ความเชื่อที่ทำให้คนไทยซื้อปั๊มใหม่ทุกปี คือคิดว่าปั๊มใหญ่ขึ้นแล้วน้ำจะแรงขึ้น
บางครั้งก็จริง แต่ส่วนใหญ่ไม่จริง
เพราะปัญหาน้ำไหลอ่อนในบ้านไทยมีสาเหตุอยู่หลายอย่าง และมีอยู่หนึ่งเดียวเท่านั้นที่ปั๊มแก้ได้
คนที่เปลี่ยนปั๊มแล้วน้ำยังอ่อนเหมือนเดิม คือคนที่จ่ายเงินไปแก้สาเหตุที่ไม่ใช่สาเหตุ
สิ่งที่ควรทำก่อนเสมอคือวัด ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีและแทบไม่ต้องซื้ออะไร
บทความนี้จะสอนแยกให้ออกก่อนว่าปัญหาคือแรงดันหรือคืออัตราการไหล เพราะสองคำนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน และวิธีแก้ก็คนละทางกันสิ้นเชิง
แรงดันกับอัตราการไหล ต่างกันอย่างไร
แรงดัน คือแรงที่ดันน้ำออกมา วัดเป็นบาร์หรือปอนด์ต่อตารางนิ้ว มันตัดสินว่าน้ำพุ่งแรงแค่ไหน และขึ้นไปได้สูงแค่ไหน
ตัวเลขที่ช่วยให้เห็นภาพคือ แรงดัน 1 บาร์ยกน้ำขึ้นได้ประมาณ 10 เมตร ดังนั้นแท็งก์ที่ตั้งสูงจากพื้น 2 เมตรจึงให้แรงดันประมาณ 0.2 บาร์ ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับที่เครื่องใช้สมัยใหม่ต้องการ
อัตราการไหล คือปริมาณน้ำที่ออกมาต่อเวลา วัดเป็นลิตรต่อนาที มันตัดสินว่าน้ำมาทันใช้หรือไม่เมื่อเปิดหลายจุดพร้อมกัน
สองอย่างนี้แยกกันได้จริง บ้านที่แรงดันดีแต่ไหลน้อยก็มี และบ้านที่ไหลเยอะแต่แรงดันต่ำก็มี
เช่นฝักบัวที่พ่นเป็นสายบาง ๆ แต่แรง คือแรงดันดีแต่ไหลน้อย ซึ่งมักแปลว่าอุดตัน
ส่วนก๊อกที่น้ำไหลออกมาเยอะแต่ไหลรินลงมาเฉย ๆ ไม่พุ่ง คือไหลได้แต่แรงดันต่ำ ซึ่งมักแปลว่าปัญหาอยู่ที่ต้นทาง
เพราะฉะนั้นก่อนซื้ออะไร ต้องรู้ก่อนว่าบ้านคุณเป็นแบบไหน
วัดอัตราการไหล ด้วยถังกับนาฬิกา
วิธีนี้ไม่ต้องซื้ออะไรเลย
- หาถังที่รู้ความจุแน่นอน เช่นถังสิบลิตร ถ้าไม่รู้ ให้ใช้ขวดน้ำเติมใส่แล้วนับ
- เปิดก๊อกสุด จับเวลาว่าเต็มถังใช้กี่วินาที
- เอาความจุถังหารด้วยเวลาเป็นวินาที แล้วคูณ 60 จะได้ลิตรต่อนาที
ทำที่ก๊อกสนามหรือก๊อกที่ใกล้ทางน้ำเข้าบ้านที่สุดก่อน เพราะนั่นคือค่าที่ดีที่สุดที่บ้านคุณทำได้
แล้วทำซ้ำที่จุดที่มีปัญหา เช่นฝักบัวชั้นสอง
ผลต่างระหว่างสองจุดคือข้อมูลที่มีค่าที่สุด เพราะมันบอกว่าปัญหาอยู่ระหว่างสองจุดนั้น ไม่ได้อยู่ที่ต้นทาง
ทำอีกรอบโดยเปิดสองจุดพร้อมกัน แล้ววัดซ้ำ ถ้าอัตราการไหลตกลงมากผิดปกติ แปลว่าท่อเมนเล็กเกินไปหรือยาวเกินไปสำหรับการใช้พร้อมกัน
วัดแรงดัน ด้วยเกจราคาไม่กี่ร้อย
เกจวัดแรงดันน้ำแบบเกลียวต่อเข้ากับก๊อกสนามได้โดยตรง หาซื้อได้ตามร้านวัสดุก่อสร้าง และเป็นเครื่องมือที่คุ้มที่สุดชิ้นหนึ่งที่บ้านควรมี
วิธีใช้
- ต่อเกจเข้ากับก๊อกสนาม เปิดสุด แล้วอ่านค่าตอนที่ไม่มีใครใช้น้ำเลย นี่คือแรงดันขณะหยุดนิ่ง
- จากนั้นให้คนไปเปิดฝักบัวหรือก๊อกอีกจุด แล้วอ่านค่าอีกครั้ง นี่คือแรงดันขณะใช้งาน
ตัวเลขที่สำคัญกว่าค่าใดค่าหนึ่ง คือส่วนต่างระหว่างสองค่านั้น
ถ้าแรงดันตกฮวบทันทีที่เปิดอีกจุด แปลว่าระบบจ่ายน้ำได้ไม่ทัน ซึ่งเป็นปัญหาของท่อหรือของปั๊ม ไม่ใช่ปัญหาของหัวก๊อก
ถ้าแรงดันแทบไม่ตกเลยแต่ปลายทางยังอ่อน แปลว่าปัญหาอยู่ที่ปลายทางนั้นเอง
อ่านผลที่วัดได้
แรงดันดี แต่ไหลน้อยเฉพาะบางจุด คืออุดตันที่จุดนั้น หัวฝักบัว ตะแกรงกรองที่ปลายก๊อก หรือวาล์วใต้อ่างที่เปิดไม่สุด
แรงดันต่ำและไหลน้อยทุกจุดเท่ากันหมด คือปัญหาต้นทาง ทั้งแท็งก์ ปั๊ม หรือท่อเมน
ชั้นล่างดี ชั้นบนอ่อน คือความสูงกินแรงดันไป ซึ่งเป็นเรื่องปกติทางฟิสิกส์และแก้ด้วยปั๊มหรือด้วยการยกระดับต้นทาง
ดีตอนเปิดจุดเดียว แต่ตกทันทีเมื่อเปิดสองจุด คือท่อเล็กเกินไป หรือปั๊มมีอัตราการไหลไม่พอ
อ่อนลงเรื่อย ๆ ในช่วงหลายปี คือตะกรันหรือสนิมสะสมในท่อ ซึ่งพบมากในบ้านที่ใช้ท่อเหล็กเก่าหรือใช้น้ำกระด้าง
เจ็ดสาเหตุ เรียงจากที่แก้ง่ายที่สุด
หนึ่ง หัวฝักบัวอุดตัน ถอดออกแช่น้ำส้มสายชูข้ามคืน แล้วแปรงรูให้ทะลุ นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งและแก้ได้ฟรี
สอง ตะแกรงกรองที่ปลายก๊อก หมุนออกได้ด้วยมือ ล้างทรายและตะกรันออก
สาม วาล์วที่เปิดไม่สุด ทั้งวาล์วใต้อ่าง วาล์วหลังชักโครก และวาล์วเมน ซึ่งบางบ้านถูกหรี่ไว้ตั้งแต่ช่างคนก่อนมาแล้วไม่มีใครเปิดคืน
สี่ ไส้กรองน้ำตัน บ้านที่ติดเครื่องกรองทั้งบ้านแล้วไม่เคยเปลี่ยนไส้ จะเจอแรงดันตกทั้งบ้านพร้อมกัน และเป็นสาเหตุที่คนลืมบ่อยที่สุด
ห้า แท็งก์ตั้งต่ำเกินไป ถ้าไม่มีปั๊ม ความสูงคือแรงดันทั้งหมดที่คุณมี และ 2 เมตรให้แรงดันน้อยมาก
หก ท่อตันหรือท่อเล็กเกินไป อาการคือทุกอย่างอ่อนพร้อมกันและอ่อนลงตามปี แก้ยากที่สุดเพราะต้องเปลี่ยนท่อ
เจ็ด ปั๊มหรือถังแรงดันมีปัญหา ถังแรงดันที่เสียทำให้ปั๊มตัดบ่อยและแรงดันแกว่ง ซึ่งคนมักเข้าใจว่าปั๊มอ่อน
สังเกตว่าหกในเจ็ดข้อนี้ไม่ได้แก้ด้วยการซื้อปั๊มใหม่
ก่อนจะซื้อปั๊มใหม่ ให้ทำสามอย่างนี้ก่อน
หนึ่ง ล้างหัวฝักบัวและตะแกรงกรองทุกจุดในบ้าน แล้ววัดใหม่
สอง ตรวจว่าวาล์วทุกตัวเปิดสุดจริง และเปลี่ยนไส้กรองถ้ามีเครื่องกรอง
สาม วัดอัตราการไหลที่ก๊อกใกล้ทางน้ำเข้าที่สุด ถ้าตรงนั้นก็ไหลน้อยอยู่แล้ว ปั๊มใหม่จะไม่ช่วยอะไรเลย เพราะปั๊มเพิ่มแรงดันได้ แต่เพิ่มปริมาณน้ำที่ไหลเข้าบ้านไม่ได้
ข้อสุดท้ายนี้คือข้อที่คนเข้าใจผิดมากที่สุด ปั๊มไม่ได้ผลิตน้ำ มันแค่ดันน้ำที่มีอยู่ให้แรงขึ้น
ถ้าน้ำที่เข้าบ้านมาน้อยตั้งแต่ต้น สิ่งที่ต้องมีคือถังเก็บที่ใหญ่พอ ไม่ใช่ปั๊มที่แรงขึ้น ซึ่งเราเขียนไว้ที่ แท็งก์บนดินกับแท็งก์ใต้ดิน
ส่วนการเลือกขนาดปั๊มให้เหมาะและไม่ให้ปั๊มตัดบ่อย อยู่ที่ ปั๊มน้ำ เลือกขนาดอย่างไรไม่ให้ปั๊มตัดบ่อย และถ้าปัญหาเจาะจงอยู่ที่ชั้นบน อ่าน น้ำชั้นบนไหลอ่อน แก้อย่างไร
คำถามที่พบบ่อย
แรงดันกับอัตราการไหลต่างกันอย่างไร
แรงดันคือแรงที่ดันน้ำออกมา วัดเป็นบาร์ ตัดสินว่าน้ำพุ่งแรงและขึ้นสูงได้แค่ไหน ส่วนอัตราการไหลคือปริมาณน้ำต่อเวลา วัดเป็นลิตรต่อนาที ตัดสินว่าน้ำมาทันใช้หรือไม่
วัดอัตราการไหลเองอย่างไร
เปิดก๊อกสุดรองน้ำใส่ถังที่รู้ความจุ จับเวลาว่ากี่วินาทีจึงเต็ม แล้วเอาความจุหารด้วยเวลาเป็นวินาที คูณ 60 จะได้ลิตรต่อนาที
ต้องซื้อเกจวัดแรงดันไหม
ไม่จำเป็นแต่คุ้ม เกจแบบต่อกับก๊อกสนามราคาไม่กี่ร้อยและบอกได้ว่าแรงดันตกมากแค่ไหนเมื่อเปิดน้ำอีกจุด ซึ่งเป็นข้อมูลที่วัดด้วยถังอย่างเดียวไม่ได้
แท็งก์สูง 2 เมตรให้แรงดันเท่าไร
ประมาณ 0.2 บาร์ เพราะแรงดัน 1 บาร์ยกน้ำขึ้นได้ราว 10 เมตร ซึ่งน้อยกว่าที่เครื่องใช้สมัยใหม่ส่วนใหญ่ต้องการ
ซื้อปั๊มใหญ่ขึ้นแล้วน้ำจะแรงขึ้นไหม
เฉพาะกรณีที่ปัญหาอยู่ที่แรงดันจริง ๆ ปั๊มไม่ได้ผลิตน้ำ ถ้าน้ำที่เข้าบ้านมาน้อยตั้งแต่ต้น ปั๊มใหญ่ขึ้นจะไม่ช่วย
ฝักบัวพ่นเป็นสายบางแต่แรง แปลว่าอะไร
แรงดันดีแต่อัตราการไหลน้อย ซึ่งเกือบทุกครั้งคือรูฝักบัวอุดตัน ถอดออกแช่น้ำส้มสายชูข้ามคืนแล้วแปรงรูให้ทะลุ
น้ำอ่อนเฉพาะตอนเปิดสองจุดพร้อมกัน
ท่อเมนเล็กเกินไปหรือปั๊มมีอัตราการไหลไม่พอ ให้วัดอัตราการไหลตอนเปิดจุดเดียวเทียบกับตอนเปิดสองจุด เพื่อดูว่าตกไปเท่าไร
น้ำอ่อนลงเรื่อย ๆ ในช่วงหลายปี
มักเป็นตะกรันหรือสนิมสะสมในท่อ พบมากในบ้านท่อเหล็กเก่าและบ้านที่ใช้น้ำกระด้าง ซึ่งแก้ที่ท่อเท่านั้น
ติดเครื่องกรองน้ำทั้งบ้านแล้วน้ำอ่อนลง
ตรวจไส้กรองก่อนอย่างอื่น ไส้ที่ตันทำให้แรงดันตกทั้งบ้านพร้อมกัน และเป็นสาเหตุที่คนลืมบ่อยที่สุด
สรุป
- ปัญหาน้ำอ่อนมีหลายสาเหตุ และปั๊มแก้ได้แค่สาเหตุเดียว
- แยกให้ออกก่อนว่าปัญหาคือแรงดันหรืออัตราการไหล เพราะแก้คนละทาง
- วัดอัตราการไหลด้วยถังกับนาฬิกา ไม่ต้องซื้ออะไร
- วัดแรงดันด้วยเกจที่ต่อกับก๊อกสนาม แล้วดูส่วนต่างตอนเปิดน้ำอีกจุด
- วัดที่ก๊อกใกล้ทางน้ำเข้าก่อนเสมอ เพื่อรู้เพดานของบ้านตัวเอง
- สาเหตุอันดับหนึ่งคือหัวฝักบัวและตะแกรงกรองอุดตัน ซึ่งแก้ได้ฟรี
- ไส้กรองน้ำทั้งบ้านที่ไม่เคยเปลี่ยน ทำให้แรงดันตกทั้งบ้านพร้อมกัน
- แรงดัน 1 บาร์ยกน้ำได้ราว 10 เมตร แท็งก์สูง 2 เมตรจึงให้แรงดันน้อยมาก
- ปั๊มเพิ่มแรงดันได้ แต่เพิ่มปริมาณน้ำที่ไหลเข้าบ้านไม่ได้