เสียงปั๊มน้ำมีสี่ชนิด และแต่ละชนิดมาจากคนละสาเหตุ
คนส่วนใหญ่เรียกรวมกันว่าปั๊มเสียงดัง แล้วจบลงที่การซื้อปั๊มใหม่ ซึ่งบ่อยครั้งเสียงก็ยังอยู่
เพราะเสียงที่ได้ยินตอนตีสองไม่ได้มาจากที่เดียวกันทั้งหมด
เสียงหวีดหรือเสียงเหมือนกรวดในปั๊ม คือปั๊มดูดน้ำไม่ทัน
เสียงกึกดังตูมตอนน้ำหยุด คือแรงกระแทกในท่อ
เสียงติดดับถี่ ๆ ทั้งคืน คือปั๊มตัดบ่อย ซึ่งอาจมาจากถังแรงดันหรือมาจากน้ำรั่ว
เสียงหึ่งสั่นสะเทือนไปทั้งผนัง คือปัญหาการติดตั้ง ไม่ใช่ปัญหาของตัวปั๊ม
แยกให้ออกก่อนว่าคุณได้ยินแบบไหน แล้วบทความนี้จะพาไปถึงจุดที่ต้องแก้จริง
เสียงหวีดหรือเสียงกรวด มาจากการดูดที่ไม่ราบรื่น
นี่คือเสียงที่ฟังเหมือนมีทรายอยู่ในปั๊ม และเป็นสัญญาณที่ควรรีบจัดการที่สุดในสี่ข้อ
เกิดขึ้นเมื่อฝั่งดูดของปั๊มมีความต้านทานมากเกินไป จนแรงดันในน้ำตกลงต่ำมากและเกิดฟองอากาศขึ้นภายใน ฟองเหล่านั้นยุบตัวเมื่อผ่านไปยังฝั่งที่แรงดันสูงกว่า ทำให้เกิดเสียงและกัดกร่อนใบพัดไปทีละนิด
สาเหตุที่พบจริง
- ตะแกรงกรองฝั่งดูดตัน ซึ่งเป็นข้อแรกที่ควรเปิดดูเสมอ
- ฟุตวาล์วสกปรกหรือเสีย ทำให้อากาศเข้าระบบ
- ท่อดูดเล็กเกินไปหรือยาวเกินไป โดยเฉพาะถ้ามีข้องอหลายตัว
- ระดับน้ำในแท็งก์ต่ำกว่าที่ปั๊มควรจะดูดไหว
- รอยรั่วเล็ก ๆ ที่ข้อต่อฝั่งดูด ซึ่งไม่ทำให้น้ำหยด แต่ทำให้อากาศเข้าได้
ข้อสุดท้ายเป็นข้อที่หายากที่สุดและอธิบายกรณีที่ทุกอย่างดูปกติแต่ยังมีเสียง
วิธีตรวจคือทาน้ำสบู่ที่ข้อต่อทุกจุดฝั่งดูดขณะปั๊มทำงาน ถ้ามีจุดที่ฟองถูกดูดเข้าไป นั่นคือจุดรั่ว
เสียงชนิดนี้ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะมันกินใบพัดและซีลไปเรื่อย ๆ จนปั๊มเสียก่อนเวลาอันควร
เสียงกึกตอนน้ำหยุด คือแรงกระแทกในท่อ
ปิดก๊อกแล้วได้ยินเสียงตูมในผนัง หรือปั๊มตัดแล้วมีเสียงกระแทกตามมาหนึ่งครั้ง นั่นคือน้ำที่กำลังไหลถูกหยุดกะทันหันและพลังงานนั้นต้องไปที่ใดที่หนึ่ง
เสียงนี้ไม่ใช่แค่รบกวน มันคือแรงที่กระทำกับข้อต่อและอุปกรณ์ทุกครั้งที่เกิด และเป็นสาเหตุของท่อแตกที่คนไม่ค่อยเชื่อมโยงถึง
สิ่งที่ทำให้แย่ลง
- ท่อยาวและตรงโดยไม่มีอะไรรับแรง
- ท่อที่ยึดกับผนังไม่แน่นพอ ทำให้ขยับและกระแทกโครงสร้าง
- วาล์วหรือก๊อกที่ปิดเร็วมาก เช่นวาล์วโซลินอยด์ในเครื่องซักผ้า
- ไม่มีถังแรงดันหรือถังแรงดันเสียแล้ว
ทางแก้มีตั้งแต่ยึดท่อให้แน่นขึ้น ไปจนถึงติดอุปกรณ์ลดแรงกระแทกที่ใกล้จุดที่ปิดเร็วที่สุด และการตรวจถังแรงดัน ซึ่งจะพูดถึงในหัวข้อถัดไป
เสียงติดดับถี่ทั้งคืน คือปั๊มตัดบ่อย
ปั๊มควรทำงานเมื่อมีคนใช้น้ำ ถ้าไม่มีใครใช้แล้วมันยังติดเอง แปลว่ามีอะไรผิด
สาเหตุมีสองกลุ่มใหญ่ และแยกกันได้ง่ายมาก
กลุ่มแรก น้ำออกจากระบบ คือมีน้ำรั่วอยู่ที่ไหนสักแห่ง ทำให้แรงดันตกและปั๊มติดขึ้นมาเติม
กลุ่มที่สอง ถังแรงดันเสีย ทำให้ระบบไม่มีที่เก็บแรงดันสำรอง ปั๊มจึงติดและตัดถี่มากทุกครั้งที่เปิดน้ำแม้เพียงนิดเดียว
วิธีแยกใช้เวลาห้านาที ให้ปิดวาล์วขาออกของปั๊มแล้วรอดู
ถ้าปั๊มหยุดติดเอง แปลว่าปัญหาอยู่ปลายทาง คือมีน้ำรั่วหลังวาล์วนั้น
ถ้าปั๊มยังติดเองอยู่ ปัญหาอยู่ที่ตัวปั๊มหรือถังแรงดัน
การไล่หาน้ำรั่วด้วยมาตรวัดน้ำ อยู่ใน ตรวจน้ำรั่วในบ้านด้วยมาตรวัดน้ำ ใช้เวลาสิบนาที และเรื่องการเลือกขนาดปั๊มให้เหมาะอยู่ใน ปั๊มน้ำ เลือกขนาดอย่างไรไม่ให้ปั๊มตัดบ่อย
เสียงหึ่งที่สั่นไปทั้งผนัง คือเรื่องการติดตั้งล้วน ๆ
นี่คือกลุ่มที่แก้ได้ถูกที่สุดและได้ผลชัดที่สุด และเป็นกลุ่มที่คนไปซื้อปั๊มใหม่มาแล้วเสียงยังเท่าเดิม
เพราะเสียงที่คุณได้ยินไม่ได้ออกมาจากตัวปั๊มโดยตรง แต่ออกมาจากสิ่งที่ปั๊มไปทำให้สั่น
สิ่งที่ต้องตรวจ
- ปั๊มวางบนอะไร ถ้าวางบนพื้นไม้ พื้นยกลอย หรือแท่นบาง ๆ สิ่งนั้นจะทำหน้าที่เหมือนแผ่นเสียง แท่นคอนกรีตหนาและแยกจากตัวบ้านคือสิ่งที่ควรมี
- มีแผ่นยางกันสั่นใต้ฐานหรือไม่ และแผ่นนั้นแข็งตัวไปแล้วหรือยัง เพราะยางที่แข็งแล้วไม่ได้ทำหน้าที่อะไรเลย
- น็อตยึดฐานแน่นหรือหลวม น็อตหลวมทำให้เกิดเสียงกระพือที่ดังกว่าเสียงมอเตอร์มาก
- ท่อต่อกับปั๊มแบบแข็งหรือไม่ ท่อพีวีซีที่ต่อตรงเข้าปั๊มจะส่งแรงสั่นไปตามท่อทั้งเส้น การใส่ท่ออ่อนสั้น ๆ คั่นไว้ช่วยได้มาก
- ปั๊มชิดผนังบ้านแค่ไหน ปั๊มที่ติดผนังห้องนอนคือปั๊มที่จะดังที่สุดเสมอ ไม่ว่าจะเงียบแค่ไหนในสเปก
ลำดับที่ควรลองคือ ขันน็อตให้แน่น เปลี่ยนแผ่นยาง ใส่ท่ออ่อนคั่น แล้วค่อยคิดเรื่องย้ายตำแหน่ง
สามข้อแรกใช้เงินไม่มากและมักลดเสียงลงได้จนพอใจ
เสียงที่บอกว่าปั๊มกำลังจะพัง
ไม่ใช่ทุกเสียงที่แก้ด้วยการติดตั้ง บางเสียงคือสัญญาณของอะไรที่กำลังสึก
- เสียงครืดคราดต่อเนื่องขณะหมุน มักเป็นลูกปืนที่กำลังเสีย และจะดังขึ้นเรื่อย ๆ
- เสียงเหมือนของแข็งกระทบใบพัด อาจมีเศษหลุดเข้าไป ซึ่งต้องหยุดใช้ทันที
- มอเตอร์ร้อนจัดผิดปกติพร้อมเสียงครางต่ำ เป็นสัญญาณที่ต้องปิดเบรกเกอร์และเรียกช่าง
- มีน้ำหยดออกจากตัวปั๊มบริเวณรอยต่อมอเตอร์ คือซีลรั่ว ซึ่งถ้าปล่อยไว้จะลามไปที่มอเตอร์
สี่ข้อนี้ต่างจากสามหัวข้อก่อนหน้าตรงที่ไม่ควรเลื่อนการซ่อมออกไป
ทำไมเสียงตอนกลางคืนถึงดังกว่าตอนกลางวัน
เรื่องนี้ทำให้หลายคนคิดว่าปั๊มมีปัญหาเฉพาะกลางคืน
ความจริงคือเสียงเท่าเดิม แต่เสียงพื้นหลังหายไปหมด และหูคนไวต่อเสียงต่อเนื่องมากในความเงียบ
อีกอย่างคือกลางคืนไม่มีใครใช้น้ำ ดังนั้นถ้าปั๊มติดขึ้นมา คุณจะได้ยินโดดออกมาชัดเจน ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นข้อดี เพราะมันคือช่วงเวลาที่ตรวจน้ำรั่วได้แม่นที่สุด
วิธีใช้ประโยชน์จากตรงนี้คือ คืนไหนที่ได้ยินปั๊มติดเอง ให้ลุกไปจดเลขมาตรวัดน้ำไว้ แล้วจดอีกครั้งตอนเช้าก่อนใครใช้น้ำ ตัวเลขที่ต่างกันคือหลักฐานว่ามีน้ำรั่วจริง
ทำอะไรได้คืนนี้เลย
- ปิดวาล์วขาออกของปั๊ม แล้วดูว่ายังติดเองไหม เพื่อแยกว่าเป็นน้ำรั่วหรือเป็นตัวปั๊ม
- ขันน็อตยึดฐานปั๊มให้แน่น ซึ่งมักลดเสียงลงทันที
- เปิดตะแกรงกรองฝั่งดูดออกล้าง ถ้าเสียงเป็นแบบหวีดหรือมีกรวด
- จดเลขมาตรวัดน้ำก่อนนอนและตอนตื่น เพื่อยืนยันว่ามีน้ำหายไปหรือไม่
- ถ้ามอเตอร์ร้อนจัดหรือมีกลิ่นไหม้ ให้ปิดเบรกเกอร์ไว้ก่อน แล้วค่อยจัดการพรุ่งนี้
คำถามที่พบบ่อย
ปั๊มเสียงดังต้องเปลี่ยนปั๊มใหม่ไหม
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง เพราะเสียงหลายชนิดมาจากการติดตั้งหรือจากน้ำรั่ว ไม่ใช่จากตัวปั๊ม การเปลี่ยนปั๊มโดยไม่แก้ต้นเหตุมักได้เสียงเท่าเดิม
เสียงเหมือนมีกรวดในปั๊มคืออะไร
คืออาการที่ฝั่งดูดต้านทานมากเกินไปจนเกิดฟองอากาศในน้ำแล้วยุบตัว ให้ตรวจตะแกรงกรอง ฟุตวาล์ว ระดับน้ำในแท็งก์ และรอยรั่วเล็ก ๆ ที่ข้อต่อฝั่งดูด
ปั๊มติดเองตอนกลางคืนแปลว่าอะไร
แปลว่ามีน้ำออกจากระบบทั้งที่ไม่มีใครเปิดน้ำ ซึ่งเกือบทุกครั้งคือน้ำรั่ว หรือไม่ก็ถังแรงดันเสีย
จะแยกน้ำรั่วกับถังแรงดันเสียอย่างไร
ปิดวาล์วขาออกของปั๊ม ถ้าปั๊มหยุดติดเอง แปลว่ารั่วอยู่หลังวาล์ว ถ้ายังติดเอง ปัญหาอยู่ที่ตัวปั๊มหรือถังแรงดัน
เสียงตูมตอนปิดก๊อกอันตรายไหม
เป็นแรงที่กระทำกับข้อต่อทุกครั้งที่เกิด และเป็นสาเหตุของท่อแตกที่คนมักไม่เชื่อมโยงถึง ควรยึดท่อให้แน่นและตรวจถังแรงดัน
วางปั๊มบนอะไรถึงจะเงียบที่สุด
แท่นคอนกรีตที่หนาและแยกจากโครงสร้างบ้าน พร้อมแผ่นยางกันสั่นที่ยังไม่แข็งตัว และไม่ควรวางชิดผนังห้องนอน
ทำไมกลางคืนถึงดังกว่ากลางวัน
เสียงเท่าเดิม แต่เสียงพื้นหลังหายไปและหูไวต่อเสียงต่อเนื่องในความเงียบ อีกทั้งกลางคืนไม่มีใครใช้น้ำ ปั๊มที่ติดขึ้นมาจึงโดดออกมาชัด
เสียงแบบไหนที่ต้องหยุดใช้ทันที
เสียงเหมือนของแข็งกระทบใบพัด มอเตอร์ร้อนจัดพร้อมเสียงครางต่ำ หรือมีกลิ่นไหม้ ให้ปิดเบรกเกอร์แล้วเรียกช่าง
สรุป
- แยกให้ออกก่อนว่าเสียงเป็นแบบหวีด แบบกึก แบบติดดับถี่ หรือแบบสั่นสะเทือน
- เสียงหวีดหรือกรวดคือฝั่งดูดมีปัญหา และกินอายุใบพัดไปเรื่อย ๆ
- เสียงกึกตอนน้ำหยุดคือแรงกระแทกในท่อ ซึ่งทำให้ท่อแตกได้
- เสียงติดดับถี่คือน้ำรั่วหรือถังแรงดันเสีย แยกได้ด้วยการปิดวาล์วขาออก
- เสียงสั่นสะเทือนคือเรื่องการติดตั้ง และแก้ได้ถูกที่สุด
- ขันน็อต เปลี่ยนแผ่นยาง ใส่ท่ออ่อนคั่น ก่อนคิดถึงการย้ายตำแหน่ง
- เสียงลูกปืน เสียงของแข็งกระทบใบพัด และกลิ่นไหม้ คือกลุ่มที่ห้ามเลื่อน
- ใช้ความเงียบตอนกลางคืนให้เป็นประโยชน์ ด้วยการจดเลขมาตรวัดน้ำก่อนนอนและตอนตื่น