สามสิบหกเดือน คือความยาวของความจำ

ข้อมูลเครดิตของบุคคลธรรมดาถูกเก็บไว้ในระบบสามสิบหกเดือน

ประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตกำหนดอายุข้อมูลไว้ไม่เกินสามปี นับแต่วันที่บริษัทข้อมูลเครดิตได้รับข้อมูลจากสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิก

ตัวเลขนี้ตอบคำถามที่คนกังวลที่สุดไปแล้วครึ่งหนึ่ง

เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อน ไม่ได้อยู่ในรายงานของวันนี้

และสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสิบเดือนก่อน ยังอยู่

เพราะฉะนั้นถ้ากำลังจะยื่นกู้ซื้อบ้าน สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่เดินเข้าธนาคาร แต่คือเปิดดูว่าธนาคารจะเห็นอะไร

ผู้หญิงไทยวัยยี่สิบปลายนั่งที่โต๊ะเล็ก ยกกระดาษเปล่าขึ้นส่องกับแสงจากหน้าต่าง

เครดิตบูโรคืออะไร และที่สำคัญกว่านั้นคือไม่ใช่อะไร

บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ทำงานภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545

หน้าที่ของมันคือรวบรวมข้อมูลสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิก แล้วรายงานกลับไปให้สมาชิกเมื่อมีการขอ

ทีนี้มาถึงส่วนที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุด

เครดิตบูโรไม่ได้อนุมัติหรือปฏิเสธสินเชื่อ

และไม่ได้ทำบัญชีรายชื่อคนที่ห้ามปล่อยกู้

คำว่าติดแบล็คลิสต์เป็นคำที่ใช้กันจนติดปาก แต่ไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่จริงในระบบนี้

สิ่งที่มีอยู่จริงคือประวัติการชำระ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงว่าจ่ายตรงเวลาหรือไม่ในแต่ละเดือน

และการตัดสินใจว่าจะให้กู้หรือไม่ เป็นของธนาคารแต่ละแห่ง ซึ่งใช้เกณฑ์ของตัวเองที่ต่างกัน

ข้อนี้สำคัญเพราะมันเปลี่ยนวิธีคิด

ถ้าเชื่อว่ามีบัญชีดำ คนจะรู้สึกว่าแก้อะไรไม่ได้แล้ว

ถ้าเข้าใจว่ามันคือประวัติสามสิบหกเดือน คนจะรู้ว่าเดือนที่ผ่านไปแต่ละเดือนกำลังทำงานให้เขาอยู่

ในรายงานมีอะไรบ้าง

รายงานแบ่งเป็นสามส่วนใหญ่

ส่วนที่หนึ่ง ข้อมูลบ่งชี้ตัวตน ชื่อ เลขประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด และที่อยู่ตามที่สถาบันการเงินส่งมา

ส่วนนี้ดูน่าเบื่อที่สุด แต่เป็นส่วนที่ควรอ่านก่อน เพราะที่อยู่ผิดหรือชื่อสะกดผิดเป็นสัญญาณว่ามีข้อมูลของคนอื่นปนเข้ามา

ส่วนที่สอง รายการบัญชีสินเชื่อ ทั้งที่ยังใช้อยู่และที่ปิดไปแล้วภายในช่วงเวลาที่เก็บ

แต่ละบัญชีจะบอกประเภทสินเชื่อ วงเงิน ยอดหนี้คงเหลือ และสถานะของบัญชี

ส่วนที่สาม ประวัติการชำระย้อนหลัง ซึ่งแสดงเป็นช่องเรียงกันเดือนต่อเดือน

ส่วนที่สามนี้คือส่วนที่ธนาคารดูนานที่สุด และเป็นส่วนที่คนอ่านน้อยที่สุด

ขอดูได้ที่ไหนบ้าง

ช่องทางมีมากกว่าที่คนส่วนใหญ่รู้ และหลายช่องทางไม่ต้องเดินทางไปไหนเลย

  • แอปพลิเคชันทางรัฐ ซึ่งมีบริการตรวจข้อมูลเครดิตแบบสรุปโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • แอปโมบายแบงกิ้งของธนาคารหลายแห่ง ซึ่งเป็นช่องทางที่คนใช้มากที่สุดในตอนนี้
  • ตู้ตรวจข้อมูลเครดิตด้วยตนเอง ที่ตั้งอยู่ตามจุดบริการ
  • ตู้เอทีเอ็มของธนาคารที่ร่วมให้บริการ
  • เคาน์เตอร์ธนาคาร
  • ที่ทำการไปรษณีย์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ที่ไม่มีสาขาธนาคารใกล้บ้าน
  • ที่ทำการของเครดิตบูโรโดยตรง

ค่าธรรมเนียมต่างกันไปตามช่องทางและตามชนิดของรายงาน จึงควรดูอัตราปัจจุบันจากช่องทางที่จะใช้จริง

สิ่งที่ควรรู้คือรายงานมีสองแบบ

แบบรายงานข้อมูลเครดิต ซึ่งแสดงบัญชีและประวัติการชำระ

แบบรายงานข้อมูลเครดิตพร้อมคะแนนเครดิต ซึ่งเพิ่มคะแนนที่ประมวลจากข้อมูลเดียวกัน

ถ้ากำลังจะยื่นกู้ซื้อบ้าน ให้เลือกแบบที่มีคะแนน เพราะมันบอกตำแหน่งของคุณเทียบกับคนอื่นในระบบ ซึ่งรายงานเปล่าไม่ได้บอก

ซองจดหมายสีขาวเปล่าวางอยู่บนโต๊ะไม้ ยังไม่ได้เปิด

อ่านตรงไหนก่อน ห้าจุด

รายงานเครดิตอ่านยากเพราะข้อมูลเยอะ ให้เริ่มจากห้าจุดนี้ตามลำดับ

หนึ่ง นับจำนวนบัญชีทั้งหมด แล้วถามตัวเองว่าตรงกับที่จำได้หรือไม่

บัญชีที่โผล่มาโดยไม่รู้จัก คือเรื่องที่ต้องตามทันที ไม่ใช่เรื่องที่รอไว้ก่อน

สอง ดูวงเงินรวมของบัตรเครดิตและสินเชื่อหมุนเวียน ไม่ใช่ดูยอดที่ใช้ไป

ธนาคารมองวงเงินที่คุณเข้าถึงได้ ไม่ใช่แค่เงินที่คุณใช้จริง เพราะพรุ่งนี้คุณรูดเต็มวงเงินก็ได้

บัตรสามใบที่ไม่ได้ใช้เลย ยังนับเป็นวงเงินที่เปิดอยู่ทั้งสามใบ

สาม ดูยอดหนี้คงเหลือรวม แล้วเทียบกับรายได้ต่อเดือนของตัวเอง

นี่คือสิ่งที่ธนาคารคำนวณเป็นภาระหนี้ต่อรายได้ และเป็นตัวเลขที่ตัดสินว่าจะกู้บ้านได้เท่าไร

สี่ ดูสถานะของแต่ละบัญชี ว่าปกติ ปิดบัญชีแล้ว หรือมีสถานะอื่น

บัญชีที่คิดว่าปิดไปแล้วแต่ยังแสดงว่าเปิดอยู่ เป็นจุดที่ต้องตามให้จบ เพราะมันกินวงเงินอยู่โดยไม่ได้ให้ประโยชน์อะไร

ห้า ไล่ดูช่องประวัติการชำระทีละเดือน ซึ่งเป็นส่วนที่บอกเรื่องราวทั้งหมด

สิ่งที่ควรมองหาคือรูปแบบ ไม่ใช่จุดเดียว

ค้างหนึ่งเดือนเมื่อสองปีก่อนแล้วจ่ายตรงมาตลอด อ่านได้ต่างจากค้างสลับกับจ่ายอยู่ตลอดสองปี

ห้าเรื่องที่คนตกใจ แล้วมักเข้าใจผิด

บัญชีที่ปิดไปแล้วยังปรากฏอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะข้อมูลอยู่ในระบบตามอายุที่กำหนด ไม่ได้หายทันทีที่ปิดบัญชี

และบัญชีที่ปิดโดยไม่มีประวัติค้างชำระ เป็นข้อมูลที่ดีสำหรับคุณ ไม่ใช่ข้อมูลที่เสีย

บัตรที่ไม่ได้ใช้ก็ยังนับ ตามที่อธิบายไว้ข้างต้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่คนที่กำลังจะกู้บ้านมักปิดบัตรที่ไม่ได้ใช้ล่วงหน้า

แต่ต้องปิดล่วงหน้าให้พอ เพราะข้อมูลใช้เวลาเดินทางจากธนาคารมาถึงระบบ

การค้ำประกันไม่ปรากฏ แต่การเป็นผู้กู้ร่วมปรากฏ เพราะผู้กู้ร่วมเป็นลูกหนี้เต็มจำนวน ซึ่งอธิบายไว้ในผู้กู้ร่วม ถอนตัวกลางทางได้ไหม และใครรับภาระต่อ

จ่ายช้าไม่กี่วันกับค้างเกินเก้าสิบวัน ไม่ได้อยู่ในชั้นเดียวกัน ในสายตาผู้ให้กู้

แต่การจ่ายช้าซ้ำ ๆ หลายเดือนต่อกัน ส่งสัญญาณที่ไม่ดีเช่นกัน แม้จะไม่เคยถึงเก้าสิบวัน

ข้อมูลเก่ากว่าที่กำหนดหายไปเอง โดยไม่ต้องไปขอให้ลบ และไม่มีใครรับจ้างลบให้ได้

ใครก็ตามที่เสนอบริการลบประวัติในเครดิตบูโรให้ ควรถูกปฏิเสธและควรถูกสงสัย

พื้นที่นั่งรอในอาคารสาธารณะที่ว่างเปล่า มีเก้าอี้เหล็กเรียงเป็นแถวหันเข้าหาผนังเปล่า

ถ้าเจอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

สิทธิในการขอแก้ไขเป็นสิทธิตามกฎหมาย ไม่ใช่ความกรุณา

ขั้นที่หนึ่ง ระบุให้ชัดว่าผิดตรงไหน เป็นบัญชีที่ไม่ใช่ของคุณ ยอดที่ไม่ตรง หรือสถานะที่ควรเป็นปิดบัญชีแล้ว

ขั้นที่สอง ยื่นคำขอตรวจสอบและแก้ไขผ่านเครดิตบูโร พร้อมเอกสารที่มี เช่น ใบเสร็จการชำระ หรือหนังสือยืนยันการปิดบัญชีจากสถาบันการเงิน

ขั้นที่สาม รอผลการตรวจสอบ เพราะเครดิตบูโรต้องสอบถามกลับไปยังสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าของข้อมูล ซึ่งเป็นผู้ที่มีอำนาจแก้ไขข้อมูลนั้น

ขั้นที่สี่ ถ้ายังไม่ตรงกัน คุณมีสิทธิให้บันทึกข้อโต้แย้งของคุณไว้ในรายงาน เพื่อให้ผู้ที่เรียกดูเห็นด้วยว่ามีข้อโต้แย้งอยู่

ข้อสี่นี้คนไม่ค่อยรู้ และเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์จริงเมื่อเรื่องยังไม่จบ

ควรตรวจตอนไหน

สามถึงหกเดือนก่อนยื่นกู้ซื้อบ้าน เพราะถ้ามีอะไรต้องแก้ จะยังมีเวลาแก้ทัน

คนที่ตรวจในสัปดาห์ที่ยื่นกู้ ตรวจเพื่อรับรู้ ไม่ใช่เพื่อแก้

หลังปิดหนี้ก้อนใหญ่ เพื่อยืนยันว่าสถานะเปลี่ยนเป็นปิดบัญชีจริง ไม่ใช่ค้างอยู่ในระบบ

ปีละครั้งเป็นกิจวัตร เพื่อตรวจว่าไม่มีบัญชีที่ไม่ใช่ของคุณโผล่มา

ข้อนี้สำคัญขึ้นทุกปีเพราะการเปิดบัญชีในชื่อคนอื่นทำได้ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ

ทันทีที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อ เพราะเป็นวิธีเดียวที่จะรู้ว่าเหตุผลอยู่ที่ข้อมูลของคุณจริง หรืออยู่ที่เกณฑ์ของธนาคารนั้น

สิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้เพื่อให้รายงานดีขึ้น

ทำได้

  • จ่ายตรงเวลาทุกเดือนต่อเนื่อง เพราะเดือนที่ผ่านไปคือข้อมูลใหม่ที่เข้ามาแทนที่ของเก่า
  • ลดยอดหนี้คงเหลือลง โดยเฉพาะสินเชื่อหมุนเวียน
  • ปิดวงเงินที่ไม่ได้ใช้ล่วงหน้าก่อนยื่นกู้
  • ไม่เปิดบัญชีใหม่หลายบัญชีในช่วงก่อนยื่นกู้
  • แก้ข้อมูลที่ผิดให้ถูกต้อง

ทำไม่ได้

  • ลบประวัติที่เป็นความจริงออกจากระบบ
  • จ้างใครให้ล้างประวัติให้
  • ทำให้ข้อมูลหายไปเร็วกว่าอายุที่กำหนด

ความจริงที่ควรยอมรับคือ ไม่มีทางลัด และเวลาคือเครื่องมือที่ได้ผลที่สุด

ข่าวดีคือเวลาทำงานให้คุณโดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม ตราบใดที่ไม่สร้างข้อมูลใหม่ที่แย่กว่าเดิม

มือของชายชาวไทยถือโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอดำสนิท เห็นเฉพาะมือและช่วงล่างของใบหน้า

คำถามที่พบบ่อย

เครดิตบูโรมีแบล็คลิสต์ไหม

ไม่มี เครดิตบูโรไม่ได้อนุมัติหรือปฏิเสธสินเชื่อ และไม่ได้จัดทำรายชื่อผู้ที่ห้ามปล่อยกู้ หน้าที่ของมันคือรวบรวมและรายงานข้อมูล ส่วนการตัดสินใจเป็นของสถาบันการเงินแต่ละแห่งซึ่งใช้เกณฑ์ต่างกัน

ข้อมูลอยู่ในระบบนานแค่ไหน

สำหรับบุคคลธรรมดาเก็บสามสิบหกเดือน โดยประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตกำหนดอายุข้อมูลไว้ไม่เกินสามปีนับแต่วันที่บริษัทข้อมูลเครดิตได้รับข้อมูล ส่วนนิติบุคคลเก็บหกสิบเดือน

ขอดูรายงานตัวเองได้ที่ไหน

ผ่านแอปทางรัฐซึ่งมีแบบสรุปโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านแอปโมบายแบงกิ้งของหลายธนาคาร ตู้ตรวจข้อมูลด้วยตนเอง ตู้เอทีเอ็มที่ร่วมให้บริการ เคาน์เตอร์ธนาคาร ที่ทำการไปรษณีย์ และที่ทำการของเครดิตบูโรโดยตรง

ควรขอแบบมีคะแนนหรือไม่

ถ้ากำลังจะยื่นกู้ซื้อบ้าน ควรขอแบบมีคะแนน เพราะบอกตำแหน่งของคุณเทียบกับคนอื่นในระบบ ซึ่งรายงานแบบไม่มีคะแนนไม่ได้บอก

เจอบัญชีที่ไม่ใช่ของเรา ทำอย่างไร

ยื่นคำขอตรวจสอบและแก้ไขผ่านเครดิตบูโรทันที ซึ่งจะสอบถามกลับไปยังสถาบันการเงินเจ้าของข้อมูล และถ้ายังไม่ตรงกัน คุณมีสิทธิให้บันทึกข้อโต้แย้งของคุณไว้ในรายงาน

มีบริการล้างประวัติเครดิตบูโรจริงไหม

ไม่มี ข้อมูลที่เป็นความจริงลบไม่ได้ และจะหายไปเองเมื่อพ้นอายุที่กำหนด ผู้ที่เสนอบริการลักษณะนี้ควรถูกปฏิเสธและควรถูกสงสัย

สรุป

  • ข้อมูลเครดิตของบุคคลธรรมดาอยู่ในระบบสามสิบหกเดือน
  • เครดิตบูโรไม่มีแบล็คลิสต์ และไม่ได้เป็นผู้ตัดสินว่าจะให้กู้หรือไม่
  • ขอดูได้หลายช่องทาง รวมถึงแบบสรุปที่ไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านแอปทางรัฐ
  • ถ้าจะยื่นกู้บ้าน ให้เลือกรายงานแบบที่มีคะแนนเครดิต
  • อ่านห้าจุดตามลำดับ เริ่มจากจำนวนบัญชี แล้วจบที่ประวัติการชำระรายเดือน
  • ธนาคารมองวงเงินที่เข้าถึงได้ ไม่ใช่แค่ยอดที่ใช้ไป บัตรที่ไม่ได้ใช้จึงยังนับ
  • ข้อมูลผิดแก้ได้ และมีสิทธิให้บันทึกข้อโต้แย้งไว้ในรายงาน
  • ตรวจสามถึงหกเดือนก่อนยื่นกู้ เพื่อให้ยังมีเวลาแก้
  • ไม่มีบริการล้างประวัติ และเวลาคือเครื่องมือที่ได้ผลที่สุด