บ้านใหม่รับประกันกี่ปี ตอบสั้นที่สุด
โครงสร้างรับประกัน 5 ปี ส่วนควบและอุปกรณ์ที่ไม่ใช่โครงสร้างรับประกัน 1 ปีสำหรับบ้านจัดสรร และ 2 ปีสำหรับห้องชุด โดยนับจากวันโอนกรรมสิทธิ์
| ประเภท | บ้านจัดสรร | ห้องชุด |
|---|---|---|
| โครงสร้าง | 5 ปี | 5 ปี |
| ส่วนควบและอุปกรณ์ | 1 ปี | 2 ปี |
| เริ่มนับ | วันโอนกรรมสิทธิ์ | วันโอนกรรมสิทธิ์ |
ตัวเลขเหล่านี้อ้างอิงจากการสรุปของ CheckRaka ซึ่งอธิบายว่าเงื่อนไขมาจากสัญญามาตรฐานที่กรมที่ดินกำหนดให้โครงการจัดสรรต้องใช้
สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจก่อนอย่างอื่นคือ ตัวเลข 1 ปีนี้ไม่ได้แปลว่าบ้านจะพังภายในหนึ่งปี แต่แปลว่าคุณมีเวลาหนึ่งปีในการหาสิ่งที่โครงการต้องแก้ให้ฟรี หลังจากนั้นทุกอย่างที่ไม่ใช่โครงสร้างกลายเป็นค่าใช้จ่ายของคุณ
อะไรอยู่ในโครงสร้าง อะไรอยู่ในส่วนควบ
เส้นแบ่งนี้สำคัญเพราะมันต่างกันสี่ถึงห้าปี
โครงสร้าง (5 ปี) ได้แก่ เสา คาน ฐานราก โครงหลังคา และผนังรับน้ำหนัก คือชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักอาคาร
ส่วนควบและอุปกรณ์ (1 ปี หรือ 2 ปีสำหรับห้องชุด) ได้แก่ ฝ้า พื้น ประตู หน้าต่าง ระบบประปา ระบบไฟฟ้า ระบบสุขาภิบาล บันได กำแพงและรั้ว
ข้อสังเกตที่ทำให้คนเข้าใจผิดบ่อยคือ พื้นและผนังไม่ได้อยู่ในหมวดเดียวกันเสมอไป แผ่นพื้นที่เป็นโครงสร้างกับกระเบื้องปูพื้นเป็นคนละเรื่อง เช่นเดียวกับผนังรับน้ำหนักกับผนังก่ออิฐกั้นห้อง
กฎหมายกำหนดให้โครงการต้องระบุไว้ในสัญญาอย่างชัดเจนว่ารับประกันส่วนใดบ้าง เอกสารที่ควรหยิบมาอ่านจึงคือสัญญาของโครงการเอง ไม่ใช่บทความหรือคำบอกเล่าจากฝ่ายขาย
นับจากวันไหน
ทั้งสองระยะเวลานับจากวันโอนกรรมสิทธิ์ แต่ CheckRaka เตือนว่าบางโครงการอาจเริ่มนับจากวันติดตั้ง จึงควรตรวจสอบกับโครงการให้ชัด
ความต่างนี้สำคัญมากกับคนที่รับโอนแล้วยังไม่ได้เข้าอยู่ทันที บ้านที่โอนเดือนมกราคมแต่เข้าอยู่จริงเดือนกรกฎาคม เท่ากับใช้ประกันไปแล้วครึ่งหนึ่งโดยยังไม่ได้ใช้งานบ้านเลย
สิ่งที่ควรทำในวันโอนคือถ่ายรูปหน้าสัญญาที่ระบุวันเริ่มนับประกัน แล้วตั้งเตือนในปฏิทินไว้ที่เดือนที่สิบ ไม่ใช่เดือนที่สิบสอง
ทำไมต้องตรวจก่อนครบปีแรก
เพราะการตรวจตอนเดือนที่สิบเอ็ดแล้วเจอปัญหา อาจไม่ทันให้โครงการเข้ามาแก้ก่อนหมดอายุ
งานซ่อมที่ต้องสั่งของ เช่น กระจก บานประตู หรือสุขภัณฑ์ ใช้เวลารอของนานกว่าที่คิด และคิวช่างของโครงการในเดือนที่ลูกบ้านหลายหลังครบปีพร้อมกันก็ยาวกว่าปกติ
ระยะเวลาที่เหมาะสมคือเริ่มตรวจเมื่อครบเดือนที่เก้าถึงสิบ แจ้งเป็นชุดเดียว แล้วเหลือเวลาอีกสองถึงสามเดือนสำหรับการตามงาน
อีกเหตุผลหนึ่งคือปัญหาหลายอย่างเพิ่งแสดงตัวหลังผ่านฤดูฝนหนึ่งรอบ รอยรั่วที่หลังคาและวงกบหน้าต่างจะเห็นชัดที่สุดหลังฝนตกหนักติดกันหลายวัน ไม่ใช่ในวันตรวจรับบ้าน
เช็กลิสต์ตรวจก่อนหมดประกันปีแรก
งานน้ำ
- เปิดก๊อกทุกจุดพร้อมกัน ดูแรงดันและการไหลย้อน
- ราดน้ำทิ้งบนพื้นห้องน้ำ ดูว่าน้ำไหลลงท่อหมดหรือขังเป็นแอ่ง
- ปิดก๊อกทุกจุดแล้วดูมิเตอร์น้ำ ถ้ายังหมุนคือมีรั่วในระบบ
- ตรวจใต้อ่างล้างจานและอ่างล้างหน้า หาคราบน้ำและรอยชื้น
งานไฟ
- ทดสอบสวิตช์และเต้ารับทุกจุด ไม่ใช่แค่จุดที่ใช้ประจำ
- กดปุ่มทดสอบเครื่องตัดไฟรั่ว ว่าตัดจริงหรือไม่
- เปิดไฟทุกดวงพร้อมกันแล้วสังเกตว่าไฟหรี่ลงหรือไม่
งานหลังคาและการรั่วซึม
- ตรวจฝ้าเพดานทุกห้องหลังฝนตกหนัก หาคราบเหลืองและรอยบวม
- ดูมุมวงกบหน้าต่างและประตูทุกบาน หารอยน้ำเข้า
- ตรวจรอยต่อระหว่างระเบียงกับห้อง ซึ่งเป็นจุดรั่วยอดนิยม
งานบานและผิว
- เปิดปิดประตูหน้าต่างทุกบาน ดูว่าติดขัดหรือปิดไม่สนิท
- เคาะกระเบื้องทุกแผ่นด้วยข้อนิ้ว เสียงกลวงคือแผ่นที่ไม่ติดปูน
- ดูรอยแตกที่ยาแนวและซิลิโคนรอบสุขภัณฑ์
โครงสร้าง
- เดินรอบตัวบ้าน หารอยร้าวที่เสาและคาน และการทรุดของพื้นรอบบ้าน
- ตรวจรอยแยกระหว่างตัวบ้านกับพื้นโรงรถหรือทางเดิน
วิธีแยกว่ารอยร้าวไหนเป็นเรื่องผิวฉาบและรอยไหนเป็นเรื่องโครงสร้าง อ่านได้ที่ รอยร้าวแบบไหนอันตราย
เจอปัญหาแล้วแจ้งยังไงให้มีผล
หลายโครงการเปิดให้แจ้งผ่านไลน์ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ซึ่งสะดวกและควรใช้ แต่ควรใช้ควบคู่กับการแจ้งเป็นหนังสือ ไม่ใช่แทนที่
เหตุผลคือแชทพิสูจน์ได้ว่าคุณแจ้งวันไหน แต่หนังสือที่มีเลขรับพิสูจน์ได้ว่าโครงการรับเรื่องแล้ว และนั่นคือเอกสารที่ใช้ได้จริงถ้าเรื่องยืดเยื้อจนเลยกำหนดประกัน
แนวทางที่ได้ผล
- รวบรวมรายการทั้งหมดเป็นชุดเดียว พร้อมรูปที่เห็นตำแหน่งชัดเจน
- ระบุวันที่พบปัญหาแต่ละรายการ ไม่ใช่แค่วันที่แจ้ง
- ส่งทั้งทางไลน์และเป็นหนังสือถึงนิติบุคคลหรือฝ่ายบริการหลังการขาย ขอเลขรับเรื่อง
- ถ่ายรูปหลังซ่อมทุกรายการ และเก็บไว้คู่กับรูปก่อนซ่อม
- ถ้าซ่อมแล้วอาการกลับมา ให้แจ้งใหม่โดยอ้างเลขรับเรื่องเดิม
อายุความ 1 ปี นับจากวันที่เห็นข้อบกพร่อง
หากเรื่องไปถึงขั้นต้องฟ้องผู้ประกอบการต่อศาล ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ได้เห็นข้อบกพร่องนั้น ตามที่ CheckRaka ระบุ
ตัวเลขนี้ต่างจากอายุประกัน และเป็นคนละนาฬิกากัน ประกันโครงสร้าง 5 ปีบอกว่าความเสียหายที่เกิดในช่วงนั้นอยู่ในความรับผิดของโครงการ ส่วนอายุความ 1 ปีบอกว่าเมื่อเห็นแล้วต้องรีบดำเนินการ
ผลในทางปฏิบัติคือการเก็บหลักฐานว่าเห็นปัญหาวันไหนมีค่ามาก และการปล่อยให้เรื่องยืดโดยหวังว่าโครงการจะซ่อมให้ในที่สุด อาจทำให้สิทธิ์ในการฟ้องหมดไปก่อน
สิ่งที่ประกันไม่ครอบคลุม
ประกันครอบคลุมความบกพร่องที่มาจากการก่อสร้าง ไม่ใช่ทุกอย่างที่เสียในบ้าน
- ความเสื่อมตามการใช้งานปกติ เช่น สีซีด ยาแนวเปลี่ยนสี ลูกบิดหลวมจากการใช้
- ความเสียหายจากการใช้ผิดวิธี หรือจากการดัดแปลงต่อเติมของเจ้าของเอง
- งานที่เจ้าของจ้างช่างนอกมาทำ ซึ่งอาจทำให้ส่วนที่เกี่ยวข้องหลุดจากการรับประกันไปด้วย
- เหตุสุดวิสัย เช่น ภัยธรรมชาติ ซึ่งเป็นเรื่องของประกันอัคคีภัยและประกันภัยบ้าน
ข้อที่สามคือข้อที่ทำให้คนเสียสิทธิ์บ่อยที่สุด การรีบต่อเติมครัวหลังหรือเจาะผนังติดตั้งอุปกรณ์ก่อนครบปีแรก ควรถามโครงการก่อนว่ากระทบการรับประกันส่วนไหน
ซื้อบ้านมือสองยังมีประกันเหลือไหม
การรับประกันเป็นสิทธิตามสัญญาระหว่างผู้จัดสรรกับผู้ซื้อ จึงไม่ใช่สิ่งที่ติดไปกับตัวบ้านโดยอัตโนมัติ ผู้ซื้อมือสองควรอ่านสัญญาฉบับเดิมและสอบถามโครงการโดยตรงว่าสิทธิ์ยังเหลืออยู่หรือไม่และโอนได้หรือไม่
ในทางปฏิบัติ บ้านที่โอนครั้งแรกไปแล้วเกินห้าปีถือว่าพ้นช่วงประกันโครงสร้างไปแล้วทั้งหมด การตรวจสภาพก่อนซื้อจึงสำคัญกว่าการหวังพึ่งประกัน อ่านต่อได้ที่ ซื้อบ้านมือสอง โครงสร้าง ความเสี่ยง และต้นทุนแฝง
คำถามที่พบบ่อย
บ้านใหม่รับประกันกี่ปี
โครงสร้างรับประกัน 5 ปี ส่วนควบและอุปกรณ์ที่ไม่ใช่โครงสร้างรับประกัน 1 ปีสำหรับบ้านจัดสรร และ 2 ปีสำหรับห้องชุด นับจากวันโอนกรรมสิทธิ์
อะไรบ้างที่นับเป็นโครงสร้าง
เสา คาน ฐานราก โครงหลังคา และผนังรับน้ำหนัก ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่รับน้ำหนักอาคาร ส่วนฝ้า พื้นปูผิว ประตู หน้าต่าง ระบบไฟฟ้า ประปาและสุขาภิบาล อยู่ในหมวดส่วนควบ
ประกันเริ่มนับจากวันไหน
นับจากวันโอนกรรมสิทธิ์ แต่บางโครงการอาจเริ่มนับจากวันติดตั้ง จึงควรตรวจสอบกับโครงการและถ่ายรูปหน้าสัญญาที่ระบุวันเริ่มนับไว้
ควรตรวจบ้านก่อนหมดประกันตอนไหน
ควรเริ่มตรวจเมื่อครบเดือนที่เก้าถึงสิบ แล้วแจ้งเป็นชุดเดียว เพื่อให้เหลือเวลาอีกสองถึงสามเดือนสำหรับการสั่งของและตามงานซ่อมก่อนครบปี
แจ้งซ่อมทางไลน์พอไหม
ควรใช้ควบคู่กับหนังสือ ไม่ใช่แทนที่ เพราะแชทพิสูจน์วันที่แจ้ง แต่หนังสือที่มีเลขรับเรื่องพิสูจน์ว่าโครงการรับเรื่องแล้ว ซึ่งจำเป็นหากเรื่องยืดเยื้อจนเลยกำหนดประกัน
ต้องฟ้องภายในกี่ปีถ้าโครงการไม่ซ่อม
ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ได้เห็นข้อบกพร่องนั้น ซึ่งเป็นคนละกำหนดกับอายุประกัน 5 ปีหรือ 1 ปี จึงควรบันทึกวันที่พบปัญหาแต่ละรายการไว้
ต่อเติมบ้านแล้วเสียสิทธิ์ประกันไหม
อาจเสียสิทธิ์เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะประกันครอบคลุมความบกพร่องจากการก่อสร้างของโครงการ ไม่ครอบคลุมงานที่เจ้าของจ้างช่างนอกมาทำ ควรถามโครงการก่อนต่อเติมว่ากระทบส่วนใดบ้าง
สรุป
ตัวเลขที่ต้องจำมีสามชุด คือโครงสร้าง 5 ปี ส่วนควบ 1 ปีสำหรับบ้านและ 2 ปีสำหรับคอนโด และอายุความฟ้อง 1 ปีนับจากวันที่เห็นข้อบกพร่อง
สิ่งที่ควรทำในวันโอนคือตั้งเตือนในปฏิทินไว้ที่เดือนที่เก้า ไม่ใช่เดือนที่สิบสอง เพราะเวลาที่หายไปกับการรอของและคิวช่างคือเหตุผลที่คนพลาดสิทธิ์มากที่สุด
และให้แจ้งเป็นหนังสือทุกครั้งควบคู่กับแชท เพราะปีแรกของบ้านคือปีเดียวที่การซ่อมไม่ใช่ค่าใช้จ่ายของคุณ
กำลังมองหาบ้านใหม่หรือบ้านมือสองที่ตรวจสภาพแล้ว ดูทรัพย์ได้ที่ ประกาศขายบ้านและคอนโด ส่วนเจ้าของที่ต้องการขายและอยากรู้ว่าสภาพบ้านมีผลกับราคาแค่ไหน ดูได้ที่ บริการฝากขายบ้าน