บ่อเกรอะทำหน้าที่แค่ครึ่งเดียวของการบำบัด ส่วนถังสำเร็จรูปรุ่นที่ถูกต้องทำครบทั้งสองครึ่ง

นี่คือคำตอบสั้นที่สุด และเป็นเหตุผลที่ราคาของสองอย่างนี้ต่างกันมาก

บ่อเกรอะทำหน้าที่แยกของแข็งออกจากน้ำ ให้ตะกอนตกลงก้นบ่อและย่อยสลายไปช้า ๆ ส่วนน้ำที่ใสขึ้นแล้วจะล้นออกไป

แต่น้ำที่ล้นออกจากบ่อเกรอะยังไม่ใช่น้ำที่สะอาด มันแค่ไม่มีของแข็งลอยอยู่ ปริมาณสารอินทรีย์ในน้ำยังสูงอยู่มาก

ในระบบบ้านไทยแบบเดิม น้ำที่ล้นออกมานั้นจะไหลไปลงบ่อซึม แล้วซึมลงดินไป ซึ่งแปลว่าดินใต้บ้านคุณคือส่วนที่สองของระบบบำบัด

ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปรุ่นที่ทำงานครบ จะมีทั้งส่วนที่ตกตะกอนและส่วนที่ย่อยสลายสารอินทรีย์อยู่ในถังใบเดียวกัน น้ำที่ออกมาจึงมีคุณภาพดีกว่ามาก

ความต่างนี้สำคัญที่สุดตอนที่ที่ดินของคุณเล็ก น้ำใต้ดินสูง หรือดินซึมน้ำได้ไม่ดี ซึ่งเป็นสภาพของบ้านจัดสรรส่วนใหญ่ในกรุงเทพและปริมณฑล

บทความนี้อธิบายทั้งสองระบบตั้งแต่หลักการ ไปจนถึงเรื่องที่ทำให้ระบบพังทั้งที่เพิ่งติดตั้ง และสิ่งที่ต้องตรวจก่อนซื้อบ้านมือสอง

น้ำเสียในบ้านมีสองชนิด และทุกอย่างเริ่มจากตรงนี้

ก่อนจะพูดถึงถัง ต้องแยกให้ออกก่อนว่าน้ำเสียในบ้านไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด

น้ำเสียจากส้วม คือน้ำที่มีของเสียจากร่างกาย ซึ่งมีเชื้อโรคและมีสารอินทรีย์เข้มข้น เป็นน้ำที่ต้องผ่านการบำบัดเสมอ

น้ำเสียจากส่วนอื่น คือน้ำจากอ่างล้างจาน อ่างล้างหน้า ฝักบัว และเครื่องซักผ้า ซึ่งไม่มีของเสียจากร่างกายแต่มีไขมัน ผงซักฟอก และเศษอาหาร

ในบ้านไทยแบบเดิม สองสายนี้ถูกแยกกัน น้ำจากส้วมลงบ่อเกรอะ ส่วนน้ำจากครัวและห้องน้ำไหลลงท่อระบายน้ำสาธารณะโดยตรง

ในระบบสมัยใหม่ที่ใช้ถังบำบัดรวม น้ำทั้งสองสายจะถูกรวมเข้าถังใบเดียวกัน ซึ่งให้ผลดีกว่าในแง่คุณภาพน้ำที่ปล่อยออก

เรื่องที่ต้องรู้คือ ถังที่ออกแบบมาสำหรับน้ำจากส้วมอย่างเดียว กับถังที่ออกแบบมาสำหรับน้ำรวม มีขนาดและโครงสร้างภายในต่างกัน

การเอาน้ำครัวไปเทลงถังที่ออกแบบมาสำหรับส้วมอย่างเดียว คือการทำให้ถังรับภาระเกินและทำให้ระบบเสียเร็วขึ้นมาก โดยเฉพาะเพราะไขมัน

ดังนั้นคำถามแรกที่ต้องถามผู้รับเหมาคือ ถังใบนี้เป็นถังสำหรับน้ำส้วมอย่างเดียว หรือถังบำบัดน้ำเสียรวม และน้ำจากครัวจะไปทางไหน

ระบบบ่อเกรอะบ่อซึม ทำงานอย่างไรจริง ๆ

ระบบดั้งเดิมของบ้านไทยประกอบด้วยบ่อสองใบต่อกัน

บ่อเกรอะ เป็นบ่อปิด น้ำจากส้วมไหลเข้ามา ของแข็งตกลงก้นบ่อกลายเป็นตะกอน ไขมันและของที่ลอยได้จะลอยเป็นชั้นอยู่ด้านบน ส่วนน้ำที่อยู่ตรงกลางจะค่อนข้างใสและไหลล้นออกไป

ในบ่อนี้มีแบคทีเรียชนิดที่อยู่ได้โดยไม่ใช้อากาศคอยย่อยตะกอนอยู่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ตะกอนไม่ได้พอกขึ้นเรื่อย ๆ ตามปริมาณที่ใส่เข้าไป แต่ก็ไม่ได้หายไปหมดเช่นกัน

บ่อซึม เป็นบ่อที่ผนังหรือก้นบ่อเปิดให้น้ำซึมลงดินได้ น้ำที่ล้นจากบ่อเกรอะจะมาพักที่นี่แล้วค่อย ๆ ซึมออกไปรอบ ๆ

ดินรอบบ่อซึมคือส่วนที่ทำการบำบัดขั้นสุดท้ายจริง ๆ เพราะจุลินทรีย์ในดินจะย่อยสารอินทรีย์ที่เหลือระหว่างที่น้ำเดินทางผ่านชั้นดิน

ระบบนี้ทำงานได้ดีมากในสภาพที่มันถูกออกแบบมา คือที่ดินกว้าง ดินซึมน้ำได้ดี และระดับน้ำใต้ดินอยู่ลึก

ปัญหาเกิดเมื่อสภาพจริงไม่เป็นแบบนั้น ซึ่งคือสภาพของบ้านส่วนใหญ่ในเมืองทุกวันนี้

ฝาบ่อคอนกรีตกลมสองใบฝังเรียบกับพื้นลานคอนกรีตข้างแปลงต้นไม้

ทำไมบ่อซึมถึงตันในที่สุด

บ่อซึมไม่ได้ตันเพราะสกปรก แต่ตันเพราะดินรอบ ๆ มันอิ่มตัว

เมื่อน้ำซึมผ่านดินไปนาน ๆ ผนังของโพรงดินรอบบ่อจะค่อย ๆ ถูกเคลือบด้วยชั้นชีวภาพบาง ๆ ซึ่งเกิดจากจุลินทรีย์และสารอินทรีย์ที่มากับน้ำ

ชั้นนี้ทำให้ความสามารถในการซึมของดินลดลงเรื่อย ๆ และเมื่อถึงจุดหนึ่ง น้ำจะซึมออกไม่ทันกับที่ไหลเข้ามา

สัญญาณที่บอกว่ากำลังจะถึงวันนั้น เรียงตามลำดับที่มันมักปรากฏ

  • ชักโครกกดแล้วลงช้าลง โดยที่ไม่ได้มีอะไรอุดในโถ
  • ได้กลิ่นบริเวณรอบฝาบ่อ โดยเฉพาะหลังฝนตกหนัก
  • พื้นดินรอบบ่อซึมชื้นตลอด หรือหญ้าตรงนั้นเขียวกว่าที่อื่นอย่างผิดสังเกต
  • น้ำเอ่อขึ้นมาที่ฝาบ่อ ซึ่งเป็นสัญญาณสุดท้ายและแปลว่าระบบเต็มแล้ว

สิ่งที่คนมักทำเมื่อเจออาการนี้คือเรียกรถสูบส้วม ซึ่งช่วยได้จริงแต่ช่วยชั่วคราว เพราะการสูบเอาตะกอนออกจากบ่อเกรอะไม่ได้แก้ปัญหาที่ดินรอบบ่อซึมอิ่มตัว

ถ้าสูบแล้วอาการกลับมาในไม่กี่เดือน นั่นคือสัญญาณว่าปัญหาอยู่ที่บ่อซึม ไม่ใช่ที่บ่อเกรอะ

ทางแก้จริงมีสามทาง คือทำบ่อซึมเพิ่มในตำแหน่งใหม่ เปลี่ยนไปใช้ถังบำบัดสำเร็จรูปที่ให้น้ำออกคุณภาพดีพอจะระบายลงท่อสาธารณะได้ หรือเชื่อมต่อเข้าระบบท่อรวบรวมน้ำเสียของท้องถิ่นถ้ามี

ทางที่สองคือทางที่บ้านในเมืองส่วนใหญ่เลือก และเป็นเหตุผลที่ถังสำเร็จรูปกลายเป็นมาตรฐานของบ้านใหม่

ถังบำบัดสำเร็จรูป มีสามแบบและราคาต่างกันด้วยเหตุผล

คำว่าถังบำบัดสำเร็จรูปครอบคลุมของที่ต่างกันมาก และคนซื้อมักไม่รู้ว่ากำลังซื้อแบบไหน

แบบที่หนึ่ง ถังเกรอะสำเร็จรูป คือบ่อเกรอะที่ทำมาสำเร็จเป็นถังพลาสติกหรือไฟเบอร์ แทนที่จะก่อด้วยวงบ่อคอนกรีตหน้างาน

ข้อดีคือไม่รั่วซึมและติดตั้งเร็ว แต่หน้าที่ของมันยังเป็นแค่การตกตะกอนเหมือนบ่อเกรอะเดิมทุกประการ

แปลว่ายังต้องมีบ่อซึมหรือทางระบายต่อจากมันอยู่ดี ถ้าใครบอกว่าซื้อถังสำเร็จรูปแล้วไม่ต้องมีบ่อซึม ให้ถามว่าเป็นถังแบบไหน

แบบที่สอง ถังบำบัดน้ำเสียแบบไม่เติมอากาศ คือถังที่มีทั้งส่วนตกตะกอนและส่วนที่บรรจุตัวกลางให้จุลินทรีย์ชนิดไม่ใช้อากาศเกาะอยู่

น้ำที่ผ่านช่องตกตะกอนแล้วจะไหลผ่านชั้นตัวกลางนี้ ซึ่งจุลินทรีย์ที่เกาะอยู่จะย่อยสารอินทรีย์ที่เหลือ ทำให้น้ำที่ออกมามีคุณภาพดีขึ้นมาก

นี่คือแบบที่บ้านพักอาศัยส่วนใหญ่ใช้ในปัจจุบัน เพราะไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ดูแลง่าย และให้น้ำออกดีพอสำหรับบ้านหลังเดียว

แบบที่สาม ถังบำบัดแบบเติมอากาศ คือถังที่มีเครื่องเติมอากาศเป่าอากาศเข้าไปในถัง เพื่อเลี้ยงจุลินทรีย์ชนิดที่ใช้อากาศ ซึ่งย่อยสารอินทรีย์ได้เร็วกว่าและได้น้ำออกที่ใสกว่ามาก

ข้อแลกเปลี่ยนคือต้องมีไฟฟ้าเลี้ยงตลอดเวลา มีเครื่องที่ต้องดูแลและเปลี่ยนอะไหล่ และถ้าไฟดับนานหรือเครื่องเสียโดยไม่มีใครรู้ จุลินทรีย์จะตายและระบบต้องใช้เวลาฟื้นตัว

แบบนี้เหมาะกับอาคารที่มีคนใช้เยอะหรือที่ที่ต้องการคุณภาพน้ำออกสูงเป็นพิเศษ มากกว่าบ้านเดี่ยวทั่วไป

คำถามที่ต้องถามผู้ขายให้ชัดคือ ถังใบนี้เป็นแบบไหนในสามแบบ ต้องมีบ่อซึมต่อท้ายหรือไม่ และน้ำที่ออกมาจะระบายไปที่ไหน

ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปวางอยู่ในหลุมที่ขุดไว้ข้างบ้านที่กำลังก่อสร้าง ยังไม่ได้กลบดิน

เลือกขนาดถังอย่างไร

ขนาดถังคิดจากปริมาณน้ำเสียที่บ้านผลิตต่อวัน ซึ่งสัมพันธ์กับจำนวนคนที่อยู่จริง ไม่ใช่จำนวนห้องนอน

วิธีที่ตรงที่สุดคือใช้ตัวเลขจากบิลค่าน้ำของบ้านคุณเอง เพราะน้ำที่ใช้เกือบทั้งหมดจะกลายเป็นน้ำเสีย

เอาจำนวนหน่วยในบิลคูณด้วย 1,000 แล้วหารด้วยจำนวนวันในเดือนนั้น จะได้ลิตรต่อวันของบ้านคุณ แล้วเอาไปเทียบกับที่ผู้ผลิตระบุไว้ว่าถังรุ่นนั้นรองรับได้เท่าไร

ข้อควรระวังที่สำคัญกว่าตัวเลขคือ ถังที่เล็กเกินไปไม่ได้แค่ล้น มันทำให้น้ำอยู่ในถังสั้นเกินกว่าที่กระบวนการจะทำงานได้

เพราะการบำบัดต้องใช้เวลา น้ำที่ไหลผ่านเร็วเกินไปจะออกไปโดยที่ยังไม่ได้ถูกย่อย ซึ่งเป็นปัญหาที่มองไม่เห็นจากภายนอกเลย ถังยังดูปกติทุกอย่าง

และให้เผื่อไว้สำหรับอนาคต ถ้าวางแผนจะมีคนอยู่เพิ่ม หรือจะต่อเติมห้องน้ำอีกห้อง การเปลี่ยนถังทีหลังคือการขุดใหม่ทั้งหมด

อีกเรื่องที่คนลืมคือช่วงที่มีแขกมาพักหลายวัน ซึ่งทำให้ภาระของถังพุ่งขึ้นชั่วคราว ถังที่ออกแบบมาพอดีเป๊ะจะมีปัญหาในช่วงแบบนั้น

ท่ออากาศ เรื่องที่ทำให้บ้านเหม็นทั้งที่ถังยังดี

ระบบบำบัดน้ำเสียผลิตแก๊สตลอดเวลา เพราะการย่อยสลายสารอินทรีย์เป็นกระบวนการที่ให้แก๊สออกมา

แก๊สนั้นต้องมีทางออก และทางออกที่ถูกต้องคือท่ออากาศที่วิ่งขึ้นไปปล่อยเหนือหลังคา

ถ้าไม่มีท่ออากาศ หรือท่ออากาศตัน แก๊สจะหาทางออกทางอื่น และทางอื่นที่ว่านั้นคือรูระบายน้ำในห้องน้ำของคุณ

นี่คือเหตุผลที่บ้านบางหลังเหม็นทุกครั้งที่ฝนตกหรือทุกครั้งที่ใช้น้ำเยอะ ทั้งที่ถังยังทำงานปกติ

ท่ออากาศยังทำหน้าที่อีกอย่างที่คนไม่ค่อยรู้ คือมันทำให้อากาศไหลเข้าไปแทนที่น้ำที่ไหลออกจากท่อ

ท่อระบายน้ำที่ไม่มีอากาศเข้าจะเกิดสุญญากาศเล็ก ๆ เวลาน้ำไหลแรง ซึ่งดูดน้ำในคอห่านของสุขภัณฑ์อื่นออกไป แล้วกลิ่นก็เข้ามาทางนั้น

ให้ตรวจสามอย่าง ท่ออากาศมีจริงหรือไม่ ปลายท่อสูงพ้นหลังคาและอยู่ห่างจากหน้าต่างหรือไม่ และปลายท่อมีอะไรไปอุดอยู่หรือไม่ เช่น รังนกหรือใบไม้

เรื่องกลิ่นย้อนในห้องน้ำโดยละเอียด รวมถึงคอห่านที่แห้งและพัดลมที่ดูดกลิ่นขึ้นมาเอง อยู่ในห้องน้ำกลิ่นย้อน และพัดลมดูดอากาศที่ดูดไม่ออก

ท่ออากาศพลาสติกสีเทายื่นพ้นชายคาหลังคากระเบื้องของบ้าน มีหมวกครอบที่ปลายท่อ

สิ่งที่ห้ามทิ้งลงไป และสาเหตุที่ระบบตายทั้งที่เพิ่งติดตั้ง

ระบบบำบัดน้ำเสียเป็นระบบที่มีชีวิต จุลินทรีย์ในถังคือสิ่งที่ทำงานจริง ไม่ใช่ตัวถัง

ดังนั้นสิ่งที่ฆ่าจุลินทรีย์ คือสิ่งที่ทำให้ระบบหยุดทำงาน แม้ถังจะยังใหม่เอี่ยม

  • น้ำยาฆ่าเชื้อและน้ำยาล้างห้องน้ำเข้มข้น ที่เทลงไปในปริมาณมาก โดยเฉพาะชนิดที่มีคลอรีนสูง
  • ไขมันจากครัว ซึ่งจับตัวเป็นชั้นแข็งและกีดขวางการไหลกับการย่อย
  • ทิชชูเปียกและผ้าอนามัย ซึ่งไม่ย่อยสลายและไปกองอยู่ในถังจนต้องสูบออก
  • น้ำมันเครื่องและสารเคมี ทุกชนิด
  • เศษอาหารปริมาณมาก จากเครื่องบดเศษอาหารในซิงก์

ข้อแรกเป็นข้อที่คนทำโดยไม่รู้ตัวมากที่สุด การล้างห้องน้ำด้วยน้ำยาเข้มข้นทุกวันในบ้านที่ใช้ถังบำบัด คือการเทยาฆ่าเชื้อลงไปในถังที่ต้องพึ่งเชื้อ

ไม่ได้แปลว่าห้ามใช้น้ำยาทำความสะอาดเลย แต่แปลว่าอย่าเทลงไปทั้งขวด และอย่าใช้ปริมาณมากติดต่อกันหลายวัน

ส่วนไขมันจากครัว ทางแก้ที่ถูกคือดักไว้ก่อนที่มันจะเข้าถัง ซึ่งเป็นหน้าที่ของถังดักไขมัน ไม่ใช่หน้าที่ของถังบำบัด

เรื่องหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ขายกันเป็นซอง มันช่วยเร่งการฟื้นตัวหลังจากระบบถูกกระทบได้จริง แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ต้องเติมประจำในระบบที่ทำงานปกติ

ระบบที่สมดุลจะมีจุลินทรีย์เพียงพออยู่แล้วจากสิ่งที่ไหลเข้ามาทุกวัน การต้องเติมหัวเชื้อบ่อย ๆ คือสัญญาณว่ามีอะไรกำลังฆ่ามันอยู่ ซึ่งควรไปหาสาเหตุนั้นแทน

การสูบและการดูแลตามรอบ

ไม่ว่าระบบไหน ตะกอนจะสะสมขึ้นเรื่อย ๆ และวันหนึ่งต้องเอาออก

รอบการสูบขึ้นอยู่กับขนาดถังกับจำนวนคนที่ใช้ ให้ยึดคู่มือของผู้ผลิตเป็นหลัก และให้จดวันที่สูบไว้ทุกครั้ง

สิ่งที่ควรทำคือเปิดฝาดูปีละครั้ง แม้จะยังไม่ถึงรอบสูบ เพราะการเห็นว่าชั้นตะกอนหนาแค่ไหนมีค่ากว่าการเดา

ข้อควรระวังตอนสูบคือ อย่าสูบให้เกลี้ยงถัง

เหตุผลมีสองข้อ ข้อแรกคือการเหลือน้ำและตะกอนไว้บางส่วนช่วยให้จุลินทรีย์ตั้งต้นใหม่ได้เร็ว ข้อที่สองสำคัญกว่า คือถังที่ว่างเปล่าในพื้นที่ที่มีน้ำใต้ดินสูง สามารถลอยขึ้นมาจากหลุมได้

นี่เป็นปัญหาเดียวกับถังเก็บน้ำใต้ดิน ซึ่งอธิบายไว้ในถังเก็บน้ำบนดินกับใต้ดิน และเป็นเหตุผลที่การติดตั้งที่ถูกต้องต้องมีการยึดกันลอย

ให้บอกรถสูบส้วมชัด ๆ ว่าให้เหลือน้ำไว้ตามที่คู่มือกำหนด อย่าปล่อยให้เขาสูบจนแห้งเพราะคิดว่ายิ่งสูบหมดยิ่งดี

อีกอย่างที่ควรทำหลังสูบคือเติมน้ำสะอาดกลับเข้าไปทันทีจนถึงระดับใช้งาน ไม่ใช่ปล่อยว่างไว้รอให้น้ำจากบ้านค่อย ๆ เติมเอง

การติดตั้ง จุดที่ผิดแล้วแก้ยากที่สุด

ถังบำบัดเป็นของที่ฝังอยู่ใต้ดิน ความผิดพลาดตอนติดตั้งจึงแพงกว่าความผิดพลาดของอย่างอื่นในบ้านมาก

ระดับ ถังต้องอยู่ในระดับที่น้ำจากบ้านไหลลงมาได้ด้วยแรงโน้มถ่วง และน้ำที่ออกจากถังต้องไหลต่อไปยังจุดระบายได้ด้วยแรงโน้มถ่วงเช่นกัน

ถังที่ฝังลึกเกินไปจนน้ำออกไม่ได้ คือถังที่ต้องใช้ปั๊มมาช่วย ซึ่งเป็นเครื่องอีกตัวที่เสียได้และเป็นค่าไฟที่ไม่ควรต้องจ่าย

ฐานรองรับ ถังต้องวางบนทรายหรือคอนกรีตที่บดอัดเรียบ ไม่ใช่วางบนดินขรุขระที่มีก้อนหิน เพราะน้ำหนักของน้ำเต็มถังจะกดลงบนจุดสัมผัสไม่กี่จุดแล้วทำให้ถังเสียรูป

การกลบ ต้องเติมน้ำในถังไปพร้อมกับการกลบดินรอบ ๆ เพื่อให้แรงดันด้านในกับด้านนอกสมดุลกัน ถังที่กลบดินรอบทั้งที่ยังว่างเปล่าอาจบุบเข้าไปได้

การยึดกันลอย ในพื้นที่ที่น้ำใต้ดินสูง ต้องมีแผ่นคอนกรีตกันลอยและสายรัด ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องถามผู้รับเหมาตรง ๆ ว่ามีหรือไม่

ตำแหน่ง อย่าวางไว้ใต้ทางรถวิ่งเว้นแต่จะใช้ถังที่ระบุว่ารับน้ำหนักได้ และให้ฝาถังอยู่ในระดับพื้นที่เข้าถึงได้จริง ไม่ใช่ถูกเทพื้นทับหรือกลบด้วยกระถางต้นไม้

และให้ระยะห่างจากบ่อน้ำหรือถังเก็บน้ำใช้ให้มากที่สุดเท่าที่พื้นที่จะอำนวย โดยเฉพาะถ้ามีน้ำบาดาล

ถ่ายรูปตำแหน่งถัง แนวท่อเข้าและท่อออก พร้อมระยะจากผนังบ้านไว้ก่อนกลบดิน เพราะในอีกสิบปีเมื่อต้องหาฝาถัง รูปชุดนี้คือสิ่งเดียวที่ช่วยได้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และสิ่งที่ต้องตรวจก่อนซื้อบ้านมือสอง

ในทางกฎหมาย อาคารต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียตามที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนด ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ตรวจตอนขออนุญาตก่อสร้าง

ส่วนมาตรฐานคุณภาพน้ำที่ปล่อยออก มีประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากอาคารบางประเภทและบางขนาด ซึ่งฉบับล่าสุดคือ พ.ศ. 2567

ให้อ่านคำว่าบางประเภทและบางขนาดให้ชัด เพราะบ้านเดี่ยวหลังเดียวทั่วไปมักไม่อยู่ในกลุ่มอาคารที่ถูกควบคุมตามประกาศนี้

แต่นั่นไม่ได้แปลว่าไม่ต้องมีระบบบำบัด มันแปลว่าไม่ได้ถูกกำหนดค่ามาตรฐานน้ำทิ้งให้ต้องตรวจวัด ส่วนหน้าที่ต้องมีระบบยังอยู่

และท้องถิ่นแต่ละแห่งอาจมีข้อกำหนดของตัวเองเพิ่มเติม ให้สอบถามสำนักงานเขตหรือเทศบาลก่อนออกแบบระบบ

สำหรับคนที่กำลังจะซื้อบ้านมือสอง สิ่งที่ควรตรวจมีสี่ข้อ

  • ระบบเป็นแบบไหน บ่อเกรอะบ่อซึม หรือถังสำเร็จรูป และถ้าเป็นถังสำเร็จรูปเป็นแบบไหนในสามแบบ
  • ฝาบ่ออยู่ตรงไหนและเปิดได้หรือไม่ บ้านที่หาฝาไม่เจอคือบ้านที่ไม่เคยดูแลระบบมาหลายปี
  • สูบครั้งล่าสุดเมื่อไร ถ้าเจ้าของตอบไม่ได้เลย ให้ตั้งงบสำหรับการสูบและการตรวจไว้ตั้งแต่แรก
  • น้ำที่ออกจากระบบไปที่ไหน ลงบ่อซึม ลงท่อสาธารณะ หรือไม่มีใครรู้

ข้อสุดท้ายคือข้อที่ตรวจยากที่สุดและสำคัญที่สุด เพราะบ้านที่ปล่อยน้ำเสียลงทางระบายน้ำโดยไม่ผ่านการบำบัด คือบ้านที่มีปัญหารออยู่

ให้ไปดูตอนฝนไม่ตกและตอนที่มีคนใช้น้ำในบ้าน แล้วดูว่ามีน้ำไหลออกจากที่ไหนบ้าง

คำถามที่พบบ่อย

บ่อเกรอะกับถังบำบัดน้ำเสียต่างกันอย่างไร

บ่อเกรอะทำหน้าที่ตกตะกอนแยกของแข็งออกจากน้ำเท่านั้น น้ำที่ล้นออกยังต้องผ่านบ่อซึมและดินเป็นการบำบัดขั้นสุดท้าย ส่วนถังบำบัดสำเร็จรูปแบบที่มีตัวกลาง จะมีทั้งส่วนตกตะกอนและส่วนย่อยสลายอยู่ในถังใบเดียว น้ำที่ออกมาจึงดีกว่ามาก

ซื้อถังสำเร็จรูปแล้วยังต้องมีบ่อซึมไหม

ขึ้นอยู่กับว่าเป็นถังแบบไหน ถ้าเป็นถังเกรอะสำเร็จรูปซึ่งทำหน้าที่แค่ตกตะกอน ยังต้องมีทางระบายต่อ ส่วนถังบำบัดที่มีตัวกลางย่อยสลาย น้ำที่ออกมามักดีพอจะระบายลงท่อสาธารณะ ให้ถามผู้ขายให้ชัด

ทำไมบ่อซึมถึงตัน

ไม่ได้ตันเพราะสกปรก แต่เพราะผนังดินรอบบ่อถูกเคลือบด้วยชั้นชีวภาพจนซึมน้ำได้น้อยลงเรื่อย ๆ การสูบบ่อเกรอะจึงช่วยได้ชั่วคราวเท่านั้น ถ้าอาการกลับมาในไม่กี่เดือน ปัญหาอยู่ที่บ่อซึม

เลือกขนาดถังอย่างไร

คิดจากปริมาณน้ำที่ใช้จริง โดยเอาจำนวนหน่วยในบิลค่าน้ำคูณ 1,000 หารด้วยจำนวนวัน แล้วเทียบกับที่ผู้ผลิตระบุ ถังที่เล็กเกินไปทำให้น้ำอยู่ในถังสั้นเกินกว่าที่การบำบัดจะทำงานได้

ทำไมบ้านเหม็นทั้งที่เพิ่งติดถังใหม่

มักเป็นเรื่องท่ออากาศ ระบบผลิตแก๊สตลอดเวลาและต้องมีท่อระบายขึ้นเหนือหลังคา ถ้าไม่มีหรือตัน แก๊สจะออกทางรูระบายน้ำในห้องน้ำแทน

ต้องเติมหัวเชื้อจุลินทรีย์ประจำไหม

ไม่จำเป็นในระบบที่ทำงานปกติ เพราะจุลินทรีย์มาพร้อมสิ่งที่ไหลเข้าอยู่แล้ว ถ้าต้องเติมบ่อย ๆ ให้สงสัยว่ามีอะไรกำลังฆ่ามันอยู่ เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำเข้มข้นหรือไขมันจากครัว

สูบส้วมแล้วควรสูบให้หมดถังไหม

ไม่ควร ให้เหลือน้ำและตะกอนไว้บางส่วนตามคู่มือ เพราะช่วยให้จุลินทรีย์ตั้งต้นใหม่ได้เร็ว และเพราะถังที่ว่างเปล่าในพื้นที่น้ำใต้ดินสูงสามารถลอยขึ้นมาจากหลุมได้

สรุป

  • บ่อเกรอะทำแค่การตกตะกอน ดินรอบบ่อซึมคือส่วนที่บำบัดจริงในระบบดั้งเดิม
  • ถังสำเร็จรูปมีสามแบบ และมีเพียงแบบที่มีตัวกลางย่อยสลายเท่านั้นที่ทำครบทั้งสองขั้น
  • บ่อซึมตันเพราะดินรอบบ่ออิ่มตัว การสูบบ่อเกรอะจึงแก้ได้แค่ชั่วคราว
  • คิดขนาดถังจากบิลค่าน้ำจริง และเผื่อสำหรับคนที่จะเพิ่มในอนาคต
  • ท่ออากาศที่ขึ้นพ้นหลังคาคือสิ่งที่กันไม่ให้แก๊สออกทางรูระบายน้ำในห้องน้ำ
  • จุลินทรีย์คือสิ่งที่ทำงานจริง น้ำยาฆ่าเชื้อเข้มข้นและไขมันจากครัวคือสิ่งที่ฆ่ามัน
  • อย่าสูบให้เกลี้ยงถัง เพราะถังว่างในพื้นที่น้ำใต้ดินสูงลอยขึ้นมาได้
  • เติมน้ำในถังไปพร้อมกับการกลบดิน และถ่ายรูปตำแหน่งกับแนวท่อไว้ก่อนกลบ
  • ก่อนซื้อบ้านมือสอง ให้ถามว่าระบบเป็นแบบไหน สูบครั้งล่าสุดเมื่อไร และน้ำออกไปที่ไหน