ถืออสังหาไว้ 10 ปี ตอนขายได้อะไรกลับมาบ้าง

ได้จากสามทาง คือค่าเช่าสุทธิที่เก็บได้จริง เงินต้นที่ผ่อนไปแล้ว และส่วนต่างราคาตอนขาย สองอย่างแรกคำนวณล่วงหน้าได้ อย่างที่สามเดาไม่ได้ และกฎหมายภาษีไทยขีดเส้นไว้สองเส้นที่กำหนดว่าการถือนานแค่ไหนถึงคุ้ม คือเส้น 5 ปี กับเส้น 10 ปี

คนส่วนใหญ่วางแผนถือยาวโดยดูแค่ค่าเช่ากับราคาที่หวังว่าจะขึ้น แล้วไปเจอสองเส้นนี้เอาตอนนั่งอยู่ที่สำนักงานที่ดิน

เส้นแรก 5 ปี ต่างกัน 2.8% ของราคาทั้งหลัง

พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2541 มาตรา 4(6) กำหนดว่า การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ทำภายในห้าปีนับแต่วันที่ได้มา ถือเป็นการขายเป็นทางค้าหรือหากำไร ซึ่งต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะคือร้อยละ 3 ของรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ และต้องเสียภาษีท้องถิ่นควบคู่ไปอีกร้อยละ 10 ของจำนวนภาษีธุรกิจเฉพาะนั้น รวมเป็นร้อยละ 3.3 ส่วนรายรับที่ใช้เป็นฐานคือราคาซื้อขายจริงหรือราคาประเมินทุนทรัพย์ แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า

ถ้าไม่เข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ก็เสียอากรแสตมป์ร้อยละ 0.5 แทน และเสียอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ได้เสียทั้งคู่

ขายบ้านราคา 3,000,000 บาทขายในปีที่ 3ขายในปีที่ 6
ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%99,000 บาทไม่เสีย
อากรแสตมป์ 0.5%ไม่เสีย15,000 บาท
ส่วนต่าง84,000 บาท84,000 บาท

มีทางลัดอยู่ทางหนึ่ง มาตรา 4(6)(ค) ยกเว้นให้กับการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เป็นสถานที่อยู่อาศัยอันเป็นแหล่งสำคัญ ที่ผู้ขายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี แปลว่าบ้านที่คุณอยู่เองและมีชื่อในทะเบียนบ้านครบปี ไม่ต้องรอถึงห้าปี

แต่ถ้าเป็นห้องที่ซื้อไว้ปล่อยเช่า ชื่อในทะเบียนบ้านไม่ได้อยู่ที่คุณ เส้นห้าปีจึงเป็นเส้นจริงที่ต้องนับ

เส้นที่สอง 10 ปี ตรงที่กฎหมายเลิกให้เครดิตกับการถือนาน

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้คิดจากกำไรที่คุณได้จริง แต่คิดจากราคาประเมินทุนทรัพย์ แล้วหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาตามจำนวนปีที่ถือครอง ตามมาตรา 4 ของพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 165) พ.ศ. 2529

จำนวนปีที่ถือครองหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา (ร้อยละของเงินได้)
1 ปี92
2 ปี84
3 ปี77
4 ปี71
5 ปี65
6 ปี60
7 ปี55
8 ปีขึ้นไป50

เห็นแล้วอาจตกใจว่าถือนานแล้วหักได้น้อยลง แต่มันมีอีกครึ่งหนึ่งของสูตร คือเงินได้ที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายจะถูกหารด้วยจำนวนปีที่ถือครองก่อน แล้วค่อยคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า แล้วจึงคูณกลับด้วยจำนวนปีที่ถือครอง การหารนี่แหละที่ดึงเงินได้ต่อปีลงไปอยู่ขั้นบันไดที่ต่ำกว่า

และตรงนี้คือจุดที่ตัวเลข 10 โผล่ขึ้นมา กรมสรรพากรระบุวิธีนับไว้ว่า จำนวนปีที่ถือครองถ้าเกิน 10 ปีให้นับเพียง 10 ปี และเศษของปีให้นับเป็น 1 ปี

พูดง่าย ๆ คือตัวหารหยุดโตที่สิบ ถือปีที่ 11 ปีที่ 15 หรือปีที่ 20 กฎหมายก็ยังนับให้แค่ 10 ปีเท่าเดิม ประโยชน์ทางภาษีจากการถือยาวจึงเต็มเพดานที่ปีที่สิบ หลังจากนั้นการถือต่อต้องคุ้มด้วยเหตุผลอื่น ไม่ใช่ด้วยภาษี

ส่วนคำว่าเศษของปีให้นับเป็น 1 ปี มีผลในทางปฏิบัติมากกว่าที่คิด ขายเดือนแรกที่ย่างเข้าปีที่ 6 กับขายเดือนสุดท้ายของปีที่ 6 นับเป็นจำนวนปีเท่ากัน คนที่รู้เรื่องนี้จะไม่รีบปิดดีลข้ามปีโดยไม่จำเป็น

ตัวเลขจริงของแต่ละหลังต่างกันตามราคาประเมิน กรมสรรพากรมีโปรแกรมคำนวณภาษีที่เกี่ยวข้องกับการขายอสังหาริมทรัพย์ให้ใช้ฟรีบนเว็บไซต์ ใส่ราคาประเมินกับจำนวนปีแล้วเทียบดูได้เอง

ผู้หญิงยืนมองวิวเมืองจากหน้าต่างคอนโดช่วงแสงเย็น เห็นจากด้านหลัง

ผลตอบแทน 10 ปี มาจากสามกอง ไม่ใช่กองเดียว

ลองวางตัวเลขจริงดู สมมติซื้อคอนโด 2,500,000 บาท วางดาวน์ 250,000 กู้ 2,250,000 ผ่อน 30 ปี คิดดอกเบี้ยคงที่เฉลี่ย 5% ต่อปี ปล่อยเช่าได้เดือนละ 11,000 บาท

จากตารางผ่อนของเงื่อนไขนี้ ค่างวดอยู่ที่ประมาณ 12,079 บาทต่อเดือน

10 ปีแรกจำนวนเงิน
ค่างวดที่จ่ายไปทั้งหมดประมาณ 1,449,000 บาท
ส่วนที่ไปตัดเงินต้นจริงประมาณ 420,000 บาท
ส่วนที่เป็นดอกเบี้ยประมาณ 1,029,000 บาท
ค่าเช่าที่เก็บได้ทั้งหมด1,320,000 บาท
ค่าเช่าสุทธิ หลังช่วงว่าง ค่าส่วนกลาง ซ่อมบำรุง และค่านายหน้า ประมาณ 70%ประมาณ 924,000 บาท

ตัวเลขที่ควรจ้องคือบรรทัดที่สองกับสาม จ่ายค่างวดไปหนึ่งล้านสี่แสนกว่า แต่หนี้ลดลงแค่สี่แสนสองหมื่น เพราะสิบปีแรกของสินเชื่อสามสิบปีคือช่วงที่สัดส่วนดอกเบี้ยหนักที่สุด

รวมแล้วในสิบปีนี้ คุณเติมเงินสดเข้าไปประมาณ 250,000 บาทตอนดาวน์ บวกส่วนที่ค่าเช่าสุทธิจ่ายค่างวดไม่พออีกประมาณ 525,000 บาท และสิ่งที่ได้กลับมาคือเงินต้นที่ลดไป 420,000 บาท กับส่วนต่างราคาซึ่งยังไม่รู้

สมมติราคาตอนขายปีที่ 10เหลือหลังปิดหนี้ประมาณ 1,830,000
ราคาเท่าเดิม 2,500,000ประมาณ 670,000 บาท ก่อนหักค่าใช้จ่ายตอนขาย
ขึ้นปีละ 2% เป็น 3,047,000ประมาณ 1,217,000 บาท ก่อนหักค่าใช้จ่ายตอนขาย

ถ้าราคาไม่ขยับเลยตลอดสิบปี เงินสดที่ใส่ไปประมาณ 775,000 บาท จะได้กลับมาราว 670,000 บาท ก่อนหักค่าโอนและภาษี นั่นคือขาดทุน ส่วนกรณีขึ้นปีละ 2% จึงจะเริ่มมีกำไรที่พอเห็นเป็นเนื้อเป็นหนัง

ตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นสมมติฐานที่วางไว้ให้เห็นโครงสร้าง ไม่ใช่การพยากรณ์ราคา เปลี่ยนดอกเบี้ยหรือค่าเช่านิดเดียวผลลัพธ์ก็ขยับ วิธีแยกผลตอบแทนขั้นต้นออกจากผลตอบแทนสุทธิอยู่ใน ผลตอบแทนที่เห็นกับผลตอบแทนที่ได้จริง

สิ่งที่กัดกินผลตอบแทนเงียบ ๆ ตลอดสิบปี

  • ตัวอาคารเสื่อม ที่ดินไม่เสื่อม ผ่านไปสิบปีตัวบ้านหรือตัวอาคารเก่าลงสิบปีเสมอ สิ่งที่ต้านเวลาได้คือที่ดินใต้มัน คอนโดคุณถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามสัดส่วนเล็ก ๆ ในขณะที่บ้านบนที่ดินของตัวเองมีสัดส่วนที่ดินสูงกว่ามาก
  • ค่าส่วนกลางไม่เคยลง อาคารอายุสิบปีคือช่วงที่ลิฟต์ ปั๊ม และระบบไฟเริ่มถึงรอบเปลี่ยน นิติบุคคลที่เก็บเงินได้ไม่ครบจะเรียกเงินก้อนพิเศษหรือปล่อยให้บริการถดถอย
  • รอบรีโนเวท ห้องที่ปล่อยเช่ามาสิบปีต้องลงทุนใหม่อย่างน้อยหนึ่งรอบถ้ายังอยากได้ค่าเช่าเท่าเดิม
  • ช่วงว่างระหว่างผู้เช่า ว่างเดือนเดียวต่อปีคือรายได้หายไป 8% ของทั้งปี
  • ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรายปี อัตราขึ้นกับประเภทการใช้ประโยชน์และช่วงมูลค่า สอบถามอัตราที่ใช้จริงได้จากเทศบาลหรือ อบต. ที่ทรัพย์ตั้งอยู่
อาคารพักอาศัยในเมืองไทยที่ผนังเริ่มมีคราบและกันสาดสีซีดจากแดดฝน

คอนโดกับบ้านไม่ได้แก่ไปพร้อมกัน

คอนโดบ้านบนที่ดินของตัวเอง
สัดส่วนมูลค่าที่อยู่ในที่ดินต่ำ ถือกรรมสิทธิ์รวมตามอัตราส่วนสูง และไม่เสื่อมตามเวลา
อาคารอายุ 10 ปีมีผลต่อราคาแค่ไหนมาก เพราะเทียบกับตึกใหม่ในย่านเดียวกันโดยตรงน้อยกว่า เพราะผู้ซื้อซื้อที่ดินไปด้วย
ค่าใช้จ่ายส่วนกลางระยะยาวบังคับจ่าย และมีเงินเรียกเก็บพิเศษได้ควบคุมเองได้มากกว่า
สภาพคล่องตอนขายสูงกว่าถ้าอยู่ติดรถไฟฟ้าช้ากว่า แต่ฐานผู้ซื้อเป็นคนอยู่จริง

ข้อสรุปที่ใช้ได้จริงคือ ยิ่งวางแผนถือนาน สัดส่วนมูลค่าที่อยู่ในที่ดินยิ่งสำคัญ เพราะมันคือส่วนเดียวที่เวลาไม่กิน

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจถือยาว 10 ปี

  • คำนวณค่างวดสิบปีแรกแยกเป็นเงินต้นกับดอกเบี้ยให้เห็นตัวเลขจริง ธนาคารออกตารางผ่อนให้ได้ถ้าขอ
  • ตั้งสมมติฐานค่าเช่าแบบมีช่วงว่างอยู่ในนั้นตั้งแต่แรก อย่าคิดที่ 12 เดือนเต็ม
  • กันงบรีโนเวทหนึ่งรอบไว้ในแผน ไม่ใช่ค่อยไปหาเอาตอนนั้น
  • ถ้าดอกเบี้ยรอบใหม่ต่ำลง การรีไฟแนนซ์ระหว่างทางเปลี่ยนสัดส่วนเงินต้นต่อดอกเบี้ยได้มาก ดูวิธีคิดใน รีไฟแนนซ์บ้านตอนดอกเบี้ยขาลง
  • ถ้าตั้งใจขายในช่วงปีที่ 4 ถึงปีที่ 5 ให้ตรวจวันที่ได้มาก่อน เพราะขยับไม่กี่เดือนอาจต่างกันหลักหมื่นถึงหลักแสน
  • ถ้าถือถึงปีที่สิบแล้วยังลังเล ให้ตัดสินจากค่าเช่ากับสภาพอาคาร ไม่ใช่จากภาษี เพราะประโยชน์ทางภาษีเต็มเพดานไปแล้ว

ตอนตัดสินใจขาย ทรัพย์ที่มีผู้เช่าอยู่กับทรัพย์ที่ว่างขายได้ราคาไม่เท่ากัน เทียบให้ดูแล้วใน ขายพร้อมผู้เช่ากับขายตอนว่าง และถ้าพร้อมขายจริง ดู บริการฝากขายบ้าน

คำถามที่พบบ่อย

ขายอสังหาภายใน 5 ปี ต้องเสียอะไรเพิ่ม

ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2541 มาตรา 4(6) อัตราร้อยละ 3 ของรายรับก่อนหักรายจ่าย บวกภาษีท้องถิ่นอีกร้อยละ 10 ของภาษีนั้น รวมเป็นร้อยละ 3.3

ถ้าขายหลัง 5 ปี เสียอะไรแทน

เสียอากรแสตมป์ร้อยละ 0.5 ของราคาขายหรือราคาประเมินทุนทรัพย์ แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า และเสียอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่เสียทั้งภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์พร้อมกัน

มีชื่อในทะเบียนบ้านช่วยได้จริงไหม

ช่วยได้ มาตรา 4(6)(ค) ยกเว้นให้กับการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยอันเป็นแหล่งสำคัญ ซึ่งผู้ขายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

ถือครองกี่ปีถึงหักค่าใช้จ่ายได้น้อยที่สุด

ตั้งแต่ปีที่ 8 ขึ้นไป หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 50 ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุดในตารางตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 165) พ.ศ. 2529 มาตรา 4

ทำไมถือเกิน 10 ปีแล้วภาษีไม่ลดลงอีก

เพราะวิธีนับของกรมสรรพากรกำหนดว่าจำนวนปีที่ถือครองถ้าเกิน 10 ปีให้นับเพียง 10 ปี ตัวหารในสูตรจึงหยุดที่สิบ ประโยชน์ทางภาษีจากการถือยาวจึงเต็มเพดานที่ปีที่สิบ

ขายเดือนไหนของปีมีผลไหม

มี เพราะเศษของปีให้นับเป็น 1 ปี ขายต้นปีที่ 6 กับปลายปีที่ 6 นับเป็นจำนวนปีเท่ากัน แต่ขยับจากปลายปีที่ 5 ไปต้นปีที่ 6 เปลี่ยนจำนวนปีที่ใช้คำนวณ

ผ่อน 10 ปีแล้วหนี้ลดไปเท่าไร

น้อยกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด ในตัวอย่างเงินกู้ 2,250,000 บาท 30 ปี ดอกเบี้ย 5% ต่อปี ค่างวดสิบปีรวมประมาณ 1,449,000 บาท แต่ตัดเงินต้นได้ประมาณ 420,000 บาท ที่เหลือเป็นดอกเบี้ย

คอนโดกับบ้าน อันไหนเหมาะกับการถือยาวกว่า

ขึ้นกับสัดส่วนมูลค่าที่อยู่ในที่ดิน บ้านบนที่ดินของตัวเองมีสัดส่วนนั้นสูงกว่าและที่ดินไม่เสื่อมตามเวลา ส่วนคอนโดชนะเรื่องสภาพคล่องถ้าอยู่ติดรถไฟฟ้า

สรุป

  • ผลตอบแทนของการถือยาวมาจากค่าเช่าสุทธิ เงินต้นที่ผ่อนไป และส่วนต่างราคา สองอย่างแรกคำนวณล่วงหน้าได้
  • ขายภายใน 5 ปีนับแต่วันที่ได้มา เข้าข่ายเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% แทนอากรแสตมป์ 0.5% ต่างกัน 2.8% ของราคาทั้งหลัง
  • ข้อยกเว้นคือมีชื่อในทะเบียนบ้านของที่อยู่อาศัยนั้นไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
  • ค่าใช้จ่ายเหมาลดจาก 92% ที่ปีแรก เหลือ 50% ตั้งแต่ปีที่ 8 แต่เงินได้จะถูกหารด้วยจำนวนปีที่ถือครองก่อนคำนวณภาษี
  • จำนวนปีที่ถือครองถ้าเกิน 10 ปีให้นับเพียง 10 ปี ประโยชน์ทางภาษีจึงเต็มเพดานที่ปีที่สิบ
  • สิบปีแรกของสินเชื่อสามสิบปีตัดเงินต้นได้น้อย เพราะเป็นช่วงที่ดอกเบี้ยหนักที่สุด
  • ยิ่งถือนาน สัดส่วนมูลค่าที่อยู่ในที่ดินยิ่งสำคัญ เพราะตัวอาคารเสื่อมตามเวลาแต่ที่ดินไม่เสื่อม