เกิดอะไรขึ้นเมื่อสัปดาห์นี้
กระทรวงมหาดไทยร่วมกับการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดรับขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาและขึ้นทะเบียนอุปกรณ์มาตรฐาน โดยแถลงข่าวเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่ MEA SPARK พิพิธภัณฑ์การไฟฟ้าไทย เขตวัดเลียบ
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าว พร้อมด้วยผู้ว่าการ MEA และรองผู้ว่าการ PEA โดยระบุว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานการติดตั้งทั้งระบบให้ปลอดภัย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามหลักวิศวกรรม
กำหนดการที่เจ้าของบ้านควรจำมีสามวัน คือเปิดรับขึ้นทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน 2569 ตรวจสอบเอกสารและสรุปผลระหว่างวันที่ 1 กันยายน ถึง 30 ตุลาคม 2569 และเริ่มประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
รายชื่อผู้ประกอบการและอุปกรณ์ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนจะเผยแพร่ทางเว็บไซต์และช่องทางประชาสัมพันธ์ของ MEA และ PEA ซึ่งแปลว่าหลังกลางเดือนตุลาคม เจ้าของบ้านจะมีรายชื่อกลางให้ตรวจก่อนจ้างเป็นครั้งแรก
ทะเบียนนี้คุมสองอย่าง ไม่ใช่แค่ช่างติดตั้ง
การขึ้นทะเบียนครอบคลุมสองด้าน คือผู้ให้บริการติดตั้งหรือ Vendor และผู้ผลิตหรือจำหน่ายอุปกรณ์โซลาร์ เพื่อกำกับคุณภาพตั้งแต่ตัวผู้ประกอบการ บุคลากร อุปกรณ์ การออกแบบและติดตั้ง ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า
ฝั่งผู้ให้บริการติดตั้งถูกพิจารณาคุณสมบัติหลายด้าน ทั้งทีมบริหาร ผู้จัดการโครงการ วิศวกรและช่างติดตั้ง ฐานะทางการเงิน ประสบการณ์และผลงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รวมถึงความน่าเชื่อถือและศักยภาพในการให้บริการ
ฝั่งอุปกรณ์ครอบคลุมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ โดยอินเวอร์เตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อระบบต้องผ่านการทดสอบตามหลักเกณฑ์ของการไฟฟ้าก่อนเชื่อมต่อเข้าโครงข่าย
เงื่อนไขทางเทคนิคที่ควรรู้คือระบบต้องตัดการจ่ายไฟฟ้าโดยอัตโนมัติเมื่อเกิดไฟฟ้าดับ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่ออกไปแก้ไฟ และต้องจ่ายไฟที่มีคุณภาพตามมาตรฐานโดยไม่กระทบผู้ใช้ไฟรายอื่นในบริเวณใกล้เคียง
ส่วนมาตรฐานอุปกรณ์ที่รัฐบาลระบุไว้คือมาตรฐานสากลอย่าง IEC และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือ มอก.
เรื่องที่ใหญ่กว่าทะเบียน คือส่วนอุดหนุน 500,000 หลังคาเรือน
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงว่ารัฐบาลอยู่ระหว่างดำเนินการมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง Solar Rooftop ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569
เป้าหมายระยะแรกคือให้ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าติดตั้งได้ 500,000 ครัวเรือน เพื่อช่วยลดค่าไฟและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด
ลำดับของสองเรื่องนี้อธิบายจังหวะเวลาได้ทั้งหมด ทะเบียนผู้ติดตั้งเปิดก่อน เพราะถ้าเงินอุดหนุนออกมาก่อนที่ตลาดจะมีรายชื่อผู้ผ่านมาตรฐาน เงินก้อนนั้นจะไหลไปหาผู้ติดตั้งที่ไม่มีใครตรวจสอบได้
สิ่งที่ยังไม่มีในข่าวคือรายละเอียดของส่วนอุดหนุน ทั้งวงเงินต่อครัวเรือน เงื่อนไขผู้มีสิทธิ และวันเปิดรับสมัคร รัฐบาลใช้คำว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งหมายความว่ายังไม่ควรตัดสินใจซื้อบนสมมติฐานว่าจะได้เงินคืนเท่าไร
เจ้าของบ้านควรทำอะไรระหว่างนี้
ข้อแรกคืออย่าเพิ่งเซ็นสัญญายาวหรือวางมัดจำก้อนใหญ่ก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เพราะรายชื่อผู้ผ่านการขึ้นทะเบียนจะเริ่มประกาศวันนั้น และเป็นข้อมูลที่เปลี่ยนอำนาจต่อรองของผู้ซื้อทั้งหมด
ข้อสองคือถามผู้ติดตั้งที่คุยอยู่ตรง ๆ ว่ายื่นขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้าหรือยัง และอุปกรณ์ที่เสนอมาอยู่ในรายการที่ยื่นขึ้นทะเบียนด้วยหรือไม่ คำตอบที่เลี่ยงคำถามนี้คือคำตอบ
ข้อสามคือเช็กว่าใบเสนอราคาระบุรุ่นของแผง อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ พร้อมมาตรฐานที่อ้างอิง ไม่ใช่เขียนแค่กำลังติดตั้งเป็นกิโลวัตต์กับราคารวม
ข้อสี่คือในพื้นที่ MEA ใช้บริการ MEA Solar One Stop Service ได้ ตั้งแต่ให้คำปรึกษา ประเมินความเหมาะสมของระบบ สำรวจ ออกแบบและติดตั้ง ยื่นคำขอผ่านระบบ MyEnergy ติดตามสถานะ ไปจนถึงการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าและการจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกิน และขอคำปรึกษาที่การไฟฟ้านครหลวงเขตได้ทั้ง 18 แห่ง
ตัวเลขที่ยังใช้ได้เหมือนเดิม
สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 805 พ.ศ. 2569 ยังเป็นคนละเรื่องกับส่วนอุดหนุนที่กำลังจะมา และยังใช้ได้ตามเงื่อนไขเดิม รายละเอียดพร้อมตัวเลขจุดคุ้มทุนอยู่ในบทความโซลาร์รูฟท็อปกับการลดหย่อนภาษี
ฝั่งค่าไฟที่ใช้เปรียบเทียบผลตอบแทน งวดเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569 อยู่ที่เฉลี่ย 3.95 บาทต่อหน่วยไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานวันที่ 22 กรกฎาคม 2569
และถ้าบ้านเปลี่ยนเป็นสมาร์ตมิเตอร์แล้ว ข้อมูลการใช้ไฟรายช่วงเวลาในแอปคือตัวเลขที่ทำให้ประเมินขนาดระบบได้แม่นกว่าการเดาจากบิลรายเดือน อ่านเรื่องมิเตอร์และอัตราค่าไฟได้ในบทความสมาร์ตมิเตอร์
ส่วนเรื่องการขออนุญาตดัดแปลงอาคาร การติดตั้งบนหลังคาบ้านมีกฎกระทรวงกำหนดเงื่อนไขไว้เป็นการเฉพาะ ซึ่งต่างจากงานต่อเติมทั่วไปที่อธิบายไว้ในบทความต่อเติมบ้านต้องขออนุญาตไหม จึงควรให้ผู้ติดตั้งยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะดำเนินการส่วนนี้ให้ครบ
ผลกับราคาบ้านและการขายต่อ
บ้านที่ติดโซลาร์โดยผู้ติดตั้งที่อยู่ในทะเบียนของการไฟฟ้า จะมีเอกสารชุดที่ผู้ซื้อมือสองตรวจได้ ทั้งรุ่นอุปกรณ์ การรับรองมาตรฐาน และการเชื่อมต่อที่ผ่านการทดสอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ระบบราคาถูกจากผู้ติดตั้งที่หายไปแล้วให้ไม่ได้
ในทางกลับกัน ระบบที่ติดตั้งไม่ถูกหลักคือภาระของบ้าน เพราะผู้ซื้อจะคิดค่ารื้อและค่าซ่อมหลังคาเข้าไปในราคาที่ต่อรอง
สำหรับเจ้าของที่วางแผนจะขายบ้านในสองถึงสามปีข้างหน้า การเก็บเอกสารการติดตั้ง ใบรับประกันอุปกรณ์ และหลักฐานการเชื่อมต่อกับการไฟฟ้าไว้ให้ครบ คือส่วนหนึ่งของการเตรียมขาย ดูขั้นตอนทั้งหมดได้ที่บริการฝากขายบ้าน
คำถามที่พบบ่อย
รัฐเปิดขึ้นทะเบียนผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเมื่อไหร่
MEA และ PEA เปิดรับขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการและอุปกรณ์ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน 2569 โดยมีการแถลงข่าวเปิดโครงการเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569
จะรู้ได้อย่างไรว่าผู้ติดตั้งรายไหนผ่านการขึ้นทะเบียน
รายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาจะเริ่มประกาศตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ทางเว็บไซต์และช่องทางประชาสัมพันธ์ของ MEA และ PEA
ทะเบียนนี้ครอบคลุมอะไรบ้าง
ครอบคลุมทั้งผู้ให้บริการติดตั้งและผู้ผลิตหรือจำหน่ายอุปกรณ์ ได้แก่ แผงเซลล์แสงอาทิตย์ อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ โดยอุปกรณ์ต้องผ่านมาตรฐานสากลอย่าง IEC และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
ผู้ติดตั้งต้องมีคุณสมบัติอะไร
ถูกพิจารณาทั้งทีมบริหาร ผู้จัดการโครงการ วิศวกรและช่างติดตั้ง ฐานะทางการเงิน ประสบการณ์และผลงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รวมถึงความน่าเชื่อถือและศักยภาพในการให้บริการ
รัฐจะช่วยออกค่าติดตั้งจริงไหม
รัฐบาลแถลงเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ว่าอยู่ระหว่างดำเนินการมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายภายใต้พระราชกำหนดกู้เงินด้านพลังงาน พ.ศ. 2569 โดยตั้งเป้าระยะแรก 500,000 ครัวเรือน แต่ยังไม่มีการประกาศวงเงินต่อครัวเรือนและเงื่อนไขผู้มีสิทธิ
ควรรอรายชื่อก่อนติดตั้งไหม
ถ้าไม่รีบ การรอถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ทำให้เลือกจากรายชื่อที่ผ่านการตรวจสอบได้ และยังไม่เสียโอกาสอะไร เพราะรายละเอียดส่วนอุดหนุนก็ยังไม่ประกาศ
ระบบโซลาร์ต้องตัดไฟเองตอนไฟดับหรือไม่
ต้องตัด อุปกรณ์ที่ขึ้นทะเบียนต้องมีระบบตัดการจ่ายไฟฟ้าโดยอัตโนมัติเมื่อเกิดไฟฟ้าดับ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานบนสายในเวลานั้น
ในเขต กทม. ยื่นเรื่องที่ไหน
ใช้บริการ MEA Solar One Stop Service ตั้งแต่ให้คำปรึกษาจนถึงการเชื่อมต่อและขายไฟส่วนเกิน โดยยื่นคำขอผ่านระบบ MyEnergy หรือปรึกษาที่การไฟฟ้านครหลวงเขตทั้ง 18 แห่ง สอบถามได้ที่ MEA Call Center 1130 ส่วนต่างจังหวัดคือ PEA Contact Center 1129
สรุป
- MEA และ PEA เปิดรับขึ้นทะเบียนผู้ติดตั้งและอุปกรณ์โซลาร์รูฟท็อประหว่างวันที่ 1 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน 2569
- ตรวจสอบเอกสารและสรุปผล 1 กันยายน ถึง 30 ตุลาคม 2569 และเริ่มประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณา 15 ตุลาคม 2569
- ทะเบียนคุมทั้งผู้ติดตั้งและอุปกรณ์ คือแผง อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ ตามมาตรฐาน IEC และ มอก.
- อินเวอร์เตอร์ต้องผ่านการทดสอบของการไฟฟ้าและต้องตัดไฟอัตโนมัติเมื่อไฟดับ
- รัฐบาลอยู่ระหว่างทำมาตรการช่วยค่าติดตั้ง เป้าหมายระยะแรก 500,000 ครัวเรือน แต่ยังไม่ประกาศวงเงินและเงื่อนไข
- เจ้าของบ้านที่ยังไม่รีบควรรอรายชื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ก่อนเซ็นสัญญาหรือวางมัดจำก้อนใหญ่