ติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าในคอนโดได้ไหม

ได้ แต่ไม่ใช่สิทธิ์ที่ทำเองได้ ต้องผ่านนิติบุคคลก่อน เพราะที่จอดรถในคอนโดเป็นทรัพย์ส่วนกลาง แม้คุณจะมีสิทธิ์ใช้ช่องนั้น การติดตั้งอุปกรณ์ถาวรลงบนผนังหรือเสาก็ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงทรัพย์ส่วนกลาง ซึ่งต้องผ่านมติของเจ้าของร่วม ไม่ใช่แค่แจ้งให้ทราบ

แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่ทำให้เรื่องไม่ผ่านมักไม่ใช่มติ มันคือหม้อแปลงของอาคาร

ชายไทยกำลังเสียบหัวชาร์จรถไฟฟ้าในลานจอดรถใต้คอนโด

กำแพงตัวจริงคือกำลังไฟของอาคาร

คอนโดที่สร้างเมื่อสิบปีก่อนออกแบบหม้อแปลงไว้ตามการใช้ไฟของที่อยู่อาศัย บวกส่วนกลาง ลิฟต์ และปั๊มน้ำ ไม่มีใครเผื่อไว้ให้รถยนต์สามสิบคันชาร์จพร้อมกันตอนสองทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ทุกห้องเปิดแอร์

ที่ชาร์จบ้านทั่วไปกินไฟราว 7 กิโลวัตต์ต่อเครื่อง สิบเครื่องที่ทำงานพร้อมกันคือ 70 กิโลวัตต์เพิ่มขึ้นมาจากโหลดเดิม ในอาคารที่หม้อแปลงเหลือ headroom ไม่มาก นั่นคือส่วนต่างระหว่างระบบที่ทำงานปกติกับเบรกเกอร์เมนทริป

คำถามแรกที่ควรถามนิติจึงไม่ใช่ "ติดตั้งได้ไหม" แต่เป็น "อาคารเหลือกำลังไฟเท่าไหร่ และเคยมีใครทำ load study ไว้หรือยัง" ถ้าคำตอบคือไม่เคย นั่นคืองานชิ้นแรกที่ต้องเกิด และมันมักเป็นสิ่งที่ทำให้นิติตอบไม่ได้สักที ไม่ใช่เพราะไม่อยากให้

อาคารที่แก้ปัญหานี้ได้ส่วนใหญ่ใช้วิธีเดียวกัน คือติดตั้งระบบบริหารโหลด ซึ่งจะลดกำลังชาร์จของทุกเครื่องลงอัตโนมัติเมื่อโหลดรวมของอาคารใกล้เพดาน แทนที่จะให้ใครก็ได้ดึงเต็มพิกัดพร้อมกัน วิธีนี้ทำให้ติดตั้งได้หลายเครื่องบนกำลังไฟเท่าเดิม และเป็นข้อเสนอที่นิติรับได้ง่ายกว่าการขอเพิ่มหม้อแปลงทั้งอาคาร

ทำไมลากสายจากห้องตัวเองลงมาไม่ได้

คนจำนวนมากคิดวิธีนี้เป็นวิธีแรก เพราะดูเหมือนเลี่ยงปัญหาทุกอย่างได้ ใช้ไฟจากมิเตอร์ของตัวเอง จ่ายค่าไฟเอง ไม่ต้องยุ่งกับใคร

ปัญหาคือสายที่ลากผ่านช่องท่อของอาคาร ผ่านผนัง และผ่านพื้นที่ส่วนกลางไปถึงลานจอด ไม่ว่าจะเดินสวยแค่ไหน ก็คือการใช้ทรัพย์ส่วนกลางเพื่อประโยชน์ของห้องเดียว ซึ่งนิติปฏิเสธได้และปฏิเสธเกือบทุกครั้ง

ที่สำคัญกว่านั้นคือเรื่องความปลอดภัยและประกัน สายที่เดินโดยไม่ผ่านการออกแบบ ไม่มีการป้องกันกระแสรั่วที่ถูกต้อง และไม่ได้อยู่ในแบบไฟฟ้าของอาคาร คือสิ่งที่บริษัทประกันหยิบมาใช้ได้ทันทีถ้าเกิดเหตุ กรมธรรม์ของอาคารคุ้มครองระบบที่อยู่ในแบบ ไม่ได้คุ้มครองสิ่งที่ใครคนหนึ่งต่อเพิ่มเอง

ช่างไฟตรวจตู้ควบคุมไฟฟ้าในห้องงานระบบของอาคาร

ยื่นอะไรให้นิติบ้าง

นิติที่ปฏิเสธเร็วที่สุดคือนิติที่ได้รับคำขอแบบลอย ๆ ว่าขอติดที่ชาร์จ ส่วนคำขอที่มีของครบมักได้คำตอบ แม้จะเป็นคำตอบว่ายังไม่ได้ตอนนี้ก็ยังดีกว่าเงียบ

  • แบบไฟฟ้าที่ระบุจุดต่อ ขนาดสาย และอุปกรณ์ป้องกัน โดยผู้มีใบอนุญาต
  • ข้อมูลกำลังไฟที่ต้องใช้ และวิธีที่จะไม่ให้กระทบโหลดรวมของอาคาร เช่น ตั้งค่าจำกัดกระแส หรือชาร์จเฉพาะช่วงเวลา
  • วิธีวัดหน่วยไฟและใครเป็นผู้จ่าย ซึ่งควรเป็นมิเตอร์ย่อยของคุณเอง ไม่ใช่การประมาณแล้วหารเฉลี่ยกับส่วนกลาง
  • ผู้รับผิดชอบเมื่อเกิดความเสียหาย พร้อมประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกของผู้ติดตั้ง
  • เงื่อนไขเมื่อคุณย้ายออก ว่าจะรื้อออกหรือยกให้อาคาร

ข้อสุดท้ายเป็นข้อที่ทำให้หลายเคสผ่าน เพราะมันตอบคำถามที่นิติกลัวที่สุด คือกลัวว่าอาคารจะเต็มไปด้วยอุปกรณ์ของคนที่ย้ายออกไปแล้ว

อุปกรณ์ที่ต้องมี ไม่ใช่แค่ตัวชาร์จ

สองอย่างที่คนมองข้ามและเป็นสองอย่างที่ช่างมืออาชีพจะถามถึงทันที

อย่างแรกคือเครื่องตัดไฟรั่วที่รองรับกระแสรั่วชนิดกระแสตรงได้ เพราะการชาร์จรถไฟฟ้าอาจเกิดกระแสรั่วแบบที่เครื่องตัดไฟรั่วรุ่นทั่วไปในบ้านตรวจไม่เจอ ที่ชาร์จบางรุ่นมีวงจรตรวจจับส่วนนี้ในตัวแล้ว บางรุ่นไม่มีและต้องติดตั้งเพิ่มแยก ให้ถามผู้ติดตั้งตรง ๆ ว่ารุ่นที่เสนอเป็นแบบไหน

อย่างที่สองคือวงจรเฉพาะ ที่ชาร์จรถต้องมีวงจรของตัวเองจากตู้ พร้อมเบรกเกอร์และขนาดสายที่คำนวณมาสำหรับโหลดต่อเนื่องหลายชั่วโมง ไม่ใช่การพ่วงจากวงจรที่มีอยู่ และห้ามใช้ปลั๊กบ้านธรรมดาโดยเด็ดขาด เพราะปลั๊กและเต้ารับทั่วไปไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการจ่ายกระแสสูงต่อเนื่องข้ามคืน จุดที่ร้อนคือขั้วต่อ ไม่ใช่ตัวสาย

ถ้านิติไม่อนุมัติ ทำอะไรได้

ถ้าเหตุผลคือกำลังไฟไม่พอ นั่นเป็นข้อเท็จจริงที่เถียงไม่ได้ในระยะสั้น สิ่งที่ทำได้คือรวมกลุ่มกับเจ้าของร่วมคนอื่นที่ใช้รถไฟฟ้าเหมือนกัน แล้วเสนอเป็นโครงการของอาคารพร้อมระบบบริหารโหลด ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ไปถึงที่ประชุมใหญ่ได้ ต่างจากคำขอของห้องเดียว

ระหว่างนั้น การชาร์จนอกบ้านยังเป็นทางที่ใช้ได้จริงสำหรับคนที่ขับไม่มากต่อวัน และถ้ากำลังจะซื้อรถอยู่ ให้เอาเรื่องนี้เข้าไปในการตัดสินใจตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ซื้อมาก่อนแล้วค่อยไปหาที่ชาร์จ

สำหรับคนที่กำลังหาที่อยู่ใหม่และใช้รถไฟฟ้า ให้ถามเรื่องนี้ตั้งแต่วันดูห้อง คำถามที่ได้ผลคือ ตอนนี้มีคนติดตั้งไปแล้วกี่ราย และอาคารมีระบบบริหารโหลดหรือยัง คำตอบสองข้อนี้บอกได้ทันทีว่าคุณจะเป็นคนที่หนึ่งที่ต้องบุกเบิก หรือเป็นคนที่สิบเอ็ดที่แค่ต่อคิว

รายละเอียดของตัวเครื่องชาร์จ ขนาดที่เหมาะกับการใช้งาน และการติดตั้งในบ้านเดี่ยวซึ่งไม่มีข้อจำกัดเรื่องทรัพย์ส่วนกลาง อยู่ใน ติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน ส่วนการเลือกอัตราค่าไฟแบบคิดตามช่วงเวลาซึ่งเปลี่ยนต้นทุนการชาร์จอย่างมีนัย อยู่ใน มิเตอร์อัจฉริยะกับการเลือกอัตรา TOU และถ้าประเด็นของคุณคือนิติไม่ตอบเรื่องทรัพย์ส่วนกลางเลย วิธีกดดันตามขั้นตอนอยู่ใน ปัญหาทรัพย์ส่วนกลาง เจ้าของร่วมทำอะไรได้

ถ้ากำลังมองหาคอนโดใหม่อยู่ ดูห้องที่ประกาศให้เช่าได้ที่ คอนโดให้เช่า และ คอนโดให้เช่า กรุงเทพฯ

คำถามที่พบบ่อย

ที่จอดรถเป็นของเรา ทำไมยังต้องขอนิติ

เพราะสิ่งที่คุณมีคือสิทธิ์ใช้ช่องจอด ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ในพื้นที่ ตัวลานจอด ผนัง เสา และระบบไฟฟ้าเป็นทรัพย์ส่วนกลาง การติดตั้งอุปกรณ์ถาวรจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงทรัพย์ส่วนกลางที่ต้องผ่านมติ

ใช้ปลั๊กบ้านธรรมดาชาร์จไปก่อนได้ไหม

ไม่ควรอย่างยิ่ง ปลั๊กและเต้ารับทั่วไปไม่ได้ออกแบบมาสำหรับจ่ายกระแสสูงต่อเนื่องหลายชั่วโมง จุดที่ร้อนจนเกิดปัญหาคือขั้วต่อ และเป็นการติดตั้งที่อยู่นอกแบบไฟฟ้าของอาคาร ซึ่งกระทบเรื่องประกันด้วย

ค่าไฟคิดยังไงถึงจะไม่มีปัญหากับส่วนกลาง

ติดมิเตอร์ย่อยสำหรับที่ชาร์จของคุณโดยเฉพาะ แล้วจ่ายตามหน่วยที่ใช้จริง วิธีประมาณแล้วหารเฉลี่ยเข้าค่าส่วนกลางคือต้นเหตุของข้อพิพาทในภายหลังเกือบทุกครั้ง

อาคารบอกว่าไฟไม่พอ จริงหรือแค่ไม่อยากยุ่ง

ตรวจได้ ขอให้นิติแสดงผลการศึกษาโหลดของอาคาร ถ้าไม่เคยทำ ให้เสนอว่ากลุ่มผู้ใช้รถไฟฟ้าจะออกค่าจ้างวิศวกรมาทำให้ พร้อมเสนอระบบบริหารโหลดควบไปด้วย ข้อเสนอแบบนี้เปลี่ยนบทสนทนาจากการขออนุญาต เป็นการแก้ปัญหาของอาคาร

สรุป

  • ติดตั้งได้ แต่ต้องผ่านมติของเจ้าของร่วม เพราะลานจอดเป็นทรัพย์ส่วนกลาง
  • อุปสรรคจริงมักเป็นกำลังไฟที่เหลือของอาคาร ไม่ใช่กฎของนิติ
  • อย่าลากสายจากห้องตัวเองลงมา ทั้งผิดเรื่องทรัพย์ส่วนกลางและกระทบประกันของอาคาร
  • ยื่นคำขอพร้อมแบบไฟฟ้า วิธีจำกัดโหลด มิเตอร์ย่อย และเงื่อนไขตอนย้ายออก
  • ถ้ายังไม่ผ่าน ให้รวมกลุ่มเสนอเป็นโครงการของอาคารพร้อมระบบบริหารโหลด