บททดสอบของบ้านอัจฉริยะไม่ใช่ตอนทุกอย่างทำงาน แต่คือตอนเน็ตล่ม
บ้านอัจฉริยะส่วนใหญ่ทำงานได้ดีมากตอนที่ทุกอย่างปกติ ซึ่งเป็นตอนที่ไม่ต้องพิสูจน์อะไร
ตอนที่มันต้องพิสูจน์ตัวเองคือคืนที่เราเตอร์รีบูตแล้วไฟห้องนอนเปิดไม่ได้ เพราะคนที่ติดตั้งเอาสวิตช์ผนังออกไปแล้วบอกว่าใช้แอปสั่งเอา
สถานการณ์แบบนั้นไม่ใช่ความล้มเหลวของอุปกรณ์ แต่เป็นความล้มเหลวของการออกแบบ เพราะมีคนตัดสินใจแทนคุณว่าคุณจะไม่มีวันต้องการวิธีสำรอง
กฎข้อเดียวที่ป้องกันเรื่องนี้ทั้งหมดคือ ทุกอย่างที่ทำงานอัตโนมัติได้ ต้องยังทำงานด้วยมือได้เหมือนเดิม
ไฟต้องมีสวิตช์ที่กดแล้วติด ประตูต้องเปิดได้โดยไม่ต้องใช้แอป และม่านต้องดึงด้วยมือได้ ซึ่งฟังดูพื้นฐานจนน่าเบื่อ แต่เป็นสิ่งที่บ้านจำนวนมากไม่มี
ระบบที่พึ่งคลาวด์ กับระบบที่ทำงานในบ้าน
ความต่างที่กำหนดทุกอย่างคือคำสั่งของคุณเดินทางไปไหนก่อนจะถึงอุปกรณ์
ระบบที่พึ่งคลาวด์ คือแอปในมือถือส่งคำสั่งออกไปที่เซิร์ฟเวอร์ของผู้ผลิต แล้วเซิร์ฟเวอร์ส่งกลับมาที่อุปกรณ์ในบ้านคุณ
แปลว่าการเปิดไฟในห้องที่คุณกำลังยืนอยู่ ต้องเดินทางออกนอกประเทศแล้วกลับมา และถ้าเส้นทางนั้นขาดตรงไหนก็ตาม ไฟไม่ติด
ระบบที่ทำงานในบ้าน มีฮับอยู่ในบ้านที่เก็บกฎอัตโนมัติไว้และคุยกับอุปกรณ์โดยตรง ส่วนอินเทอร์เน็ตใช้เฉพาะตอนที่คุณสั่งจากนอกบ้าน
ผลคือเมื่อเน็ตล่ม ทุกอย่างในบ้านยังทำงานเหมือนเดิม สิ่งเดียวที่หายไปคือความสามารถในการสั่งจากที่ทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมเสียได้
วิธีดูคร่าว ๆ คืออุปกรณ์ที่ต่อไวไฟตรงกับเราเตอร์มักพึ่งคลาวด์ ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้โปรโตคอลของตัวเองและต้องมีฮับ มักทำงานในบ้านได้ ให้ถามผู้ขายตรง ๆ ว่าถ้าถอดสายเน็ตออก ระบบยังทำงานไหม
การทดสอบสิบนาทีที่ควรทำก่อนจะไว้ใจระบบ
ถอดสายเน็ตออกจากเราเตอร์แล้วรอสิบนาที จากนั้นลองสามอย่างนี้
เปิดไฟจากสวิตช์ที่ผนัง ทุกดวงในบ้าน ถ้ามีดวงไหนไม่ติด นั่นคือจุดที่ต้องแก้ก่อนอย่างอื่น
เปิดประตูจากข้างนอก ด้วยวิธีที่ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจเป็นรหัสที่เก็บในตัวล็อก บัตร หรือกุญแจสำรอง เรื่องการเลือกดิจิทัลล็อคอยู่ที่ ดิจิทัลล็อคต้องดูอะไรก่อนซื้อ
ทดสอบระบบอัตโนมัติหนึ่งอย่าง เช่นเดินผ่านเซ็นเซอร์แล้วไฟทางเดินติด ถ้ามันไม่ทำงาน แปลว่ากฎอัตโนมัตินั้นอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ ไม่ได้อยู่ในบ้านคุณ
สิ่งที่ไม่ผ่านสามข้อนี้คือรายการงานของคุณ และให้ทำการทดสอบนี้ซ้ำทุกครั้งที่เพิ่มอุปกรณ์ใหม่ เพราะระบบที่เคยผ่านอาจไม่ผ่านหลังจากเพิ่มของที่ผูกกับคลาวด์เข้าไป
ไฟดับ คือบททดสอบที่หนักกว่าเน็ตล่ม
เน็ตล่มแล้วบ้านยังมีไฟ แต่ไฟดับแล้วทั้งฮับ เราเตอร์ และอุปกรณ์ทุกชิ้นหยุดพร้อมกัน
สิ่งที่ควรทำคือต่อเราเตอร์กับฮับเข้ากับเครื่องสำรองไฟตัวเล็ก ซึ่งเป็นการลงทุนไม่กี่พันบาทที่ทำให้ระบบทั้งบ้านรอดจากไฟกระพริบสองวินาที เรื่องนี้อธิบายไว้ที่ ไฟตกกับไฟกระชาก
อีกเรื่องที่คนไม่ได้ตั้งค่าไว้คือ อุปกรณ์จะกลับมาอยู่ในสถานะไหนเมื่อไฟกลับมา
เพราะหลอดไฟที่ตั้งค่าโรงงานให้ติดเมื่อมีไฟเข้า จะเปิดสว่างทั้งบ้านตอนตีสามที่การไฟฟ้าจ่ายไฟกลับมา ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่คนเจอครั้งเดียวก็จำ
ให้เข้าไปตั้งค่าสถานะเมื่อไฟกลับมาของทุกอุปกรณ์ที่ตั้งได้ โดยเลือกให้กลับไปเป็นสถานะก่อนไฟดับ หรือให้ปิดไว้ แล้วแต่ว่าอุปกรณ์นั้นคืออะไร
และให้ตรวจแบตเตอรี่ของประตูล็อกเป็นระยะ เพราะประตูที่แบตหมดตอนไฟดับคือประตูที่คุณเข้าบ้านไม่ได้ในคืนที่แย่ที่สุด
ปัญหาสายนิวทรัลที่บ้านไทยเจอบ่อย
คนซื้อสวิตช์อัจฉริยะมาแล้วช่างบอกว่าติดไม่ได้ ซึ่งมักเป็นเพราะสาเหตุเดียวกันเสมอ
สวิตช์ธรรมดาต้องการสายแค่สองเส้นเพื่อตัดต่อวงจร ส่วนสวิตช์อัจฉริยะต้องมีไฟเลี้ยงตัวเองตลอดเวลาเพื่อฟังคำสั่ง จึงต้องการสายนิวทรัลด้วย
ปัญหาคือบ้านไทยจำนวนมากเดินสายไปที่กล่องสวิตช์เพียงสองเส้น โดยไม่มีนิวทรัลอยู่ในกล่องนั้นเลย
ทางแก้มีสามทาง ทางแรกคือเดินสายนิวทรัลเพิ่ม ซึ่งง่ายถ้ากำลังรีโนเวทและยุ่งถ้าผนังปิดแล้ว
ทางที่สองคือใช้หลอดไฟอัจฉริยะแทนสวิตช์อัจฉริยะ แล้วปล่อยสวิตช์ผนังเดิมไว้ในตำแหน่งเปิดตลอด ซึ่งใช้ได้แต่มีข้อเสียคือถ้ามีคนปิดสวิตช์ผนัง หลอดจะสั่งไม่ได้เลย
ทางที่สามคือใช้โมดูลขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในกล่องเหนือดวงโคมซึ่งมีนิวทรัลอยู่แล้ว แล้วเก็บสวิตช์ผนังเดิมไว้ใช้งานตามปกติ ซึ่งเป็นทางที่ได้ทั้งการควบคุมและปุ่มจริงพร้อมกัน
ให้ถามช่างว่ากล่องสวิตช์มีนิวทรัลหรือไม่ ก่อนจะสั่งซื้ออุปกรณ์ ไม่ใช่หลังจากของมาถึงแล้ว
คำถามที่ควรถามก่อนซื้อ ที่ไม่มีในกล่อง
- ถ้าถอดสายเน็ตออก ยังใช้งานได้ไหม ให้ขอให้สาธิตให้ดูจริงถ้าซื้อผ่านผู้ติดตั้ง
- ถ้าผู้ผลิตเลิกให้บริการเซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์นี้ยังทำอะไรได้บ้าง ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบยากแต่ต้องถาม เพราะอุปกรณ์ที่ต้องพึ่งเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดจะกลายเป็นพลาสติกเมื่อบริษัทหยุดให้บริการ
- ใช้ร่วมกับระบบอื่นได้ไหม เพราะการซื้อทุกอย่างจากยี่ห้อเดียวสะดวกวันนี้และเป็นข้อจำกัดในอีกสามปี ให้เลือกอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐานกลางถ้าเลือกได้
- ตั้งค่าสถานะเมื่อไฟกลับมาได้หรือไม่ ซึ่งเป็นคุณสมบัติเล็กที่แยกอุปกรณ์ที่ออกแบบมาดีออกจากที่ไม่ได้คิด
- มีปุ่มจริงบนตัวอุปกรณ์ไหม เพราะอุปกรณ์ที่สั่งได้ทางแอปอย่างเดียว คืออุปกรณ์ที่ไม่มีทางใช้ได้เลยเมื่อมือถือแบตหมด
และให้ถามตัวเองข้อสุดท้ายว่า คนอื่นในบ้านใช้เป็นไหม เพราะระบบที่มีแต่คุณคนเดียวที่สั่งได้ คือระบบที่กลายเป็นปัญหาของทุกคนตอนที่คุณไม่อยู่ ซึ่งสำคัญเป็นพิเศษถ้าบ้านมีผู้สูงอายุ ตามที่อธิบายไว้ที่ บ้านสำหรับผู้สูงอายุ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมไฟเปิดไม่ได้ตอนเน็ตล่ม
เพราะคำสั่งของคุณต้องเดินทางไปที่เซิร์ฟเวอร์ของผู้ผลิตก่อนกลับมาที่อุปกรณ์ ทางแก้คือใช้ระบบที่มีฮับในบ้านซึ่งคุยกับอุปกรณ์โดยตรง และเก็บสวิตช์ผนังไว้เสมอ
จะรู้ได้อย่างไรว่าระบบทำงานในบ้านจริง
ถอดสายเน็ตออกจากเราเตอร์ รอสิบนาที แล้วลองเปิดไฟจากสวิตช์ เปิดประตูจากข้างนอก และทดสอบระบบอัตโนมัติหนึ่งอย่าง สิ่งที่ไม่ผ่านคือรายการที่ต้องแก้
ทำไมไฟทั้งบ้านเปิดเองตอนตีสาม
เพราะอุปกรณ์ตั้งค่าโรงงานให้ติดเมื่อมีไฟเข้า และการไฟฟ้าจ่ายไฟกลับมาตอนนั้น ให้เข้าไปตั้งค่าสถานะเมื่อไฟกลับมาของทุกอุปกรณ์ที่ตั้งได้
ช่างบอกว่าติดสวิตช์อัจฉริยะไม่ได้ เพราะอะไร
มักเป็นเพราะกล่องสวิตช์ไม่มีสายนิวทรัล ซึ่งพบบ่อยในบ้านไทย ทางเลือกคือเดินนิวทรัลเพิ่ม ใช้หลอดอัจฉริยะแทน หรือใช้โมดูลที่ซ่อนไว้เหนือดวงโคม
ควรซื้อทุกอย่างยี่ห้อเดียวกันไหม
สะดวกวันนี้แต่เป็นข้อจำกัดในอีกสามปี ให้เลือกอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐานกลางถ้าเลือกได้ และถามเสมอว่าถ้าผู้ผลิตหยุดให้บริการ อุปกรณ์ยังทำอะไรได้บ้าง
สรุป
- ทุกอย่างที่ทำงานอัตโนมัติได้ ต้องยังทำงานด้วยมือได้เหมือนเดิม
- ระบบที่พึ่งคลาวด์ส่งคำสั่งออกนอกบ้านก่อนกลับมา ส่วนระบบที่มีฮับในบ้านทำงานต่อได้เมื่อเน็ตล่ม
- ถอดสายเน็ตสิบนาทีแล้วทดสอบไฟ ประตู และระบบอัตโนมัติหนึ่งอย่าง
- ต่อเราเตอร์กับฮับเข้าเครื่องสำรองไฟ และตั้งค่าสถานะเมื่อไฟกลับมาของทุกอุปกรณ์
- ถามช่างเรื่องสายนิวทรัลก่อนสั่งซื้อสวิตช์อัจฉริยะ ไม่ใช่หลังของมาถึง
- ถามก่อนซื้อว่าถ้าผู้ผลิตหยุดให้บริการเซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์นี้ยังทำอะไรได้บ้าง