าไฟค่าน้ำคอนโดแพงผิดปกติ

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรกินไฟมากที่สุดในบ้าน

โดยทั่วไปคือของที่ทำความร้อนหรือย้ายความร้อนและทำงานนาน เช่น แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น และเครื่องอบผ้า แต่ของบ้านคุณจริง ๆ ต้องวัดถึงจะรู้ เพราะขึ้นอยู่กับชั่วโมงที่ใช้

คิดค่าไฟของเครื่องหนึ่งเครื่องอย่างไร

เอาวัตต์หารด้วย 1000 คูณด้วยจำนวนชั่วโมงที่ใช้ จะได้หน่วย แล้วคูณด้วยราคาต่อหน่วยของบ้านคุณ ซึ่งหาได้จากยอดเงินรวมในบิลหารด้วยจำนวนหน่วยเดือนนั้น

ตู้เย็นเสียบไว้ 24 ชั่วโมง กินไฟเท่าวัตต์บนป้ายคูณ 24 ไหม

ไม่ เพราะคอมเพรสเซอร์ทำงานเป็นช่วง ๆ การคูณตรง ๆ จะได้ตัวเลขที่สูงกว่าความจริงมาก ให้ใช้มิเตอร์เสียบปลั๊กวัดหนึ่งสัปดาห์แทน

วัดแอร์ที่ต่อสายตรงได้อย่างไร

ใช้มิเตอร์หน้าบ้าน จดเลขก่อนและหลังหนึ่งชั่วโมงตอนปิดทุกอย่าง เพื่อหาหน่วยพื้นฐาน แล้วทำซ้ำโดยเปิดเฉพาะแอร์ ผลต่างที่หักหน่วยพื้นฐานออกแล้วคือค่าจริงของแอร์

ไฟสแตนด์บายทำให้บิลแพงจริงไหม

วัดได้ด้วยมิเตอร์เสียบปลั๊ก แต่ในบ้านส่วนใหญ่รวมกันแล้วยังน้อยกว่าเครื่องทำความร้อนเพียงตัวเดียว ให้ไล่จากตัวใหญ่ก่อน

สรุป

  • บิลคิดเงินจากวัตต์คูณเวลา ไม่ใช่วัตต์อย่างเดียว ของวัตต์สูงที่ใช้สั้น ๆ มักไม่ใช่ปัญหา
  • หน่วย เท่ากับ วัตต์ หารด้วย 1000 คูณด้วยชั่วโมง
  • หาราคาต่อหน่วยจริงของบ้านคุณจากยอดเงินรวมหารด้วยจำนวนหน่วยในบิล
  • ป้ายบอกกำลังสูงสุด ไม่ใช่ค่าที่ใช้จริง โดยเฉพาะตู้เย็นและแอร์อินเวอร์เตอร์
  • ของที่เสียบปลั๊กได้ ให้ใช้มิเตอร์เสียบปลั๊กวัดหนึ่งสัปดาห์เต็ม
  • ของที่ต่อสายตรง ให้ใช้มิเตอร์หน้าบ้าน วัดหน่วยพื้นฐานก่อนแล้วค่อยเปิดเครื่องนั้นตัวเดียว