คำตอบก่อน ปิดน้ำทุกจุดในบ้าน แล้วไปดูใบพัดกลางหน้าปัดมาตร ถ้ามันยังหมุน แปลว่ารั่ว
ใช้เวลาสิบนาที ไม่ต้องซื้ออะไร ไม่ต้องเรียกช่าง และตอบคำถามที่แพงที่สุดคำถามหนึ่งในบ้านได้เลย
เพราะน้ำรั่วส่วนใหญ่ในบ้านคนไทยไม่ได้ดังโครมคราม ไม่มีน้ำพุ่ง ไม่มีน้ำนอง
มันไหลเงียบ ๆ วันละไม่กี่สิบลิตร ผ่านชักโครกที่ปิดไม่สนิท หรือรอยแตกเล็ก ๆ ในท่อใต้พื้น แล้วโผล่มาเป็นค่าน้ำที่แพงขึ้นทุกเดือนโดยไม่มีใครอธิบายได้
เจ้าของบ้านส่วนใหญ่รู้ตัวตอนบิลมาถึงมือ ทั้งที่มาตรวัดน้ำหน้าบ้านบอกเรื่องนี้ได้มาหลายเดือนแล้ว ถ้ามีคนไปเปิดฝาดู
บทความนี้จะสอนวิธีอ่านมาตร วิธีทดสอบให้รู้ว่ารั่วหรือไม่ วิธีแยกว่ารั่วในบ้านหรือนอกบ้าน วิธีวัดว่ารั่วมากแค่ไหนเป็นลิตร และรายการจุดที่รั่วบ่อยที่สุดเรียงตามที่เจอจริง
อ่านมาตรวัดน้ำให้เป็นก่อน
หน้าปัดมาตรมีข้อมูลอยู่สามชุด และคนส่วนใหญ่ใช้แค่ชุดเดียว
ตัวเลขในช่องสีดำ คือลูกบาศก์เมตร นี่คือชุดที่การประปาใช้คิดค่าน้ำ และคือชุดเดียวที่ปรากฏบนบิล เอาเลขเดือนนี้ลบเลขเดือนก่อน ได้จำนวนหน่วยที่ใช้
ตัวเลขในช่องสีแดง คือลิตร ชุดนี้ไม่ได้ใช้คิดเงิน แต่มันคือชุดที่มีประโยชน์ที่สุดเวลาไล่หาน้ำรั่ว เพราะมันขยับให้เห็นในระดับที่เลขสีดำยังไม่ขยับเลย
หนึ่งลูกบาศก์เมตรเท่ากับหนึ่งพันลิตร แปลว่ารั่ววันละห้าสิบลิตรจะทำให้เลขสีดำขยับแค่หนึ่งหน่วยทุกยี่สิบวัน ซึ่งช้าเกินกว่าที่ใครจะสังเกตได้จากบิล แต่เลขสีแดงเห็นทันที
ใบพัดตรงกลางหน้าปัด คือส่วนที่มีค่าที่สุดสำหรับงานนี้ มันเป็นแผ่นเล็ก ๆ รูปดาวหรือสามเหลี่ยมที่หมุนทันทีที่มีน้ำไหลผ่าน แม้เป็นการไหลที่น้อยจนตัวเลขยังไม่ขยับ
หลักการที่การประปาบอกไว้ตรงไปตรงมา ถ้าไม่ได้เปิดน้ำใช้ ใบพัดต้องไม่หมุน ถ้ามันหมุน ให้สันนิษฐานว่ามีท่อภายในรั่ว และรีบหาให้เจอ
การทดสอบจริง ทำสองรอบเพื่อแยกในบ้านกับนอกบ้าน
อย่าทำแค่รอบเดียวแล้วสรุป เพราะรอบเดียวบอกได้แค่ว่ารั่ว ไม่ได้บอกว่ารั่วตรงไหน
รอบที่หนึ่ง ปิดทุกอย่างที่ใช้น้ำ
- ปิดก๊อกทุกตัวทั้งในบ้านและนอกบ้าน รวมก๊อกสนามและก๊อกล้างรถที่คนลืมบ่อยที่สุด
- ปิดเครื่องซักผ้าและเครื่องล้างจาน ไม่ใช่แค่ปิดสวิตช์ แต่ให้แน่ใจว่าไม่มีรอบเติมน้ำค้างอยู่
- ปิดปั๊มน้ำ ถ้าบ้านมีปั๊ม
- บอกทุกคนในบ้านว่าห้ามใช้น้ำระหว่างนี้ รวมถึงห้ามกดชักโครก
แล้วไปเปิดฝาบ่อมาตรหน้าบ้าน ดูใบพัดตรงกลาง
ถ้าใบพัดนิ่งสนิทสามสิบวินาที ให้จดเลขสีแดงไว้ แล้วกลับมาดูอีกครั้งในอีกสิบถึงสิบห้านาที เพราะการรั่วบางแบบไหลช้ามากจนใบพัดขยับแบบเห็นยาก
ถ้าใบพัดหมุน หรือเลขสีแดงเปลี่ยนไปทั้งที่ไม่มีใครใช้น้ำ แปลว่ามีน้ำไหลอยู่ที่ไหนสักแห่ง
รอบที่สอง ปิดวาล์วเมนของบ้าน
บ้านส่วนใหญ่มีวาล์วปิดน้ำอยู่หลังมาตรหรือตรงจุดที่ท่อเข้าเขตบ้าน ให้ปิดวาล์วนั้น
ตอนนี้ท่อทั้งหมดในบ้านถูกตัดขาดจากมาตรแล้ว แล้วกลับไปดูใบพัดอีกครั้ง
ผลที่ได้แยกได้เป็นสองทางชัดเจน
ใบพัดหยุด แปลว่าน้ำที่ไหลอยู่นั้นไหลอยู่ในเขตบ้านคุณ ทั้งท่อในบ้าน ชักโครก แท็งก์ หรือท่อใต้พื้น
ใบพัดยังหมุนอยู่ ทั้งที่ปิดวาล์วเมนแล้ว แปลว่าน้ำรั่วอยู่ระหว่างมาตรกับวาล์ว หรือมีปัญหาที่ตัวมาตรเอง กรณีนี้ให้แจ้งการประปา อย่าเพิ่งจ้างช่างเอง
สองรอบนี้ต่างกันแค่การปิดวาล์วเพิ่มหนึ่งตัว แต่มันตัดพื้นที่ที่ต้องไล่หาออกไปครึ่งหนึ่ง
วัดว่ารั่วมากแค่ไหน ด้วยการอ่านสองครั้ง
รู้ว่ารั่วแล้วยังไม่พอ เพราะขนาดของการรั่วเป็นตัวตัดสินว่าต้องรีบแค่ไหน และช่วยให้เห็นว่าซ่อมแล้วหายจริงหรือเปล่า
วิธีที่ง่ายและแม่นที่สุดคือใช้กลางคืน
ก่อนนอน หลังทุกคนใช้น้ำเสร็จหมดแล้ว ไปจดเลขบนมาตรทั้งชุดสีดำและสีแดง
ตื่นเช้ามา ก่อนใครจะแตะน้ำ ไปจดอีกครั้ง
ผลต่างคือปริมาณน้ำที่หายไประหว่างที่ไม่มีใครใช้อะไรเลย ซึ่งควรเป็นศูนย์
ถ้าได้ตัวเลขมา ให้แปลงเป็นต่อวันเพื่อให้เห็นภาพ แปดชั่วโมงคือหนึ่งในสามของวัน ดังนั้นเอาสามคูณเข้าไป
ตัวเลขนี้ยังใช้ตรวจงานช่างได้ด้วย ซ่อมเสร็จแล้วทำซ้ำอีกคืน ถ้าตัวเลขยังเท่าเดิม แปลว่ายังไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิด เพราะบ้านที่รั่วจุดหนึ่งมักรั่วหลายจุดพร้อมกัน
จุดที่รั่วบ่อยที่สุด เรียงตามที่เจอจริง
หนึ่ง ชักโครก นี่คือแชมป์ และทิ้งห่างอันดับสองมาก
ยางที่ก้นถังพักน้ำเสื่อมตามอายุ พอปิดไม่สนิท น้ำก็ไหลลงโถทีละนิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เงียบสนิท ไม่มีเสียง ไม่มีอะไรให้เห็น
บ้านที่มีชักโครกสามตัวและรั่วสองตัวโดยไม่มีใครรู้ เป็นเรื่องปกติมาก
สอง ลูกลอยแท็งก์น้ำ ถ้าลูกลอยปิดไม่สนิท น้ำจะเติมเข้าแท็งก์ตลอดแล้วล้นออกทางท่อล้น ซึ่งมักต่อลงท่อระบายจนไม่มีใครเห็นน้ำเลย
อาการที่สังเกตได้คือได้ยินเสียงน้ำไหลเบา ๆ ตลอดเวลาแถวแท็งก์
สาม ท่อใต้พื้นหรือฝังผนัง รั่วแบบนี้หายากที่สุดและแพงที่สุด แต่มีสัญญาณของมันเอง ซึ่งจะแยกไว้เป็นหัวข้อ
สี่ ก๊อกสนามและก๊อกล้างรถ อยู่นอกสายตา หยดทีละหยดลงดินแล้วซึมหายไป ไม่มีใครเห็นน้ำขัง
ห้า วาล์วและสายอ่อนของเครื่องซักผ้า สายอ่อนถักโลหะมีอายุของมัน และมักถูกลืมไปหลายปีจนกว่าจะแตก
หก สายฉีดชำระ รั่วที่ข้อต่อหรือที่หัวฉีดซึ่งปิดไม่สนิท น้ำหยดลงพื้นห้องน้ำที่เปียกอยู่แล้ว จึงไม่มีใครสังเกต
เจ็ด เครื่องทำน้ำอุ่นและวาล์วนิรภัย น้ำที่ปล่อยออกมาจากวาล์วนิรภัยมักต่อลงท่อระบายโดยตรง
ข้อสังเกตของทั้งเจ็ดข้อคือ เกือบทุกข้อมีทางให้น้ำหายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้บนพื้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่ตาเปล่าไม่พอ และต้องใช้มาตร
ทดสอบชักโครกด้วยสีผสมอาหาร
วิธีนี้ใช้เวลาสามสิบนาที และตอบได้แน่นอนว่าชักโครกตัวไหนรั่ว
- เปิดฝาถังพักน้ำด้านหลังออก
- หยดสีผสมอาหารลงไปในถังพักน้ำสักสิบหยด คนเบา ๆ ให้กระจาย
- ปิดฝาไว้ แล้วอย่ากดชักโครกเด็ดขาดเป็นเวลาสามสิบนาที
- กลับมาดูน้ำในโถ ถ้าน้ำในโถมีสีขึ้นมา แปลว่ายางปิดไม่สนิทและน้ำไหลผ่านตลอดเวลา
ถ้ามีชักโครกหลายตัว ให้ทำทีละตัวและจดผลไว้ เพราะจุดประสงค์คือรู้ว่าตัวไหนต้องเปลี่ยนยาง ไม่ใช่รู้แค่ว่าบ้านนี้มีชักโครกรั่ว
อีกวิธีที่หยาบกว่าแต่ไม่ต้องใช้อะไรเลย คือฟัง
เข้าไปในห้องน้ำตอนดึกที่บ้านเงียบที่สุด ยืนนิ่ง ๆ ข้างชักโครกสักหนึ่งนาที ชักโครกที่รั่วมากจะได้ยินเสียงน้ำไหลเบา ๆ ต่อเนื่อง
แต่ชักโครกที่รั่วน้อยจะเงียบสนิท ซึ่งเป็นเหตุผลที่การทดสอบด้วยสีเชื่อถือได้มากกว่า
ปั๊มที่เดินเองตอนดึก คือหลักฐานที่พูดตรงที่สุด
บ้านที่มีปั๊มน้ำมีเครื่องมือตรวจน้ำรั่วติดตั้งอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว
เพราะปั๊มทำงานเมื่อแรงดันในระบบตก และแรงดันตกเมื่อมีน้ำออกจากระบบ
ดังนั้นถ้าไม่มีใครเปิดน้ำเลย แล้วปั๊มยังติดขึ้นมาเองเป็นระยะ นั่นคือน้ำกำลังออกจากระบบที่ไหนสักแห่ง
อาการนี้เรียกกันว่าปั๊มตัดบ่อย และมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นความผิดของปั๊มเอง แล้วจบลงด้วยการเปลี่ยนปั๊มใหม่ทั้งที่ปัญหาอยู่ที่ท่อ
วิธีแยกให้ชัด คือปิดวาล์วขาออกของปั๊ม แล้วดูว่าปั๊มยังติดเองอีกไหม ถ้าหยุด แปลว่าน้ำรั่วอยู่ปลายทางหลังวาล์ว ถ้ายังติดเอง ปัญหาอยู่ที่ตัวปั๊มหรือถังแรงดัน
รายละเอียดเรื่องปั๊มตัดบ่อยและการเลือกขนาด เราเขียนแยกไว้ที่ ปั๊มน้ำ เลือกขนาดอย่างไรไม่ให้ปั๊มตัดบ่อย
รั่วใต้พื้นและในผนัง สัญญาณที่มองเห็นได้
นี่คือกรณีที่คนกลัวที่สุด และก็ควรกลัวพอสมควร เพราะการหาจุดต้องรื้อ
แต่ก่อนจะรื้อ มันมักส่งสัญญาณมาก่อนเสมอ
- พื้นกระเบื้องบางแผ่นอุ่นผิดปกติ ถ้าเป็นท่อน้ำอุ่นที่รั่ว
- กระเบื้องร่อนหรือยาแนวดำเป็นแนวยาว โดยเฉพาะถ้าเป็นแนวตรงจากจุดหนึ่งไปอีกจุด ซึ่งมักตรงกับแนวท่อ
- ผนังชื้นเป็นวงที่ขยายช้า ๆ และสีพองเป็นแผ่น
- ได้ยินเสียงน้ำไหลในผนังตอนที่ไม่มีใครใช้น้ำ ให้เอาหูแนบผนังในบ้านที่เงียบสนิท
- หญ้าเขียวเข้มเป็นแนวยาวในสนามที่ที่เหลือแห้ง ซึ่งเป็นสัญญาณคลาสสิกของท่อใต้ดินรั่ว
- พื้นคอนกรีตนอกบ้านชื้นเป็นวงตลอดเวลา แม้ในวันที่ไม่มีฝนมาหลายวัน
ถ้าเจอสัญญาณเหล่านี้ อย่าเพิ่งทุบ ให้ปิดโซนทีละโซนถ้าบ้านมีวาล์วแยก แล้วดูมาตรอีกครั้ง เพื่อจำกัดพื้นที่ก่อน
บ้านที่ไม่มีวาล์วแยกโซนจะทำขั้นนี้ไม่ได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่คุ้มมากที่จะติดวาล์วแยกไว้ตั้งแต่ตอนสร้างหรือตอนรีโนเวท
รู้แล้วว่ารั่ว ทำอะไรต่อตามลำดับ
หนึ่ง ตัดชักโครกออกจากสมการก่อน เพราะมันเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ถูกที่สุด และซ่อมเองได้ ทดสอบด้วยสีทุกตัวก่อนคิดเรื่องอื่น
สอง ทดสอบซ้ำหลังแก้ทุกจุด ด้วยวิธีอ่านมาตรสองครั้งข้ามคืน อย่าเชื่อว่าหายเพราะเปลี่ยนอะไหล่ไปแล้ว
สาม ถ้ายังรั่วอยู่หลังจากตัดชักโครกและก๊อกทุกตัวออกไปแล้ว ให้เริ่มสงสัยท่อ และถึงจุดนี้ควรเรียกช่างที่มีเครื่องมือตรวจหาจุดรั่ว ไม่ใช่ช่างที่จะเริ่มด้วยการทุบ
สี่ ถ้าสงสัยว่ารั่วฝั่งก่อนถึงมาตร หรือที่ตัวมาตรเอง ให้แจ้งการประปาก่อน โดยทั่วไปการประปาดูแลถึงตัวมาตร ส่วนท่อหลังมาตรเข้ามาในบ้านเป็นส่วนของผู้ใช้น้ำ แต่ให้ยืนยันกับสำนักงานประปาในพื้นที่ก่อนจะจ้างใครมาขุด
ในเขตการประปานครหลวง แจ้งได้ที่สายด่วน 1125 หรือสำนักงานประปาสาขา ส่วนในเขตการประปาส่วนภูมิภาค ให้ติดต่อสำนักงานประปาในพื้นที่
ห้า เก็บหลักฐานไว้ให้ครบ ทั้งรูปเลขมาตรก่อนและหลัง วันที่ทดสอบ และใบเสร็จค่าซ่อม เพราะถ้าจะขอให้พิจารณาค่าน้ำที่ผิดปกติ สิ่งที่ต้องใช้คือหลักฐาน ไม่ใช่คำบอกเล่า
ทำอะไรไว้ก่อน แล้วเรื่องนี้จะไม่เกิดซ้ำ
- จดเลขมาตรทุกเดือนในวันเดิม ถ่ายรูปเก็บไว้ก็ได้ ใช้เวลาสิบวินาที และทำให้คุณเห็นความผิดปกติก่อนบิลเสมอ
- ปิดวาล์วเมนทุกครั้งที่ไปหลายวัน เพราะการรั่วที่เกิดตอนไม่มีคนอยู่บ้านคือกรณีที่แพงที่สุด
- เปลี่ยนยางชักโครกเมื่อครบอายุ อย่ารอให้รั่ว เป็นอะไหล่ที่ถูกที่สุดในบ้านและคุ้มที่สุดในการเปลี่ยนก่อนเวลา
- ติดวาล์วแยกโซน ตอนสร้างหรือรีโนเวท เพื่อให้วันที่ต้องไล่หาจุดรั่วทำได้โดยไม่ต้องทุบ
- เปลี่ยนสายอ่อนเครื่องซักผ้าตามอายุ ไม่ใช่ตอนที่มันแตก
ถ้าบ้านกำลังจะเปลี่ยนท่อทั้งระบบอยู่แล้ว ให้อ่านเรื่องชนิดท่อและข้อดีข้อเสียก่อนที่ ท่อประปา PVC PPR PE เลือกอย่างไร
คำถามที่พบบ่อย
ตรวจน้ำรั่วด้วยมาตรวัดน้ำทำอย่างไร
ปิดก๊อกและอุปกรณ์ที่ใช้น้ำทุกจุด ปิดปั๊ม แล้วไปดูใบพัดตรงกลางหน้าปัดมาตร ถ้าใบพัดยังหมุนหรือเลขสีแดงเปลี่ยนทั้งที่ไม่มีใครใช้น้ำ แปลว่ามีน้ำรั่ว
ตัวเลขสีแดงกับสีดำบนมาตรต่างกันอย่างไร
ตัวเลขในช่องสีดำคือลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นชุดที่ใช้คิดค่าน้ำ ส่วนตัวเลขสีแดงคือลิตร ไม่ได้ใช้คิดเงินแต่มีประโยชน์ที่สุดเวลาไล่หาน้ำรั่ว เพราะขยับให้เห็นเร็วกว่ามาก
จะรู้ได้อย่างไรว่ารั่วในบ้านหรือนอกบ้าน
ทดสอบสองรอบ รอบแรกปิดทุกจุดที่ใช้น้ำ รอบที่สองปิดวาล์วเมนของบ้านเพิ่ม ถ้าปิดวาล์วแล้วใบพัดหยุด แปลว่ารั่วในเขตบ้าน ถ้ายังหมุนอยู่ แปลว่ารั่วระหว่างมาตรกับวาล์วหรือที่ตัวมาตร
ชักโครกรั่วดูอย่างไร
หยดสีผสมอาหารลงในถังพักน้ำสักสิบหยด ทิ้งไว้สามสิบนาทีโดยไม่กด แล้วดูน้ำในโถ ถ้ามีสีขึ้นมาแปลว่ายางปิดไม่สนิทและน้ำไหลผ่านตลอดเวลา
ปั๊มติดเองตอนกลางคืนแปลว่าอะไร
แปลว่ามีน้ำออกจากระบบทั้งที่ไม่มีใครเปิดน้ำ ซึ่งเกือบทุกครั้งคือการรั่ว ลองปิดวาล์วขาออกของปั๊ม ถ้าปั๊มหยุดติดเอง แปลว่ารั่วอยู่ปลายทางหลังวาล์ว
รั่วใต้พื้นสังเกตจากอะไร
กระเบื้องร่อนหรือยาแนวดำเป็นแนวยาว พื้นบางแผ่นอุ่นผิดปกติ ผนังชื้นเป็นวงที่ขยายช้า ๆ ได้ยินเสียงน้ำในผนังตอนบ้านเงียบ หญ้าเขียวเข้มเป็นแนวในสนามที่ที่เหลือแห้ง และพื้นคอนกรีตนอกบ้านชื้นเป็นวงแม้ไม่มีฝน
ถ้ารั่วก่อนถึงมาตรต้องทำอย่างไร
แจ้งการประปาก่อน อย่าเพิ่งจ้างช่างมาขุดเอง โดยทั่วไปการประปาดูแลถึงตัวมาตร ส่วนท่อหลังมาตรเข้าบ้านเป็นของผู้ใช้น้ำ แต่ควรยืนยันกับสำนักงานประปาในพื้นที่ก่อน ในเขตการประปานครหลวงแจ้งได้ที่ 1125
สรุป
- ปิดน้ำทุกจุดแล้วดูใบพัดตรงกลางมาตร ถ้ายังหมุนแปลว่ารั่ว ใช้เวลาสิบนาที
- เลขสีดำคือลูกบาศก์เมตรที่ใช้คิดเงิน เลขสีแดงคือลิตรที่ใช้ไล่หารั่ว
- ทดสอบรอบสองโดยปิดวาล์วเมน เพื่อแยกว่ารั่วในเขตบ้านหรือฝั่งมาตร
- อ่านมาตรก่อนนอนและตอนตื่น เพื่อวัดว่ารั่วมากแค่ไหนเป็นตัวเลขจริง
- ชักโครกคือสาเหตุอันดับหนึ่ง และทดสอบได้ด้วยสีผสมอาหารในสามสิบนาที
- ปั๊มที่ติดเองตอนไม่มีใครใช้น้ำ คือหลักฐานของการรั่วเกือบทุกครั้ง
- รั่วใต้พื้นส่งสัญญาณก่อนเสมอ ทั้งกระเบื้องร่อน ผนังชื้น และแนวหญ้าเขียว
- สงสัยว่ารั่วฝั่งก่อนมาตร ให้แจ้งการประปาก่อนจ้างใครมาขุด
- จดเลขมาตรทุกเดือน และปิดวาล์วเมนทุกครั้งที่ไปหลายวัน