สมาร์ตมิเตอร์คืออะไร และ MEA เปลี่ยนให้ฟรีจริงหรือไม่
MEA เปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าแบบจานหมุนเป็นสมาร์ตมิเตอร์ (Smart Meter) ให้ผู้ใช้ไฟโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ประกาศของการไฟฟ้านครหลวงวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ระบุตรงตัวว่าเป็นบริการ "ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น" และจะทยอยดำเนินการเป็นเฟสตามพื้นที่บริการ
เป้าหมายของปี 2569 คือบ้านอยู่อาศัยทุกรายในพื้นที่ MEA เขตคลองเตยให้ครบ 100% จำนวน 136,000 เครื่อง และกลุ่มธุรกิจกับอุตสาหกรรมอีก 12,000 เครื่องทั่วพื้นที่ให้บริการซึ่งครอบคลุมกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ
ความต่างจากมิเตอร์เดิมอยู่ที่การสื่อสาร สมาร์ตมิเตอร์รับและส่งข้อมูลการใช้ไฟฟ้าแบบสองทาง (Two-way Communication) จึงอ่านหน่วยได้เองโดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่มาจดที่หน้าบ้าน
สมาร์ตมิเตอร์ให้อะไรกับเจ้าของบ้าน
MEA ระบุประโยชน์ไว้ 4 ข้อ และมีข้อแรกข้อเดียวที่เจ้าของบ้านต้องลงมือใช้เอง ที่เหลือทำงานอยู่เบื้องหลัง
- ตรวจสอบปริมาณการใช้ไฟฟ้าของตัวเองได้ตลอดเวลาผ่านแอปพลิเคชัน MEA Smart Life
- เมื่อระบบไฟฟ้าขัดข้อง มิเตอร์ส่งสัญญาณระบุพิกัดไปยังศูนย์ควบคุมของ MEA ทันที โดยผู้ใช้ไฟไม่ต้องโทรแจ้ง
- ตรวจจับความผิดปกติทางไฟฟ้า เช่น กระแสไฟฟ้ารั่วหรือแรงดันไฟฟ้าเกิน และเชื่อมข้อมูลกับมาตรการยกเว้นการงดจ่ายกระแสไฟฟ้าสำหรับบ้านที่มีผู้ป่วยต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์
- อ่านหน่วยเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด ซึ่ง MEA ระบุว่าทำให้การคิดค่าไฟตรวจสอบย้อนหลังได้ 100%
ข้อสุดท้ายมีค่ากับคนซื้อบ้านมากกว่าที่คิด เพราะประวัติหน่วยที่ตรวจย้อนหลังได้คือหลักฐานว่าบ้านหลังนั้นกินไฟเท่าไรจริง ๆ ไม่ใช่คำบอกเล่าของผู้ขาย
เปลี่ยนมิเตอร์แล้วค่าไฟลดลงไหม
ไม่ลด เพราะมิเตอร์เป็นเครื่องวัดหน่วย ไม่ใช่ตัวกำหนดราคาต่อหน่วย บิลค่าไฟยังคิดจากอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยอัตราเดิม บวกค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่มเหมือนก่อนเปลี่ยนมิเตอร์
งวดเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569 มติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ตรึงค่าไฟไว้ที่เฉลี่ย 3.95 บาทต่อหน่วย ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งมาจากค่าไฟฟ้าฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย บวกค่า Ft 16.23 สตางค์ต่อหน่วย
อัตราปกติของบ้านที่ใช้ไฟเกิน 150 หน่วยต่อเดือน (ประเภท 1.2) คิดแบบขั้นบันได คือ 150 หน่วยแรกหน่วยละ 3.2484 บาท หน่วยที่ 151 ถึง 400 หน่วยละ 4.2218 บาท และเกิน 400 หน่วยขึ้นไปหน่วยละ 4.4217 บาท พร้อมค่าบริการ 24.62 บาทต่อเดือน ทั้งหมดเป็นอัตราฐานตามประกาศ MEA ที่เริ่มใช้กับค่าไฟเดือนพฤษภาคม 2566 ยังไม่รวมค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่ม
สิ่งที่สมาร์ตมิเตอร์เปลี่ยนจริงคือข้อมูล จากเดิมที่เห็นยอดเดือนละครั้ง กลายเป็นเห็นว่าไฟหมดไปกับช่วงเวลาไหนของวัน และนั่นคือข้อมูลชิ้นเดียวที่ตอบได้ว่าบ้านหลังนี้ควรย้ายไปอัตรา TOU หรือไม่
อัตรา TOU คุ้มเมื่อไหร่
อัตรา TOU คุ้มเมื่อบ้านนั้นใช้ไฟช่วง Off Peak เกินราว 48 ถึง 65% ของหน่วยทั้งเดือน โดยบ้านที่ใช้ไฟมากต้องการสัดส่วนต่ำกว่าบ้านที่ใช้ไฟน้อย ตัวเลขนี้คำนวณจากอัตราที่การไฟฟ้าประกาศไว้ ไม่ใช่การประมาณ
อัตรา TOU ของบ้านอยู่อาศัยที่ใช้แรงดันต่ำกว่า 12 กิโลโวลต์ ซึ่งคือบ้านทั่วไป (ประเภท 1.3.2) คิดค่าพลังงานไฟฟ้าช่วง On Peak หน่วยละ 5.7982 บาท และช่วง Off Peak หน่วยละ 2.6369 บาท ค่าบริการ 24.62 บาทต่อเดือนเท่ากับอัตราปกติ
On Peak คือเวลา 09.00 ถึง 22.00 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ส่วน Off Peak คือเวลา 22.00 ถึง 09.00 น. ของวันจันทร์ถึงวันศุกร์ และตลอดทั้งวันของวันเสาร์ วันอาทิตย์ วันแรงงานแห่งชาติ และวันหยุดราชการตามปกติ โดยไม่รวมวันพืชมงคลและวันหยุดชดเชย
| ใช้ไฟต่อเดือน | ค่าพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยในอัตราปกติ | ต้องมีหน่วย Off Peak อย่างน้อย |
|---|---|---|
| 300 หน่วย | 3.7351 บาทต่อหน่วย | 65% |
| 500 หน่วย | 3.9698 บาทต่อหน่วย | 58% |
| 800 หน่วย | 4.1392 บาทต่อหน่วย | 52% |
| 1,500 หน่วย | 4.2711 บาทต่อหน่วย | 48% |
ที่มาของตัวเลขในตาราง ยกตัวอย่างบ้านที่ใช้ 500 หน่วยต่อเดือน จ่ายค่าพลังงานไฟฟ้าในอัตราปกติ 1,984.88 บาท เฉลี่ยหน่วยละ 3.9698 บาท ถ้าย้ายไปอัตรา TOU ต้นทุนเฉลี่ยจะเท่ากับสัดส่วนหน่วย Off Peak คูณ 2.6369 บวกสัดส่วนหน่วย On Peak คูณ 5.7982 ซึ่งจะถูกกว่าอัตราปกติเมื่อสัดส่วน Off Peak เกิน 57.8%
ค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่มคิดต่อหน่วยเท่ากันทั้งสองอัตรา และค่าบริการรายเดือนก็เท่ากันที่ 24.62 บาท จุดคุ้มทุนจึงไม่ขยับตามค่า Ft ที่ปรับทุก 4 เดือน
ข้อควรรู้ก่อนย้ายอัตรา TOU เป็นอัตราเลือก ผู้ใช้ไฟต้องแจ้งความประสงค์และชำระค่าใช้จ่ายเรื่องเครื่องวัดตามที่การไฟฟ้ากำหนด และประกาศอัตราค่าไฟฟ้าของ PEA ที่เริ่มใช้เดือนพฤษภาคม 2566 ระบุไว้ว่าเมื่อเลือกใช้แล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนจึงจะขอเปลี่ยนกลับไปอัตราปกติได้ ผู้ใช้ไฟในเขต MEA ควรสอบถามค่าใช้จ่ายที่เป็นปัจจุบันกับ MEA Call Center 1130 ก่อนตัดสินใจ
จะรู้สัดส่วน Off Peak ของบ้านตัวเองได้อย่างไร
ดูจากข้อมูลการใช้ไฟรายช่วงเวลาในแอป MEA Smart Life หลังบ้านเปลี่ยนเป็นสมาร์ตมิเตอร์แล้ว เพราะนั่นคือพฤติกรรมจริงของบ้านหลังนั้น ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของบ้านคนอื่น
MEA เคยเปิดโครงการทดลองเปรียบเทียบการใช้ไฟฟ้าอัตรา TOU โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับบ้านอยู่อาศัย เริ่มรับสมัคร 10 มีนาคม 2568 เปรียบเทียบให้ 3 เดือน เฉพาะผู้ใช้ไฟประเภท 1.2 ที่ใช้เกิน 150 หน่วยต่อเดือน จำกัด 1,000 สิทธิ์ และแจ้งผลทางอีเมลเท่านั้น โครงการนั้นจำกัดจำนวนและผ่านมาแล้วกว่าหนึ่งปี ถ้าสนใจให้โทรถาม 1130 ว่ามีรอบใหม่หรือไม่
โหลดที่ย้ายไปช่วง Off Peak ได้จริงคือโหลดที่ตั้งเวลาได้ เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า เครื่องล้างจาน และปั๊มน้ำ ตั้งให้ทำงานหลัง 22.00 น. ได้ทั้งหมด
โหลดก้อนใหญ่ที่สุดในบ้านยุคนี้คือรถยนต์ไฟฟ้า การตั้งชาร์จหลัง 22.00 น. ทำให้หน่วยก้อนนั้นตกอยู่ในช่วง Off Peak ทั้งหมด เรื่องขนาดมิเตอร์และการเดินไฟอ่านได้ในคู่มือติดตั้งเครื่องชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน
ทางกลับกัน บ้านที่มีคนอยู่และเปิดเครื่องปรับอากาศตอนกลางวันวันธรรมดาคือการใช้ไฟช่วง On Peak เต็มจำนวน อัตรา TOU มักไม่คุ้มกับบ้านลักษณะนี้ รวมถึงบ้านที่ใช้เป็นที่ทำงานแบบไฮบริด ด้วย
มิจฉาชีพใช้เรื่องเปลี่ยนมิเตอร์หลอกอย่างไร
เพราะการเปลี่ยนสมาร์ตมิเตอร์ไม่มีค่าใช้จ่าย ใครติดต่อมาเรียกเก็บเงินเรื่องเปลี่ยนมิเตอร์จึงเป็นมิจฉาชีพทันที ในประกาศฉบับเดียวกัน MEA เตือนว่ามีผู้แอบอ้างเป็นพนักงาน MEA โทรแจ้งเตือนตัดไฟฟ้าและให้โอนเงินชำระค่าไฟ และ MEA ยืนยันว่าไม่มีบริการให้พนักงานโทรหาผู้ใช้ไฟลักษณะนั้น
ฝั่งต่างจังหวัด PEA ออกประกาศเตือนวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 ว่ามิจฉาชีพอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ PEA แจ้งว่าจะมาเปลี่ยนมิเตอร์ที่หมุนเร็วผิดปกติ อ้างว่าจะคืนเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้าให้ แล้วหลอกให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันชื่อ PEA Smart Pro และให้ติดต่อทาง LINE ชื่อ PEA 422
ชื่อแอปคือจุดที่ต้องอ่านให้ละเอียด แอปจริงของ PEA คือ PEA Smart Plus ซึ่งดาวน์โหลดได้จาก App Store และ Play Store เท่านั้น LINE ทางการคือ @PEAThailand ที่มีสัญลักษณ์โล่สีเขียว เว็บไซต์ต้องเป็น www.pea.co.th และ PEA ระบุว่าไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่งลิงก์ให้ผู้ใช้ไฟเพื่อรับสิทธิประโยชน์ใด ๆ ไม่ว่าช่องทางไหน
วิธีตัดปัญหาคือวางสายแล้วโทรกลับเองที่ MEA Call Center 1130 หรือ PEA Contact Center 1129 ซึ่งรับสายตลอด 24 ชั่วโมง หรือตรวจสอบผ่าน LINE ทางการ MEA Connect (@MEAthailand) ที่มีโล่สีเขียวนำหน้าชื่อบัญชี
ซื้อขายบ้านหรือปล่อยเช่า ต้องจัดการมิเตอร์อย่างไร
ต้องเปลี่ยนชื่อเจ้าของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าให้เป็นชื่อผู้อยู่อาศัยหรือผู้เช่าคนปัจจุบันทุกครั้งที่มีการซื้อขาย โอนกรรมสิทธิ์ หรือปล่อยเช่า MEA ประกาศแนะนำเรื่องนี้ไว้เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 โดยให้เหตุผลว่าหากเกิดการค้างชำระหรือการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าอย่างการลักลอบใช้ไฟฟ้า MEA จะติดตามหนี้และดำเนินการทางกฎหมายกับคู่สัญญาที่มีชื่อเป็นเจ้าของเครื่องวัดฯ เป็นหลัก
ผู้ขายที่ลืมเปลี่ยนชื่อจึงยังเป็นคู่สัญญาของบ้านที่ขายไปแล้ว และหนี้ค่าไฟที่ผู้อยู่อาศัยรายใหม่ก่อไว้จะย้อนมาถึงตัว
ยื่นเรื่องได้สองช่องทาง คือออนไลน์ผ่าน MEA e-Service หรือที่ทำการการไฟฟ้านครหลวงเขต เอกสารที่ใช้คือบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล เอกสารแสดงความเกี่ยวพันกับสถานที่ใช้ไฟฟ้าอย่างทะเบียนบ้าน หนังสือให้เลขบ้าน สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาเช่า สัญญาเช่าซื้อที่ดินพร้อมอาคาร หรือโฉนดที่ดินที่มีชื่อผู้ใช้ไฟเป็นเจ้าของ และหนังสือมอบอำนาจในกรณีให้คนอื่นยื่นแทน
สองเรื่องที่คนมักไม่รู้คือการเปลี่ยนชื่อจะสำเร็จก็ต่อเมื่อไม่มียอดค้างชำระ และหลักประกันการใช้ไฟฟ้าที่วางไว้เดิมสามารถโอนมาไว้ในชื่อผู้ใช้ไฟรายใหม่ได้ โดยแนบสำเนาใบเสร็จเงินประกันฯ ตามที่ MEA อธิบายไว้ในคำแนะนำการเปลี่ยนชื่อเจ้าของมิเตอร์ผ่านบริการ MEASY
ก่อนวันโอน ให้ขอดูจำนวนหน่วยที่ใช้ย้อนหลัง 6 เดือน ไม่ใช่ยอดเงิน เพราะค่า Ft ปรับทุก 4 เดือน ยอดเงินจึงเทียบกันไม่ได้ ส่วนจำนวนหน่วยเทียบได้ตรง ๆ และบ้านที่เปลี่ยนเป็นสมาร์ตมิเตอร์แล้วมีประวัติให้ตรวจสอบย้อนหลัง
ถ้ากำลังเตรียมขายบ้าน การเคลียร์ชื่อมิเตอร์และเอกสารไฟฟ้าให้เรียบร้อยเป็นงานที่ต้องทำก่อนวันโอน ดูขั้นตอนทั้งหมดได้ที่บริการฝากขายบ้าน
ผู้ปล่อยเช่าต้องระวังเพิ่มอีกชั้น เพราะการเรียกเก็บค่าไฟจากผู้เช่าอยู่ใต้ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาที่ควบคุมธุรกิจให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย รายละเอียดอยู่ในกฎหมายควบคุมสัญญาเช่าฉบับปัจจุบัน
เจ้าของที่อยากให้มืออาชีพดูแลตั้งแต่คัดกรองผู้เช่าจนถึงเก็บค่าเช่า ดูรายละเอียดได้ที่บริการฝากเช่าบ้านและคอนโด
คำถามที่พบบ่อย
เปลี่ยนสมาร์ตมิเตอร์ต้องจ่ายเงินไหม
ไม่ต้องจ่าย ประกาศ MEA วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ระบุว่าการเปลี่ยนสมาร์ตมิเตอร์เป็นบริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ใครติดต่อมาเรียกเก็บเงินค่าเปลี่ยนมิเตอร์ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพ
ต้องยื่นเรื่องขอเปลี่ยนมิเตอร์เองหรือไม่
ไม่ต้องยื่น MEA ทยอยเปลี่ยนเป็นเฟสตามพื้นที่บริการ โดยเป้าหมายปี 2569 คือบ้านอยู่อาศัยในพื้นที่ MEA เขตคลองเตยครบ 100% จำนวน 136,000 เครื่อง และกลุ่มธุรกิจกับอุตสาหกรรม 12,000 เครื่องในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ
เปลี่ยนสมาร์ตมิเตอร์แล้วค่าไฟจะแพงขึ้นไหม
อัตราค่าไฟไม่เปลี่ยนเพราะการเปลี่ยนมิเตอร์ หน่วยที่ใช้ยังคิดด้วยอัตราเดิม และ MEA ระบุว่าการอ่านหน่วยเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมดจึงตรวจสอบย้อนหลังได้ 100% ถ้าบิลกระโดดขึ้นผิดปกติ ให้เทียบจำนวนหน่วยกับประวัติในแอป MEA Smart Life แล้วแจ้ง MEA Call Center 1130
มีสมาร์ตมิเตอร์แล้วได้ใช้อัตรา TOU เลยไหม
ไม่ได้เอง อัตรา TOU เป็นอัตราเลือกที่ต้องแจ้งความประสงค์และชำระค่าใช้จ่ายเรื่องเครื่องวัดตามที่การไฟฟ้ากำหนด และประกาศอัตราค่าไฟฟ้าของ PEA ระบุว่าเมื่อเลือกใช้แล้วต้องใช้ไม่น้อยกว่า 12 เดือนจึงขอเปลี่ยนกลับไปอัตราปกติได้
ช่วง Off Peak เริ่มกี่โมง
Off Peak คือเวลา 22.00 ถึง 09.00 น. ของวันจันทร์ถึงวันศุกร์ และตลอดทั้งวันของวันเสาร์ วันอาทิตย์ วันแรงงานแห่งชาติ และวันหยุดราชการตามปกติ โดยไม่รวมวันพืชมงคลและวันหยุดชดเชย
บ้านอยู่ต่างจังหวัดจะรู้ได้อย่างไรว่าถึงคิวเปลี่ยนมิเตอร์
สอบถาม PEA Contact Center 1129 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และดูข้อมูลการใช้ไฟผ่านแอป PEA Smart Plus ซึ่งเป็นแอปจริงที่ดาวน์โหลดจาก App Store และ Play Store เท่านั้น ระวังแอปปลอมชื่อ PEA Smart Pro ที่ PEA เตือนไว้เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2568
ค่าไฟงวดนี้หน่วยละเท่าไร
งวดเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569 อยู่ที่เฉลี่ย 3.95 บาทต่อหน่วย ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมติ กกพ. วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมาจากค่าไฟฟ้าฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย บวกค่า Ft 16.23 สตางค์ต่อหน่วย
สรุป
- MEA เปลี่ยนสมาร์ตมิเตอร์ให้ฟรี ปี 2569 ตั้งเป้าบ้านอยู่อาศัยในพื้นที่ MEA เขตคลองเตยครบ 100% จำนวน 136,000 เครื่อง และภาคธุรกิจอีก 12,000 เครื่อง
- มิเตอร์ใหม่ไม่ได้ลดค่าไฟ แต่ทำให้เห็นว่าไฟหมดไปกับช่วงเวลาไหนของวันผ่านแอป MEA Smart Life
- อัตรา TOU ของบ้านทั่วไปคิด On Peak หน่วยละ 5.7982 บาท และ Off Peak หน่วยละ 2.6369 บาท จึงคุ้มเมื่อมีหน่วย Off Peak เกินราว 48 ถึง 65% ของทั้งเดือน
- TOU เป็นอัตราเลือกที่ต้องจ่ายค่าเครื่องวัด และ PEA ระบุว่าต้องใช้ไม่น้อยกว่า 12 เดือนจึงขอกลับไปอัตราปกติได้
- การเปลี่ยนมิเตอร์ไม่มีค่าใช้จ่าย สายที่โทรมาเก็บเงินหรือส่งลิงก์ให้ดาวน์โหลดแอปคือมิจฉาชีพ ให้วางสายแล้วโทรกลับที่ 1130 หรือ 1129
- ซื้อขายหรือปล่อยเช่าบ้านต้องเปลี่ยนชื่อเจ้าของเครื่องวัดฯ ทุกครั้ง เพราะการไฟฟ้าตามหนี้จากชื่อที่อยู่ในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า