ใบ รง.4 คืออะไร และใครต้องขอ
ใบ รง.4 คือใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานสำหรับโรงงานจำพวกที่ 3 ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 คนที่ต้องขอคือผู้ที่จะประกอบกิจการซึ่งบัญชีท้ายกฎกระทรวงจัดให้เป็นจำพวกที่ 3 ส่วนจำพวกที่ 2 แค่แจ้งก่อนเริ่มกิจการ และจำพวกที่ 1 ไม่ต้องทำทั้งสองอย่าง
ประโยคข้างบนสั้นกว่าความจริงอยู่หนึ่งชั้น เพราะคำถามที่คนถามจริง ๆ ไม่ใช่ "จำพวกไหนต้องขอ" แต่คือ "กิจการของผมอยู่จำพวกไหน" และคำตอบนั้นเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งเป็นเรื่องที่บทความส่วนใหญ่บนอินเทอร์เน็ตยังไม่ได้อัปเดต
ตั้งแต่ 27 ตุลาคม 2562 กิจการจำนวนมากไม่ใช่โรงงานอีกต่อไป
พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 30 เมษายน 2562 และมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 180 วัน คือวันที่ 27 ตุลาคม 2562 สิ่งที่กฎหมายฉบับนี้แก้คือนิยามของคำว่า "โรงงาน"
| เกณฑ์ | ก่อน 27 ต.ค. 2562 | ตั้งแต่ 27 ต.ค. 2562 |
|---|---|---|
| กำลังเครื่องจักรรวม | ตั้งแต่ 5 แรงม้า | ตั้งแต่ 50 แรงม้า |
| จำนวนคนงาน | ตั้งแต่ 7 คน | ตั้งแต่ 50 คน |
เกณฑ์ขยับขึ้นสิบเท่าในด้านเครื่องจักร และเจ็ดเท่าในด้านคนงาน ผลคือกิจการที่ใช้เครื่องจักรรวมไม่ถึง 50 แรงม้าและมีคนงานไม่ถึง 50 คน ไม่เข้านิยามของคำว่าโรงงานตามกฎหมายฉบับนี้อีกต่อไป ไม่ต้องขอใบอนุญาต ไม่ต้องแจ้ง และไม่อยู่ในการกำกับของกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ตัวอย่างที่เห็นภาพคือโรงกลึงเล็ก ๆ ที่มีเครื่องจักรรวม 30 แรงม้ากับคนงาน 12 คน ก่อนปี 2562 นั่นคือโรงงานที่ต้องอยู่ในระบบ หลังปี 2562 ไม่ใช่แล้ว
ข้อควรระวังคือคำว่า "และ" ไม่ใช่ "หรือ" ในทางกลับกัน กิจการที่มีเครื่องจักรแค่ 10 แรงม้าแต่มีคนงาน 60 คน ยังเข้านิยามโรงงานอยู่ เพราะเกินเกณฑ์ด้านคนงาน กฎหมายฉบับที่ 2 ยังเพิ่มกรณีที่ไม่ใช้เครื่องจักรเลยแต่ใช้คนงานถึงเกณฑ์เข้าไปด้วย
และกิจการที่เคยได้ใบอนุญาตไว้แล้ว ต่อมาลดเครื่องจักรลงต่ำกว่า 50 แรงม้าหรือลดคนงานเหลือน้อยกว่า 50 คน กฎหมายถือว่ายังเป็นโรงงานอยู่จนกว่าจะแจ้งเลิกประกอบกิจการ การเงียบไว้เฉย ๆ ไม่ได้ทำให้หลุดออกจากระบบเอง
โรงงานสามจำพวก ต่างกันที่หน้าที่ ไม่ใช่แค่ขนาด
เมื่อกิจการเข้านิยามโรงงานแล้ว ขั้นต่อไปคือดูว่าอยู่จำพวกไหน ซึ่งกำหนดหน้าที่ต่างกันสามแบบ
| จำพวก | ต้องทำอะไรก่อนเริ่มกิจการ |
|---|---|
| จำพวกที่ 1 | ประกอบกิจการได้เลย ไม่ต้องขออนุญาตและไม่ต้องแจ้ง แต่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด |
| จำพวกที่ 2 | แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนเริ่มประกอบกิจการ ไม่ต้องขอใบ รง.4 |
| จำพวกที่ 3 | ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน คือใบ รง.4 ก่อนจึงจะเริ่มได้ |
ตรงนี้คือจุดที่ต้องระวังมากที่สุด และเป็นจุดที่บทความทั่วไปมักทำผิด
จำพวกของโรงงานไม่ได้ตัดสินจากตัวเลขแรงม้าชุดเดียวที่ใช้กับทุกกิจการ มันกำหนดเป็นรายประเภทกิจการอยู่ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดประเภทหรือชนิดของโรงงาน พ.ศ. 2563 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 5 สิงหาคม 2563 และแบ่งกิจการออกเป็น 107 ประเภท แต่ละประเภทระบุเองว่าที่ขนาดเท่าไหร่จึงเป็นจำพวก 1 จำพวก 2 หรือจำพวก 3
ผลคือกิจการสองแห่งที่มีเครื่องจักรเท่ากันเป๊ะ อาจอยู่คนละจำพวกได้ ถ้าเป็นคนละประเภทกิจการ กิจการที่มีความเสี่ยงด้านมลพิษหรือความปลอดภัยสูงถูกจัดเป็นจำพวกที่ 3 ที่ขนาดเล็กกว่ากิจการทั่วไปมาก
เพราะฉะนั้นอย่าเชื่อตารางสรุปที่บอกว่า "เกิน 50 แรงม้าเท่ากับจำพวก 3" รวมถึงอย่าเชื่อประโยคนี้จากบทความนี้ด้วย ให้เปิดบัญชีท้ายกฎกระทรวงฉบับ 2563 หาประเภทกิจการของตัวเองแล้วอ่านบรรทัดนั้น หรือถามสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดโดยบอกประเภทกิจการกับกำลังเครื่องจักรไปพร้อมกัน
ยื่นขอที่ไหน
โรงงานที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ยื่นที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม โรงงานในจังหวัดอื่นยื่นที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดของจังหวัดที่โรงงานตั้งอยู่
พระราชบัญญัติฉบับที่ 2 เปิดทางให้ยื่นคำขอและออกใบอนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วย ซึ่งเป็นหนึ่งในกฎหมายลูกที่ออกพร้อมกันในวันที่ 27 ตุลาคม 2562
เอกสารหลักที่ต้องเตรียมคือแบบคำขอ หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือบัตรประชาชนของผู้ขอ เอกสารสิทธิ์ในที่ดินหรือสัญญาเช่า แผนผังโรงงาน แบบแปลนอาคาร รายการเครื่องจักรพร้อมกำลังแรงม้า และรายละเอียดกระบวนการผลิต กิจการบางประเภทและบางขนาดต้องมีรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วย รายการที่แน่นอนต่างกันตามประเภทกิจการ ให้ขอรายการจากสำนักงานที่จะยื่นก่อนเริ่มรวบรวม
ใบ รง.4 ไม่มีวันหมดอายุแล้ว แต่มีสองอย่างที่ต้องทำทุกปี
ก่อนปี 2562 ใบ รง.4 มีอายุ 5 ปีนับแต่วันออกใบอนุญาต และต้องต่ออายุทุก 5 ปี พระราชบัญญัติฉบับที่ 2 ยกเลิกทั้งอายุใบอนุญาตตามมาตรา 14 และการต่ออายุตามมาตรา 15 ใบอนุญาตที่ออกตามกฎหมายฉบับนี้จึงไม่มีวันหมดอายุ
แต่การไม่มีวันหมดอายุไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไรต้องทำ กฎหมายเปลี่ยนจากการต่ออายุห้าปีครั้ง มาเป็นภาระประจำปีสองอย่าง
- ชำระค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการโรงงานทุกปี ไม่ชำระแล้วปล่อยค้างคือการผิดกฎหมาย ไม่ใช่แค่หนี้ค้างชำระ
- รับรองข้อมูลการประกอบกิจการของตนเองทุกปี ผ่านระบบที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมจัดทำขึ้น เรียกว่าระบบการประเมินและรับรองตนเอง หรือ Self-Declaration ต้องแจ้งข้อมูลปีละหนึ่งครั้ง
ระบบรับรองตนเองมีกลไกกันโกงอยู่ ผู้ตรวจสอบเอกชนจะเข้าตรวจรับรองข้อมูลหนึ่งครั้งทุก 5 ปี เพื่อไม่ให้การรับรองตนเองกลายเป็นการกรอกอะไรก็ได้
ผู้ประกอบกิจการที่ไม่รับรองตนเองตามมาตรา 9 วรรคสอง มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท ตามมาตรา 47/1 ที่เพิ่มเข้ามาในกฎหมายฉบับที่ 2
ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่
ต้องแยกสองอย่างออกจากกันก่อน เพราะคนสับสนกันมาก ตัวเลขในบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติคือ เพดานสูงสุด ที่กฎหมายอนุญาตให้เรียกเก็บได้ ส่วนอัตราที่จ่ายจริงกำหนดไว้ในกฎกระทรวงและคิดตามกำลังแรงม้าของเครื่องจักร ซึ่งต่ำกว่าเพดานมาก
เพดานตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ หลังแก้ไขโดยฉบับที่ 2
| รายการ | เพดานเดิม | เพดานตามฉบับที่ 2 |
|---|---|---|
| คำขอ | ฉบับละ 100 บาท | ฉบับละ 100 บาท |
| ใบอนุญาต | ฉบับละ 100,000 บาท | ฉบับละ 300,000 บาท |
| อนุญาตขยายโรงงาน | ไม่ได้กำหนดแยก | 300,000 บาท |
| โอนใบอนุญาต | ไม่ได้กำหนดแยก | ฉบับละ 5,000 บาท |
| ใบแทนใบอนุญาต | ฉบับละ 1,000 บาท | ฉบับละ 5,000 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการรายปี | ปีละ 30,000 บาท | ปรับปรุงโดยกฎกระทรวง |
อย่าเอาตัวเลขในตารางนี้ไปตั้งงบประมาณ มันคือเพดาน ไม่ใช่ใบเสร็จ อัตราจริงของกิจการคุณขึ้นกับกำลังแรงม้าและกำหนดในกฎกระทรวง ให้สอบถามจากสำนักงานที่จะยื่นพร้อมกับแจ้งกำลังเครื่องจักรรวม
ซื้อโรงงาน เช่าโรงงาน ใบอนุญาตไม่ได้ติดไปกับตึก
นี่คือส่วนที่คนซื้ออสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมพลาดกันบ่อยที่สุด และเป็นเหตุผลที่บทความนี้อยู่บนเว็บนายหน้า
ใบ รง.4 ออกให้กับ ผู้ประกอบกิจการ ไม่ได้ออกให้กับอาคาร การซื้อโรงงานพร้อมที่ดินจึงไม่ได้ทำให้คุณได้ใบอนุญาตของเจ้าของเดิมมาด้วยโดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกับการเช่าและการเช่าซื้อ
พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 กำหนดว่าเมื่อผู้รับใบอนุญาตโอนการประกอบกิจการ ให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือขายโรงงาน ผู้รับโอน ผู้เช่า ผู้เช่าซื้อ หรือผู้ซื้อโรงงานนั้น ต้องยื่นขอรับใบอนุญาต ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ถือว่ามีการเลิกประกอบกิจการโรงงานของเจ้าของเดิม
เจ็ดวันคือช่วงเวลาที่สั้นมากเมื่อเทียบกับจังหวะของการโอนที่ดิน แบบที่ใช้คือแบบ รง.3/2 ซึ่งเป็นคำขอรับโอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ใช้ได้ทั้งกรณีซื้อขาย เช่า เช่าซื้อ และรับมรดก เอกสารที่ต้องแนบรวมถึงหลักฐานการโอนกิจการหรือสัญญาซื้อขายหรือสัญญาเช่า พร้อมเอกสารแสดงตัวตนของผู้รับโอน
เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ควรอยู่ในสัญญาจะซื้อจะขายตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ไปคิดวันโอน สิ่งที่ควรตกลงกันไว้คือใครยื่นเรื่อง ยื่นเมื่อไหร่เทียบกับวันโอนกรรมสิทธิ์ ใครออกค่าธรรมเนียมโอนใบอนุญาต และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคำขอไม่ผ่าน
โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมใช้คนละใบ
ถ้าโรงงานตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม เส้นทางไม่ใช่ใบ รง.4 เพราะกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมครอบคลุมการตั้งโรงงานในพื้นที่นิคมอยู่แล้ว ผู้ประกอบการจะใช้ใบอนุญาตของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยแทน ได้แก่ใบอนุญาตให้ใช้ที่ดินและใบอนุญาตประกอบกิจการในนิคม
ข้อนี้สำคัญกับการอ่านประกาศขายโรงงาน ถ้าทรัพย์อยู่ในนิคม การถามหาใบ รง.4 จากผู้ขายอาจได้คำตอบว่าไม่มี ซึ่งถูกต้องแล้ว สิ่งที่ควรขอดูคือใบอนุญาตของ กนอ. แทน
ขยายโรงงานแค่ไหนถึงต้องขออนุญาตใหม่
การเพิ่มเครื่องจักรไม่ได้แปลว่าต้องขออนุญาตขยายโรงงานทุกครั้ง กฎหมายฉบับที่ 2 เปลี่ยนเกณฑ์จากตัวเลขเดียวมาเป็นขั้นบันได 6 ระดับ ตามขนาดของโรงงานเดิม
| กำลังเครื่องจักรรวมเดิม | เข้าข่ายขยายโรงงานเมื่อเพิ่มขึ้นตั้งแต่ |
|---|---|
| น้อยกว่า 100 แรงม้า | 50 แรงม้า |
| 101 ถึง 500 แรงม้า | 100 แรงม้า |
| 501 ถึง 1,000 แรงม้า | 200 แรงม้า |
| 1,001 ถึง 2,000 แรงม้า | 300 แรงม้า |
| 2,001 ถึง 3,000 แรงม้า | 400 แรงม้า |
| มากกว่า 3,000 แรงม้า | 500 แรงม้า |
อีกองค์ประกอบหนึ่งของการขยายโรงงานคือการทำลงในที่ดินแปลงใหม่ที่ติดกับแปลงเดิม
กรณีที่ได้รับยกเว้นการขยายโรงงาน หรือเพิ่มลดเครื่องจักรแล้วไม่เข้าข่ายขยายโรงงาน หรือมีการเปลี่ยนแปลงจำพวกโรงงาน ยังต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อยู่ดี ไม่แจ้งมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามมาตรา 51
ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต โทษเท่าไหร่
ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 5,000 บาทตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน
ค่าปรับรายวันคือส่วนที่ทำให้ตัวเลขบานปลาย เพราะมันเดินต่อไปทุกวันจนกว่าจะหยุดหรือจนกว่าจะได้ใบอนุญาต โรงงานที่เดินเครื่องไปหนึ่งปีโดยไม่มีใบอนุญาตจึงไม่ได้เจอเพดาน 100,000 บาท แต่เจอค่าปรับรายวันสะสมทับลงไปอีกชั้น
ก่อนตัดสินใจซื้อที่ดินหรือโกดัง ตรวจสามอย่างนี้
ลำดับสำคัญ เพราะสองข้อแรกทำให้ข้อสามไม่มีความหมายถ้าไม่ผ่าน
- ผังเมือง ที่ดินอยู่ในเขตสีที่อนุญาตให้ตั้งโรงงานประเภทที่คุณจะทำหรือไม่ ผังเมืองรวมกำหนดว่าเขตสีใดตั้งโรงงานประเภทใดได้ ที่ดินราคาดีที่ตั้งโรงงานไม่ได้ ไม่ใช่ที่ดินราคาดี
- ประเภทกิจการกับจำพวก เปิดบัญชีท้ายกฎกระทรวง 2563 หาประเภทของคุณ แล้วดูว่าที่ขนาดที่วางแผนไว้ตกอยู่จำพวกไหน คำตอบนี้ตัดสินว่าคุณต้องขอใบอนุญาต ต้องแจ้ง หรือไม่ต้องทำอะไร
- สถานะใบอนุญาตของทรัพย์ที่จะซื้อ ถ้าเป็นโรงงานที่เดินกิจการอยู่ ขอดูใบ รง.4 ตัวจริง ตรวจว่าชื่อผู้รับใบอนุญาตตรงกับผู้ขาย ประเภทกิจการตรงกับที่ประกาศ และไม่มีคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ค้างอยู่ กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีระบบค้นหาข้อมูลโรงงานให้ตรวจสอบเบื้องต้นได้
ถ้ากำลังมองหาทรัพย์อยู่ ดูรายการ โรงงานและโกดังที่ประกาศขาย ได้ และถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องเอกสารสิทธิ์ของที่ดินแปลงนั้น วิธีตรวจสอบที่ดินก่อนวางมัดจำ อธิบายขั้นตอนไว้แล้ว
คำถามที่พบบ่อย
โรงงานเล็กที่มีเครื่องจักร 30 แรงม้า ต้องขอใบ รง.4 ไหม
ไม่ต้อง ถ้าคนงานไม่ถึง 50 คนด้วย เพราะตั้งแต่ 27 ตุลาคม 2562 กิจการที่ใช้เครื่องจักรรวมไม่ถึง 50 แรงม้าและมีคนงานไม่ถึง 50 คน ไม่เข้านิยามโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงานอีกต่อไป
ใบ รง.4 หมดอายุเมื่อไหร่ ต้องต่ออายุไหม
ไม่หมดอายุและไม่ต้องต่อ พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ยกเลิกอายุใบอนุญาตและการต่ออายุ แต่ผู้รับใบอนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการและรับรองข้อมูลของตนเองผ่านระบบของกรมโรงงานอุตสาหกรรมทุกปี
ซื้อโรงงานต่อจากเจ้าของเดิม ได้ใบ รง.4 มาด้วยไหม
ไม่ได้ ใบอนุญาตออกให้ผู้ประกอบกิจการ ไม่ได้ออกให้อาคาร ผู้ซื้อ ผู้เช่า หรือผู้เช่าซื้อ ต้องยื่นขอรับใบอนุญาตภายใน 7 วันนับแต่วันที่ถือว่าเจ้าของเดิมเลิกประกอบกิจการ โดยใช้แบบ รง.3/2
โรงงานจำพวกที่ 2 ต้องขอใบ รง.4 ไหม
ไม่ต้อง จำพวกที่ 2 ใช้วิธีแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนเริ่มประกอบกิจการ ใบ รง.4 เป็นเรื่องของจำพวกที่ 3 เท่านั้น
ตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ต้องขอใบ รง.4 ไหม
ไม่ต้อง เพราะกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมครอบคลุมอยู่แล้ว ผู้ประกอบการใช้ใบอนุญาตของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยแทน คือใบอนุญาตให้ใช้ที่ดินและใบอนุญาตประกอบกิจการในนิคม
เพิ่มเครื่องจักรอีก 40 แรงม้า ต้องขออนุญาตขยายโรงงานไหม
ขึ้นกับขนาดเดิม ถ้ากำลังรวมเดิมน้อยกว่า 100 แรงม้า เกณฑ์เข้าข่ายขยายโรงงานคือเพิ่มตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป การเพิ่ม 40 แรงม้าจึงยังไม่เข้าข่าย แต่ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าไม่เข้าข่าย ไม่แจ้งมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
ประกอบกิจการโดยไม่มีใบ รง.4 โทษหนักแค่ไหน
จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 5,000 บาทตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน ค่าปรับรายวันคือส่วนที่ทำให้ยอดรวมสูงกว่าที่คนคาด
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 300,000 บาทจริงไหม
ไม่ใช่ยอดที่จ่ายจริง 300,000 บาทคือเพดานสูงสุดในบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติหลังแก้ไขปี 2562 อัตราที่เรียกเก็บจริงกำหนดในกฎกระทรวงและคิดตามกำลังแรงม้า ให้สอบถามอัตราของกิจการตัวเองจากสำนักงานที่จะยื่น
สรุป
- ใบ รง.4 คือใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 จำพวกที่ 2 แค่แจ้ง จำพวกที่ 1 ไม่ต้องทำทั้งสองอย่าง
- ตั้งแต่ 27 ตุลาคม 2562 นิยามโรงงานขยับจาก 5 แรงม้าหรือ 7 คนงาน เป็น 50 แรงม้าหรือ 50 คนงาน กิจการที่ต่ำกว่านั้นไม่ใช่โรงงานตามกฎหมายอีกต่อไป
- จำพวกกำหนดเป็นรายประเภทกิจการในบัญชีท้ายกฎกระทรวง พ.ศ. 2563 ซึ่งมี 107 ประเภท ไม่ใช่ตัวเลขแรงม้าชุดเดียวที่ใช้ได้กับทุกกิจการ
- ใบอนุญาตไม่มีวันหมดอายุแล้ว แต่ต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีและรับรองข้อมูลตนเองทุกปี ไม่รับรองมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท
- ซื้อ เช่า หรือเช่าซื้อโรงงาน ต้องยื่นขอรับโอนใบอนุญาตภายใน 7 วัน ด้วยแบบ รง.3/2 ใบอนุญาตไม่ติดไปกับอาคาร
- โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมใช้ใบอนุญาตของ กนอ. แทนใบ รง.4
- ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 5,000 บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
