HRV กับ ERV ต่างกันตรงไหน และบ้านไทยควรใช้ตัวไหน
ต่างกันที่ความชื้น HRV แลกเปลี่ยนเฉพาะความร้อน ส่วน ERV แลกเปลี่ยนทั้งความร้อนและความชื้นระหว่างอากาศที่ดูดเข้ากับอากาศที่ทิ้งออก ในอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา งานหนักของแอร์ไม่ได้อยู่ที่การลดอุณหภูมิอย่างเดียวแต่อยู่ที่การดึงความชื้นด้วย ERV จึงเป็นตัวที่เข้ากับสภาพอากาศไทยมากกว่า
แต่ก่อนจะไปถึงว่าเลือกตัวไหน มีคำถามที่ต้องตอบก่อน คือบ้านคุณปิดสนิทพอที่จะได้ประโยชน์จากมันหรือยัง
เครื่องสองแบบนี้ทำอะไรจริง ๆ
ทั้งคู่คือเครื่องระบายอากาศที่ทำงานสองทางพร้อมกัน ดูดอากาศเสียในบ้านออก และดึงอากาศใหม่จากภายนอกเข้ามาแทน โดยให้ลมสองสายวิ่งผ่านแกนแลกเปลี่ยนที่ไม่ปนกัน
| HRV | ERV | |
|---|---|---|
| แลกเปลี่ยนอะไร | ความร้อนอย่างเดียว | ความร้อนและความชื้น |
| อากาศใหม่ที่เข้ามา | เย็นลงบ้างแต่ชื้นเท่าอากาศข้างนอก | เย็นลงและชื้นน้อยกว่าอากาศข้างนอก |
| เหมาะกับภูมิอากาศ | หนาวและแห้ง ที่การเก็บความชื้นไว้ในบ้านเป็นเรื่องดี | ร้อนชื้น ที่ความชื้นจากภายนอกคือภาระ |
| ผลต่อภาระของแอร์ | ลดเฉพาะภาระความร้อน | ลดทั้งภาระความร้อนและภาระการดึงความชื้น |
เหตุผลที่ความต่างนี้สำคัญมากในไทย คือความชื้นที่ติดมากับอากาศภายนอกไม่ได้หายไปเอง มันไปโผล่ที่คอยล์เย็นของแอร์ ซึ่งต้องควบแน่นน้ำออกก่อนถึงจะทำให้ห้องรู้สึกสบาย ดังนั้นการดึงอากาศชื้นเข้าบ้านตรง ๆ เท่ากับย้ายงานไปให้แอร์ทำแทน
ในทางกลับกัน ERV ไม่ได้ทำให้อากาศแห้ง มันแค่ทำให้อากาศที่เข้ามาชื้นน้อยกว่าอากาศข้างนอก โดยถ่ายความชื้นบางส่วนกลับไปกับลมที่ทิ้งออก ใครที่คาดหวังว่าติดแล้วบ้านจะแห้งเหมือนเปิดเครื่องลดความชื้น จะผิดหวัง
คำถามที่ต้องตอบก่อนซื้อ บ้านคุณปิดสนิทแค่ไหน
เครื่องพวกนี้ออกแบบมาสำหรับบ้านที่ควบคุมทางเข้าออกของอากาศได้ ถ้าบ้านมีช่องรั่วอยู่ทุกด้าน อากาศจะเข้าออกตามช่องเหล่านั้นอยู่ดี และเครื่องที่คุณจ่ายเงินซื้อจะกลายเป็นพัดลมราคาแพงที่ทำงานคู่ขนานไปกับรอยรั่ว
- บ้านเก่าที่มีช่องลมใต้หลังคา ประตูหน้าต่างบานเกล็ด และช่องท่อที่ไม่ได้อุด ควรจัดการเรื่องรอยรั่วก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องเครื่อง
- คอนโดที่กระจกปิดสนิทและมีประตูเดียว คือเคสที่ได้ประโยชน์ชัดที่สุด เพราะปิดแล้วอากาศไม่หมุนเวียนจริง ๆ
- บ้านสร้างใหม่ที่ยังไม่ปิดผนัง คือจังหวะที่ถูกที่สุดในการเดินท่อ เพราะการเดินท่อย้อนหลังในบ้านที่อยู่แล้วแพงกว่าตัวเครื่องได้
ปัญหาที่ทำให้คนเริ่มมองหาเครื่องพวกนี้ มักเป็นเรื่องเดียวกัน คือปิดห้องสนิทเพื่อกันฝุ่นแล้วอากาศในห้องอึดอัด เรื่องนี้เขียนไว้แล้วใน อากาศในบ้านกับฝุ่น PM2.5
เครื่องระบายอากาศไม่ใช่เครื่องฟอกอากาศ
นี่คือความเข้าใจผิดที่แพงที่สุดในหมวดนี้ ERV ทำหน้าที่เอาอากาศเสียออกและเอาอากาศใหม่เข้า ส่วนการกรองฝุ่นเป็นคนละเรื่องที่ต้องระบุเพิ่ม
- ไส้กรองที่ติดมากับเครื่องมาตรฐานมักเป็นกรองหยาบ ซึ่งมีไว้ปกป้องแกนแลกเปลี่ยน ไม่ได้มีไว้จัดการ PM2.5
- ถ้าต้องการกรองฝุ่นละเอียด ต้องเลือกเครื่องที่รองรับไส้กรองระดับนั้นได้ตั้งแต่แรก เพราะไส้กรองยิ่งละเอียด แรงต้านยิ่งสูง และพัดลมต้องมีกำลังพอ
- การยัดไส้กรองละเอียดเข้าไปในเครื่องที่ไม่ได้ออกแบบมารองรับ จะได้ลมน้อยลงจนระบายอากาศไม่พอ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาหนึ่งด้วยการสร้างอีกปัญหาหนึ่ง
- เครื่องฟอกอากาศในห้องยังมีที่ทางของมันอยู่ เพราะมันหมุนเวียนอากาศในห้องซ้ำ ๆ ในขณะที่ ERV เติมอากาศใหม่ สองอย่างนี้ทำงานคนละหน้าที่
ตำแหน่งของช่องดูดและช่องทิ้ง คือสิ่งที่ตัดสินว่าได้ผลหรือไม่
- ช่องดูดอากาศเข้าต้องอยู่ห่างจากช่องทิ้ง ไม่งั้นเครื่องจะดูดอากาศที่ตัวเองเพิ่งทิ้งออกกลับเข้ามา ซึ่งทำให้ตัวเลขบนสเปกไม่มีความหมาย
- อย่าเอาช่องดูดไว้ใกล้คอยล์ร้อนแอร์ เพราะจะดูดลมร้อนเข้าบ้านตรง ๆ
- อย่าเอาไว้ติดถนนหรือที่จอดรถ โดยเฉพาะระดับต่ำ เพราะควันจากท่อไอเสียอยู่ตรงนั้น
- ให้ห่างจากปล่องระบายของบ่อบำบัดและช่องระบายครัว ด้วยเหตุผลที่ไม่ต้องอธิบาย
- คิดเรื่องเสียงตั้งแต่ตอนออกแบบ ท่อที่หักมุมเยอะและวางเครื่องไว้เหนือห้องนอนคือคู่ที่ทำให้คนปิดเครื่องทิ้งไว้ถาวร
ทางเลือกที่ถูกกว่าและได้ผลจริงในบางบ้าน
| วิธี | เหมาะเมื่อ | ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| เปิดหน้าต่างในช่วงที่อากาศดี | นอกฤดูฝุ่น และช่วงที่รถน้อย | ใช้ไม่ได้ในวันที่ค่าฝุ่นสูง |
| พัดลมเติมอากาศพร้อมไส้กรอง | อยากได้อากาศใหม่และแรงดันบวกกันฝุ่นเข้าตามช่อง | ไม่มีการแลกเปลี่ยนความร้อนและความชื้น ภาระตกที่แอร์ |
| ERV | บ้านหรือคอนโดที่ปิดได้จริง และเปิดแอร์เป็นประจำ | ค่าเครื่องและค่าเดินท่อสูง ต้องบำรุงรักษาต่อเนื่อง |
| HRV | ภูมิอากาศหนาวแห้ง | ไม่ตอบโจทย์ความชื้นของอากาศไทย |
ข้อสรุปที่ตรงไปตรงมาคือ ถ้าบ้านยังปิดไม่สนิทและไม่ได้เปิดแอร์เป็นประจำ เงินก้อนเดียวกันไปลงกับการอุดรอยรั่ว เปลี่ยนมุ้งลวดกับซีลประตู และเครื่องฟอกอากาศที่ห้องนอน จะให้ผลที่รู้สึกได้เร็วกว่า
ค่าบำรุงรักษาที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
- ไส้กรองต้องเปลี่ยนตามรอบ และในเมืองที่ฝุ่นเยอะรอบจะสั้นกว่าที่คู่มือเขียนไว้
- แกนแลกเปลี่ยนต้องถอดออกมาทำความสะอาดได้ ให้ตรวจตั้งแต่ตอนเลือกรุ่นว่าถอดง่ายหรือต้องรื้อฝ้า
- ต้องมีทางระบายน้ำที่กลั่นตัว โดยเฉพาะรุ่นที่ทำงานหนักในหน้าฝน
- ท่อลมต้องหุ้มฉนวนในช่วงที่ผ่านพื้นที่ร้อน เช่น ใต้หลังคา ไม่งั้นจะได้อากาศร้อนกลับเข้าบ้านและน้ำเกาะที่ผิวท่อ
- ตำแหน่งเครื่องต้องเข้าถึงได้จริง ช่องเซอร์วิสที่เล็กเกินไปแปลว่าจะไม่มีใครขึ้นไปทำความสะอาดมันอีกเลย
ถ้ากำลังจะสร้างบ้านใหม่หรือกำลังดูบ้านที่จะซื้อ การเดินท่อไว้ก่อนถูกกว่าการเดินย้อนหลังเสมอ ดูรายการทรัพย์ได้ที่ ทรัพย์ประกาศขาย
คำถามที่พบบ่อย
HRV กับ ERV ต่างกันอย่างไร
HRV แลกเปลี่ยนเฉพาะความร้อนระหว่างอากาศเข้ากับอากาศออก ส่วน ERV แลกเปลี่ยนทั้งความร้อนและความชื้น จึงลดภาระการดึงความชื้นของแอร์ได้ด้วย
บ้านไทยควรเลือกแบบไหน
ERV เพราะอากาศไทยร้อนชื้น และความชื้นที่ติดมากับอากาศภายนอกคือภาระหลักที่แอร์ต้องจัดการ ไม่ใช่แค่อุณหภูมิ
ติด ERV แล้วบ้านจะแห้งเหมือนใช้เครื่องลดความชื้นไหม
ไม่ ERV เพียงทำให้อากาศที่เข้ามาชื้นน้อยกว่าอากาศภายนอก โดยถ่ายความชื้นบางส่วนกลับไปกับลมที่ทิ้งออก ไม่ได้ทำให้อากาศในบ้านแห้ง
ERV กรอง PM2.5 ได้ไหม
ไม่ได้โดยอัตโนมัติ ไส้กรองมาตรฐานมักเป็นกรองหยาบสำหรับปกป้องแกนแลกเปลี่ยน ถ้าต้องการกรองฝุ่นละเอียดต้องเลือกรุ่นที่รองรับไส้กรองระดับนั้นตั้งแต่แรก
บ้านที่มีช่องรั่วเยอะติดแล้วคุ้มไหม
ไม่คุ้ม เพราะอากาศจะเข้าออกทางรอยรั่วอยู่ดี ควรอุดรอยรั่วและปรับปรุงซีลประตูหน้าต่างก่อน แล้วค่อยพิจารณาเครื่อง
ควรวางช่องดูดอากาศตรงไหน
ห่างจากช่องทิ้งอากาศของตัวเอง ห่างจากคอยล์ร้อนแอร์ ห่างจากถนนและที่จอดรถ และห่างจากปล่องระบายของบ่อบำบัดกับช่องระบายครัว
ต้องบำรุงรักษาอะไรบ้าง
เปลี่ยนไส้กรองตามรอบ ถอดแกนแลกเปลี่ยนออกมาทำความสะอาด ดูแลทางระบายน้ำที่กลั่นตัว และตรวจฉนวนของท่อลมในช่วงที่ผ่านพื้นที่ร้อน
มีทางเลือกที่ถูกกว่าไหม
มี พัดลมเติมอากาศพร้อมไส้กรองให้อากาศใหม่และแรงดันบวกได้ในราคาที่ต่ำกว่า แต่ไม่มีการแลกเปลี่ยนความร้อนและความชื้น ภาระจึงตกไปที่แอร์
สรุป
- HRV แลกเปลี่ยนความร้อนอย่างเดียว ส่วน ERV แลกเปลี่ยนทั้งความร้อนและความชื้น
- อากาศไทยร้อนชื้น ภาระหลักของแอร์คือการดึงความชื้น ERV จึงเข้ากับสภาพอากาศมากกว่า
- ERV ไม่ได้ทำให้บ้านแห้ง แค่ทำให้อากาศที่เข้ามาชื้นน้อยกว่าข้างนอก
- เครื่องระบายอากาศไม่ใช่เครื่องฟอกอากาศ การกรอง PM2.5 ต้องระบุตั้งแต่ตอนเลือกรุ่น
- บ้านที่ยังมีช่องรั่วอยู่ทุกด้าน ควรอุดรอยรั่วก่อน ไม่งั้นเครื่องจะทำงานคู่ขนานกับรอยรั่ว
- ตำแหน่งช่องดูดและช่องทิ้งที่ผิด ทำให้สเปกบนกระดาษไม่มีความหมาย
- ถ้าจะสร้างบ้านใหม่ ให้เดินท่อไว้ตั้งแต่ตอนยังไม่ปิดผนัง เพราะการเดินย้อนหลังแพงกว่าตัวเครื่องได้
