รู้ได้ยังไงว่าปลวกขึ้นบ้านแล้ว
ดูสามอย่างนี้ก่อน หนึ่งคือทางเดินดินเป็นเส้นคดเคี้ยวบนผนัง เสา หรือบัวพื้น สองคือไม้ที่เคาะแล้วเสียงโปร่งกลวงทั้งที่ผิวยังดูดี และสามคือปีกใสบาง ๆ กองอยู่ตามขอบหน้าต่างหรือใต้หลอดไฟหลังฝนตก อย่างใดอย่างหนึ่งก็พอให้เรียกช่างมาตรวจแล้ว
สิ่งที่ทำให้ปลวกอันตรายกว่าที่คิดคือมันไม่กินผิวไม้ มันกินเนื้อในแล้วเหลือผิวบาง ๆ ไว้ ทำให้วงกบที่ดูปกติสนิทอาจกลวงข้างในไปแล้วครึ่งหนึ่ง กว่าจะเห็นด้วยตาเปล่าคือตอนที่ผิวยุบลงไป ซึ่งเป็นระยะที่ต้องเปลี่ยนไม้ ไม่ใช่แค่กำจัดปลวก
ปลวกในบ้านคนไทยส่วนใหญ่คือปลวกใต้ดิน
ในประเทศไทยมีปลวกเกือบสองร้อยชนิด แต่ที่ทำลายอาคารบ้านเรือนจริง ๆ มีอยู่ไม่กี่ชนิด และตัวที่พบมากที่สุดในบ้านคือกลุ่มปลวกใต้ดิน ซึ่งสร้างรังอยู่ในดินแล้วเดินขึ้นมาหาอาหารในตัวบ้าน
จุดนี้สำคัญกับวิธีแก้มาก เพราะถ้ารังอยู่ในดิน การพ่นยาตรงจุดที่เห็นตัวปลวกเท่านั้นแทบไม่มีความหมาย มันเหมือนตัดกิ่งไม้แล้วหวังว่าต้นจะตาย ปลวกที่เห็นเดินอยู่บนผนังคือส่วนน้อยมากของอาณานิคม ที่เหลืออีกหลายแสนตัวยังอยู่ใต้ดินและจะส่งชุดใหม่ขึ้นมาภายในไม่กี่วัน
ปลวกใต้ดินขึ้นบ้านได้จากรอยร้าวของพื้น จากรอยต่อระหว่างพื้นกับผนัง และจากช่องท่อร้อยสายไฟหรือท่อประปาที่ทะลุพื้น ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมบ้านที่ดูสะอาดเรียบร้อยก็ยังโดนได้ ทางขึ้นของมันอยู่ในที่ที่คุณมองไม่เห็น
สัญญาณที่ควรรู้จัก ทีละอย่าง
- ทางเดินดิน เป็นเส้นดินแข็งกว้างประมาณนิ้วก้อยหรือเล็กกว่า วิ่งขึ้นผนัง เสา หรือใต้ท้องพื้น ปลวกสร้างไว้เพื่อกันตัวเองจากแสงและความแห้ง ถ้าเจอ ให้ลองแกะออกสักช่วงหนึ่งแล้วดูอีกสองสามวัน ถ้าถูกซ่อมกลับมา แปลว่ายังใช้งานอยู่
- เสียงโปร่งเวลาเคาะ ใช้ข้อนิ้วเคาะไปตามวงกบ บัวพื้น และพื้นไม้ เสียงที่เปลี่ยนจากทึบเป็นโปร่งในช่วงสั้น ๆ คือจุดที่ควรสงสัย วิธีนี้ง่ายและได้ผลจริง แต่ต้องเคาะเทียบหลาย ๆ จุดถึงจะได้ยินความต่าง
- ปีกแมลงเม่ากองอยู่ ช่วงต้นฤดูฝนหลังฝนตกหนัก ปลวกจะบินออกไปสร้างรังใหม่ แล้วสลัดปีกทิ้ง ปีกใสบาง ๆ ขนาดเท่ากันหมดกองอยู่ใกล้หน้าต่างหรือใต้ดวงไฟ แปลว่ามีรังอยู่ใกล้ ๆ ไม่ใช่แค่บินผ่านมา
- สีลอกหรือผนังพองเป็นทาง ปลวกที่เดินอยู่ใต้สีจะดันผิวสีให้นูนขึ้นเป็นเส้น กดแล้วยุบ ต่างจากสีเสื่อมทั่วไปตรงที่มันเป็นแนวยาวและมักวิ่งขึ้นในแนวดิ่ง
- ประตูหรือหน้าต่างฝืดขึ้นทั้งที่ไม่ใช่หน้าฝน วงกบที่ถูกกินข้างในจะบิดตัว ทำให้บานเริ่มติดขัด หลายคนคิดว่าไม้บวมตามความชื้น แล้วไสประตูออกจนบาง แทนที่จะตรวจว่าทำไมวงกบถึงบิด
- ขี้ปลวกเป็นเม็ดเล็ก ๆ พบในปลวกบางชนิดที่อยู่ในเนื้อไม้ ลักษณะเป็นผงหรือเม็ดสีน้ำตาลกองใต้รูเล็ก ๆ ถ้าปัดทิ้งแล้วกลับมากองใหม่ แปลว่ายังมีตัวอยู่
เจอแล้วห้ามทำอะไร
ข้อนี้สำคัญไม่แพ้การรู้ว่าต้องทำอะไร เพราะปฏิกิริยาแรกของคนส่วนใหญ่ทำให้เรื่องแก้ยากขึ้น
อย่าเพิ่งพ่นสเปรย์กำจัดแมลงใส่ สเปรย์ทั่วไปฆ่าตัวที่โดนได้จริง แต่มันทำสองอย่างที่เสียหาย อย่างแรกคือฆ่าเฉพาะตัวที่เห็น ซึ่งไม่กระทบรังเลย อย่างที่สองคือทำให้ปลวกที่เหลือหลบหนีไปเปิดทางใหม่ที่อื่นในบ้าน จากปัญหาที่รู้ตำแหน่งชัด กลายเป็นปัญหาที่กระจายและหาไม่เจอ
อย่าทุบทางเดินดินทิ้งทั้งหมดก่อนช่างมา ทางเดินดินคือแผนที่ที่บอกช่างว่าปลวกขึ้นมาจากตรงไหน ถ้าทำความสะอาดจนหมดก่อน ช่างต้องเริ่มหาใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ให้แกะออกแค่ช่วงสั้น ๆ เพื่อทดสอบว่ายังใช้งานอยู่ไหม แล้วเก็บที่เหลือไว้
อย่าเพิ่งซ่อมไม้หรือทาสีทับ การเปลี่ยนวงกบใหม่ก่อนกำจัดปลวก คือการเอาไม้ใหม่ไปให้กินต่อ ลำดับที่ถูกคือกำจัดก่อน แล้วค่อยซ่อม
วิธีกำจัดที่ใช้กันจริง มีสองแนวทาง
ช่างในไทยใช้อยู่สองแบบหลัก และแบบที่เหมาะกับบ้านคุณขึ้นอยู่กับว่าบ้านสร้างแล้วหรือกำลังสร้าง กับว่าคุณรับได้กับการเจาะพื้นแค่ไหน
| แนวทาง | ทำอะไร | เหมาะกับ | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|
| อัดน้ำยาลงดิน | เจาะพื้นเป็นระยะรอบแนวผนังและอัดน้ำยาลงไปใต้พื้น สร้างชั้นดินที่ปลวกผ่านไม่ได้ | บ้านที่สร้างเสร็จแล้วและมีปัญหาอยู่ตอนนี้ | ได้ผลเร็ว แต่ต้องเจาะพื้นเป็นรู และประสิทธิภาพขึ้นกับว่าอัดได้ทั่วถึงจริงไหม จุดที่มีเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินบังมักเป็นช่องโหว่ |
| ระบบเหยื่อ | ติดตั้งสถานีเหยื่อรอบบ้าน ให้ปลวกงานพากลับไปแบ่งกันกินในรัง ทำให้อาณานิคมยุบ | บ้านที่ไม่อยากเจาะพื้น หรือที่หาทางขึ้นไม่เจอ | ไม่เจาะพื้น จัดการถึงรัง แต่ใช้เวลาเป็นสัปดาห์ถึงเป็นเดือน และต้องมีคนมาตรวจสถานีเป็นรอบ ๆ ต่อเนื่อง |
| วางระบบตั้งแต่ก่อสร้าง | ฝังท่อน้ำยาไว้ใต้พื้นตอนก่อสร้าง หรืออัดน้ำยาลงดินก่อนเทพื้น | บ้านที่กำลังสร้าง หรือกำลังต่อเติม | ถูกที่สุดและได้ผลดีที่สุดในระยะยาว แต่ทำได้เฉพาะตอนนั้น ถ้าปล่อยผ่านไปแล้วย้อนกลับไปทำไม่ได้ |
ในทางปฏิบัติ บ้านหลายหลังใช้สองแบบร่วมกัน คืออัดน้ำยาเพื่อหยุดปัญหาเฉพาะหน้า แล้ววางระบบเหยื่อไว้เพื่อจัดการรังและเฝ้าระวังต่อ ถ้าช่างเสนอแบบใดแบบหนึ่งอย่างเดียวโดยไม่อธิบายว่าทำไม ให้ถามเหตุผลก่อนตัดสินใจ
ถามอะไรบ้างก่อนจ้างช่างกำจัดปลวก
ราคาที่ต่างกันสองเท่าระหว่างสองเจ้า มักไม่ได้ต่างกันที่ฝีมือ แต่ต่างกันที่ขอบเขตงานและระยะรับประกัน ให้ถามห้าข้อนี้กับทุกเจ้าที่เรียกมาเสนอราคา แล้วเทียบกันในตาราง
- ใช้วิธีไหน และทำไมถึงเลือกวิธีนั้นกับบ้านหลังนี้ คำตอบที่ดีจะอ้างถึงสิ่งที่เขาเห็นในบ้านคุณ ไม่ใช่คำอธิบายทั่วไปที่ใช้กับบ้านไหนก็ได้
- รับประกันกี่ปี และรับประกันว่าอะไร ต่างกันมากระหว่าง "รับประกันว่าจะกลับมาพ่นซ้ำฟรีถ้าพบปลวก" กับ "รับประกันความเสียหายของโครงสร้าง" อย่างหลังหายากกว่าและมีเงื่อนไขเยอะ ให้ขอเป็นเอกสาร
- ต้องเจาะพื้นกี่จุด และซ่อมกลับให้ไหม ขอให้ระบุจำนวนจุดโดยประมาณและวิธีอุดกลับ เพราะพื้นกระเบื้องที่เจาะแล้วอุดไม่เนียนคือสิ่งที่คุณต้องมองทุกวัน
- ต้องเข้ามาตรวจซ้ำกี่ครั้ง ห่างกันเท่าไหร่ และรวมอยู่ในราคานี้หรือเปล่า ระบบเหยื่อที่ไม่มีคนมาเติมและตรวจ คือกล่องพลาสติกฝังดินเปล่า ๆ
- ระหว่างทำ ต้องย้ายของออกไหม และคนกับสัตว์เลี้ยงต้องเลี่ยงบ้านนานแค่ไหน ถามให้ชัดก่อน จะได้วางแผนได้ และเป็นคำถามที่ช่างมืออาชีพตอบได้ทันที
ขอเพิ่มอีกข้อคือ ขอให้ระบุชื่อสารเคมีที่ใช้ลงในใบเสนอราคา ไม่ใช่แค่คำว่าน้ำยากำจัดปลวก เพราะเป็นข้อมูลที่คุณควรมีไว้ ทั้งเพื่อความปลอดภัยของคนในบ้านและเพื่อเทียบราคาระหว่างเจ้าได้จริง
ป้องกันไว้ ถูกกว่าแก้หลายเท่า
ปลวกต้องการสองอย่างคือความชื้นกับเซลลูโลส ถ้าตัดสองอย่างนี้ออกจากรอบบ้าน โอกาสเจอปัญหาลดลงมาก และทุกข้อข้างล่างนี้ทำเองได้ในวันหยุดเดียว
- อย่าให้ไม้สัมผัสดินโดยตรง เสาระแนง ตอม่อรั้ว หรือกระบะปลูกต้นไม้ที่ทำจากไม้และฝังลงดิน คือสะพานที่ปลวกใช้ขึ้นมาหาตัวบ้าน ถ้าเลี่ยงไม่ได้ให้ยกขึ้นจากดินด้วยฐานปูนหรือเหล็ก
- ย้ายกองไม้ กล่องกระดาษ และเศษวัสดุก่อสร้างออกจากผนังบ้าน ของพวกนี้เป็นทั้งอาหารและที่กำบัง กองไว้ชิดผนังคือการเชิญปลวกมาอยู่ตรงจุดที่มันขึ้นบ้านได้ง่ายที่สุด
- แก้จุดที่น้ำขังหรือรั่วซึม ก๊อกนอกบ้านที่หยด แอร์ที่น้ำหยดลงพื้นดินตรงเดิมทุกวัน หรือรางน้ำที่ล้นลงโคนผนัง ทำให้ดินตรงนั้นชื้นตลอดเวลา ซึ่งเป็นสภาพที่ปลวกชอบที่สุด
- เปิดช่องใต้ถุนให้ระบายอากาศได้ บ้านที่มีใต้ถุนหรือช่องว่างใต้พื้น อย่าปิดตายหรือกองของจนเต็ม เพราะอากาศไม่ถ่ายเทแปลว่าชื้น
- เดินตรวจรอบบ้านปีละครั้ง ก่อนเข้าฤดูฝนคือจังหวะที่ดี ใช้เวลาสักครึ่งชั่วโมง ส่องไฟดูตามแนวฐานราก รอบท่อที่ทะลุพื้น และในตู้บิลท์อินที่ไม่ค่อยได้เปิด
บ้านที่มีปัญหาความชื้นสะสมมักมีปัญหาอื่นตามมาด้วย ไม่ใช่แค่ปลวก อ่านเรื่องการระบายอากาศและความชื้นในบ้านไทยได้ที่ บ้านหน้าฝน แสงและการระบายอากาศ และถ้าเจอรอยร้าวร่วมด้วย ให้เทียบกับ รอยร้าวแบบไหนอันตราย ก่อน เพราะบางรอยไม่ได้มาจากปลวก
ปลวกกับการซื้อขายบ้าน
ถ้ากำลังจะซื้อบ้านมือสอง ปลวกเป็นสิ่งที่ต้องตรวจในวันดูบ้าน ไม่ใช่หลังโอน ให้เคาะวงกบทุกบาน เปิดตู้บิลท์อินทุกใบ ส่องไฟดูใต้อ่างล้างจาน และดูตามแนวบัวพื้นในห้องที่ไม่ค่อยมีคนเข้า เพราะเป็นจุดที่คนขายมักไม่ได้จัดเตรียม
ถ้าเจอร่องรอย ไม่ได้แปลว่าต้องเลิกซื้อ ปลวกแก้ได้และค่าใช้จ่ายไม่ได้สูงเท่าปัญหาโครงสร้าง แต่มันคือข้อมูลที่ควรใช้ต่อรองราคาและควรกำหนดในสัญญาว่าใครเป็นคนจัดการก่อนโอน สิ่งที่ควรระวังกว่าคือบ้านที่เพิ่งทาสีทับบัวพื้นใหม่เอี่ยมทั้งที่ส่วนอื่นเก่า ซึ่งเป็นการปิดร่องรอยที่พบได้บ่อย
สำหรับคนที่กำลังปล่อยเช่า ควรเขียนในสัญญาให้ชัดว่าผู้เช่าต้องแจ้งทันทีเมื่อพบร่องรอยปลวกหรือความชื้นผิดปกติ เพราะการรู้ช้าคือสิ่งเดียวที่เปลี่ยนงานซ่อมเล็กให้เป็นงานใหญ่ ประเด็นว่าใครจ่ายค่าซ่อมในบ้านเช่าอยู่ใน ค่าซ่อมในบ้านเช่า ใครจ่าย
ถ้ากำลังหาบ้านที่ผ่านการตรวจสภาพแล้ว ดูได้ที่ บ้านขาย และ ทาวน์เฮาส์ขาย
คำถามที่พบบ่อย
เห็นแมลงเม่าบินในบ้าน แปลว่ามีปลวกแล้วใช่ไหม
แมลงเม่าบินเข้ามาตามแสงได้จากรังที่อยู่นอกบ้าน แต่ถ้าเจอปีกกองอยู่ในบ้านโดยไม่เห็นตัว แปลว่ามีการทิ้งปีกเพื่อสร้างรังใหม่ในบริเวณนั้น ควรตรวจให้ละเอียด
ฉีดสเปรย์กำจัดแมลงเองได้ไหม
ไม่ควร เพราะฆ่าได้เฉพาะตัวที่โดน ไม่กระทบรังที่อยู่ใต้ดิน และทำให้ปลวกที่เหลือย้ายไปเปิดทางใหม่ที่อื่นในบ้าน ทำให้หาจุดยากขึ้น
อัดน้ำยากับระบบเหยื่อ เลือกแบบไหนดี
อัดน้ำยาได้ผลเร็วแต่ต้องเจาะพื้น ส่วนระบบเหยื่อไม่เจาะพื้นและจัดการถึงรังแต่ใช้เวลานานกว่าและต้องมีการตรวจต่อเนื่อง หลายบ้านใช้ร่วมกันทั้งสองแบบ
กำจัดครั้งเดียวจบเลยไหม
ไม่ ปลวกใต้ดินอยู่ในดินรอบบ้าน การกำจัดคือการตัดทางขึ้นและทำลายรัง แต่ดินรอบบ้านยังมีปลวกอยู่เสมอ จึงต้องมีการตรวจซ้ำและต่ออายุระบบตามรอบ
ประกันอัคคีภัยบ้านคุ้มครองความเสียหายจากปลวกไหม
โดยทั่วไปไม่คุ้มครอง เพราะถือเป็นความเสียหายที่ค่อย ๆ เกิดจากการไม่บำรุงรักษา ไม่ใช่ภัยที่เกิดขึ้นทันที ให้อ่านกรมธรรม์ของตัวเองเพื่อความแน่ใจ
บ้านปูนล้วนไม่มีไม้เลย ปลอดภัยไหม
ปลอดภัยกว่าแต่ไม่ใช่ปลอดภัยสนิท ปลวกกินเซลลูโลส ซึ่งมีอยู่ในวงกบไม้ พื้นลามิเนต ฝ้ายิปซัม กระดาษ และเฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน ซึ่งบ้านปูนก็มีของเหล่านี้อยู่
ตรวจบ้านหาปลวกเองได้ตรงไหนบ้าง
เคาะวงกบทุกบาน ส่องไฟตามแนวบัวพื้น เปิดตู้บิลท์อินที่ไม่ค่อยได้ใช้ ดูใต้อ่างล้างจาน และเดินดูรอบฐานรากภายนอกโดยเฉพาะจุดที่ท่อทะลุพื้น
ถ้าจะซื้อบ้านมือสอง ควรทำอย่างไร
ตรวจในวันดูบ้าน ไม่ใช่หลังโอน และถ้าเจอร่องรอยให้ใช้ต่อรองราคาและระบุในสัญญาว่าใครจัดการก่อนโอน ระวังบ้านที่ทาสีทับบัวพื้นใหม่เอี่ยมทั้งที่ส่วนอื่นเก่า
สรุปสิ่งที่ต้องจำ
- สามสัญญาณหลักคือ ทางเดินดินบนผนัง ไม้ที่เคาะแล้วโปร่ง และปีกแมลงเม่ากองอยู่หลังฝนตก
- ปลวกกินเนื้อในแล้วเหลือผิวไว้ กว่าจะเห็นด้วยตาคือระยะที่ต้องเปลี่ยนไม้แล้ว
- ปลวกในบ้านส่วนใหญ่คือปลวกใต้ดิน รังอยู่ในดิน การพ่นเฉพาะจุดที่เห็นจึงไม่แก้ปัญหา
- เจอแล้วอย่าพ่นสเปรย์เอง อย่าทุบทางเดินดินทิ้งหมด และอย่าซ่อมไม้ก่อนกำจัด
- ถามช่างให้ครบว่าใช้วิธีไหน เพราะอะไร รับประกันอะไรกี่ปี เจาะกี่จุด และตรวจซ้ำกี่ครั้ง
- ป้องกันด้วยการไม่ให้ไม้แตะดิน ย้ายกองของออกจากผนัง และแก้จุดน้ำขังรอบบ้าน
- ซื้อบ้านมือสองให้เคาะวงกบและส่องบัวพื้นในวันดูบ้าน และระวังบ้านที่ทาสีทับใหม่เฉพาะจุด