พินัยกรรมที่ใช้ไม่ได้ ส่วนใหญ่ไม่ได้ผิดที่เนื้อหา แต่ผิดที่แบบ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1705 วางหลักไว้ตรง ๆ ว่า พินัยกรรมหรือข้อกำหนดพินัยกรรมที่ทำขึ้นขัดต่อบทบัญญัติเรื่องแบบ ย่อมเป็นโมฆะ
โมฆะแปลว่าไม่มีผลตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ใช้ได้บางส่วน ไม่ใช่แก้ทีหลังได้
และคนที่จะรู้ว่ามันโมฆะ คือคนที่เหลืออยู่ ไม่ใช่คนที่เขียน
ซึ่งเป็นเหตุผลที่ความผิดพลาดเรื่องแบบร้ายแรงกว่าความผิดพลาดเรื่องถ้อยคำมาก
เพราะถ้อยคำที่กำกวมยังตีความได้ แต่แบบที่ผิดคือจบเลย
ที่เจ็บกว่านั้นคือ ข้อพลาดที่พบบ่อยที่สุดล้วนเป็นเรื่องเล็ก ๆ ทั้งสิ้น
คนเขียนเองใช้อยู่สองแบบ และสองแบบนี้กติกาไม่เหมือนกันเลย
กฎหมายกำหนดแบบของพินัยกรรมไว้หลายแบบ แต่คนที่ทำเองโดยไม่ผ่านราชการมักใช้อยู่สองแบบนี้
แบบเขียนเองทั้งฉบับ ตามมาตรา 1657 ซึ่งไม่ต้องมีพยานเลย
แบบธรรมดา ตามมาตรา 1656 ซึ่งพิมพ์ได้ แต่ต้องมีพยานสองคน
ความสับสนเกิดขึ้นเพราะคนจำนวนมากผสมสองแบบเข้าด้วยกัน คือพิมพ์เอกสารมาแล้วเซ็นชื่อ โดยไม่มีพยาน
ผลคือไม่เข้าแบบไหนเลยสักแบบ
แบบเขียนเองทั้งฉบับ ต้องเขียนด้วยมือตัวเองทุกตัวอักษร
มาตรา 1657 บัญญัติว่า พินัยกรรมนั้นจะทำเป็นเอกสารเขียนเองทั้งฉบับก็ได้ กล่าวคือผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนด้วยมือตนเองซึ่งข้อความทั้งหมด วัน เดือน ปี และลายมือชื่อของตน
ให้อ่านคำว่าทั้งหมดอีกครั้ง
ข้อความทั้งหมด แปลว่าพิมพ์ไม่ได้แม้แต่บรรทัดเดียว
วัน เดือน ปี แปลว่าต้องมีครบทั้งสามอย่าง ไม่ใช่เขียนแค่ปี
ลายมือชื่อของตน แปลว่าต้องเซ็น
และมาตรานี้ปิดท้ายด้วยประโยคที่คนพลาดกันมากที่สุด คือ บทบัญญัติมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายนี้ มิให้ใช้บังคับแก่พินัยกรรมที่ทำขึ้นตามมาตรานี้
มาตรา 9 คือมาตราที่เปิดทางให้ใช้ลายพิมพ์นิ้วมือหรือเครื่องหมายอื่นแทนลายมือชื่อได้ เมื่อมีพยานรับรอง
เมื่อมาตรา 1657 บอกว่าไม่ให้ใช้มาตรา 9 ก็แปลว่าพินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับใช้ลายพิมพ์นิ้วมือแทนลายมือชื่อไม่ได้
ข้อนี้กระทบผู้สูงอายุที่เขียนหนังสือไม่ไหวโดยตรง และเป็นเหตุผลที่คนกลุ่มนี้ควรใช้แบบอื่นแทน
อีกข้อในมาตราเดียวกันคือเรื่องการแก้ไข การขูดลบ ตก เติม หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นย่อมไม่สมบูรณ์ เว้นแต่ผู้ทำพินัยกรรมจะได้ทำด้วยมือตนเองและลงลายมือชื่อกำกับไว้
แปลว่าขีดฆ่าชื่อลูกคนหนึ่งออกแล้วเขียนชื่ออีกคนทับ โดยไม่เซ็นกำกับ คือการแก้ไขที่ไม่สมบูรณ์
แบบธรรมดา พิมพ์ได้ แต่พยานต้องอยู่พร้อมกัน
มาตรา 1656 กำหนดว่าผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน และพยานสองคนนั้นต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น
คำสำคัญมีสองคำ คือพร้อมกัน และในขณะนั้น
พร้อมกัน แปลว่าพยานทั้งสองต้องอยู่ในเวลาเดียวกัน ไม่ใช่คนหนึ่งมาตอนเช้าอีกคนมาตอนบ่าย
ในขณะนั้น แปลว่าพยานเซ็นตอนนั้นเลย ไม่ใช่ถือกลับบ้านไปเซ็นแล้วเอามาคืนวันรุ่งขึ้น
เรื่องนี้พลาดกันบ่อยมากในครอบครัวที่ทุกคนงานยุ่ง เพราะการนัดคนสองคนให้มาพร้อมกันดูเป็นเรื่องเล็ก จนกระทั่งมันกลายเป็นเหตุให้พินัยกรรมเป็นโมฆะ
และต้องลงวัน เดือน ปีที่ทำพินัยกรรมด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่พิธีกรรม
เพราะถ้ามีพินัยกรรมสองฉบับ วันที่คือสิ่งที่บอกว่าฉบับไหนใหม่กว่า
พยานที่เป็นพยานไม่ได้ และคนที่รับทรัพย์ไม่ได้
นี่คือกับดักที่ทำให้พินัยกรรมที่ทำถูกทุกอย่างพังในข้อเดียว
มาตรา 1653 บัญญัติว่า ผู้เขียนหรือพยานในพินัยกรรมจะเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้นไม่ได้ และให้ใช้บังคับแก่คู่สมรสของผู้เขียนหรือพยานด้วย
อ่านให้ช้าตรงคำว่าคู่สมรส
ลูกชายเป็นพยาน แล้วในพินัยกรรมยกบ้านให้ลูกสะใภ้ ข้อกำหนดนั้นมีปัญหา
ลูกสาวเขียนพินัยกรรมให้แม่ตามคำบอก แล้วในพินัยกรรมมีชื่อลูกสาวเป็นผู้รับ ข้อกำหนดนั้นมีปัญหา
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ให้พยานทั้งสองคนเป็นคนที่ไม่ได้อะไรจากพินัยกรรมเลย และคู่สมรสของเขาก็ไม่ได้อะไรด้วย
เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน หรือคนรู้จักที่ไม่ใช่ญาติ ทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่าลูกหลาน
ส่วนบุคคลที่กฎหมายห้ามเป็นพยานตามมาตรา 1670 ได้แก่ผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ และบุคคลที่หูหนวก เป็นใบ้ หรือจักษุบอดทั้งสองข้าง
สิบข้อพลาดที่พบบ่อยที่สุด
เรียงตามที่เจอจริง ไม่ใช่ตามความร้ายแรง
- ไม่ลงวัน เดือน ปี หรือลงแค่ปี ซึ่งเป็นข้อพลาดอันดับหนึ่ง
- พิมพ์เอกสารแล้วเซ็นชื่อโดยไม่มีพยาน โดยเข้าใจว่านับเป็นพินัยกรรมเขียนเอง
- ใช้ลายพิมพ์นิ้วมือในพินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ ซึ่งมาตรา 1657 ปิดทางไว้ชัดเจน
- พยานสองคนไม่ได้อยู่พร้อมกัน หรือเซ็นคนละวัน
- ให้ผู้รับทรัพย์เป็นพยาน หรือให้คู่สมรสของผู้รับทรัพย์เป็นพยาน
- คนที่ลงมือเขียนให้เป็นผู้รับทรัพย์เสียเอง
- แก้ไขด้วยปากกาแล้วไม่เซ็นกำกับ ซึ่งทำให้ส่วนที่แก้ไม่สมบูรณ์
- ระบุทรัพย์ไม่ชัด เช่น เขียนว่าบ้านที่อยู่ปัจจุบัน ทั้งที่ย้ายมาแล้วสองครั้ง
- ยกทรัพย์ที่ขายไปแล้ว เพราะไม่ได้แก้พินัยกรรมหลังขาย
- ไม่บอกใครว่าเก็บไว้ที่ไหน ซึ่งพินัยกรรมที่หาไม่เจอกับไม่มีพินัยกรรม ให้ผลเหมือนกัน
สังเกตว่าห้าข้อแรกทำให้เป็นโมฆะ ส่วนห้าข้อหลังไม่ได้ทำให้โมฆะ แต่ทำให้ทะเลาะกัน
เนื้อหาที่ทำให้ทะเลาะ แม้พินัยกรรมจะสมบูรณ์
พินัยกรรมที่ถูกต้องตามแบบทุกอย่าง ยังทำให้ครอบครัวแตกได้ ถ้าเขียนไม่รอบคอบ
ระบุทรัพย์ด้วยคำที่เปลี่ยนความหมายตามเวลา เช่น รถคันที่ใช้อยู่ หรือเงินในบัญชีธนาคาร ซึ่งอาจเปลี่ยนไปหมดแล้วในวันที่เปิดพินัยกรรม
วิธีที่ดีกว่าคือระบุด้วยเลขที่โฉนดและเลขที่แปลง ระบุเลขทะเบียนรถ และระบุชื่อธนาคารกับเลขบัญชี
ไม่ตั้งผู้จัดการมรดกไว้ ทำให้ทายาทต้องไปร้องขอต่อศาลกันเอง ซึ่งเป็นจุดที่ความขัดแย้งเริ่มบ่อยที่สุด
ไม่คิดถึงทรัพย์ที่ติดจำนอง เพราะบ้านที่ยกให้ยังมีหนี้ค้างอยู่กับธนาคาร คนที่ได้บ้านจึงได้หนี้มาด้วย และควรเขียนให้ชัดว่าใครรับผิดชอบ
ไม่พูดถึงทรัพย์ที่เหลือ ทรัพย์ที่ไม่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรมจะตกไปตามลำดับทายาทโดยธรรม ซึ่งอาจไม่ใช่สิ่งที่ตั้งใจ
ประโยคเดียวที่ครอบคลุมว่าทรัพย์สินอื่นทั้งหมดที่ไม่ได้ระบุไว้ ให้ตกแก่ใคร ป้องกันปัญหานี้ได้ทั้งหมด
ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า สำหรับคนที่ไม่อยากเสี่ยงเรื่องแบบ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่าเงื่อนไขเยอะเกินไป นั่นคือความรู้สึกที่ถูกต้อง
พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง ทำที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต โดยเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการตามแบบที่กฎหมายกำหนด
ข้อดีคือความเสี่ยงเรื่องแบบลดลงมาก เพราะเจ้าหน้าที่ทำเรื่องนี้เป็นงานประจำ และมีต้นฉบับเก็บไว้ที่ราชการ
ข้อดีอีกอย่างที่คนไม่ค่อยพูดถึง คือมันโต้แย้งยากกว่า เพราะมีเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้ทำและมีบันทึกของทางราชการรองรับ
ให้ทนายร่างและเก็บต้นฉบับ สำหรับกองมรดกที่ซับซ้อน มีธุรกิจ มีที่ดินหลายแปลง หรือมีครอบครัวที่มีประวัติขัดแย้ง
ค่าใช้จ่ายในการร่างพินัยกรรมให้ถูกต้อง ต่ำกว่าค่าดำเนินคดีแย่งมรดกอย่างเทียบกันไม่ได้
เก็บไว้ที่ไหน และบอกใคร
พินัยกรรมที่สมบูรณ์แต่ไม่มีใครหาเจอ มีค่าเท่ากับไม่มี
อย่าเก็บในตู้เซฟที่ไม่มีใครรู้รหัส เพราะกว่าจะเปิดได้ก็อาจตั้งผู้จัดการมรดกไปแล้ว
อย่าเก็บในตู้นิรภัยของธนาคารโดยไม่บอกใคร ด้วยเหตุผลเดียวกัน
บอกอย่างน้อยสองคนว่าเก็บไว้ที่ไหน โดยคนหนึ่งควรเป็นคนที่ไม่ได้อะไรจากพินัยกรรม เพื่อลดแรงจูงใจในการทำหาย
ทำสำเนาไว้ และเขียนบนสำเนาว่าต้นฉบับอยู่ที่ไหน โดยเข้าใจว่าสำเนาไม่ใช่พินัยกรรม แต่เป็นแผนที่ไปหาต้นฉบับ
ถ้าทำฉบับใหม่ ให้ทำลายฉบับเก่าให้หมดทุกชุด เพราะพินัยกรรมเก่าที่ยังอยู่คือเชื้อของข้อพิพาท
และควรทบทวนพินัยกรรมทุกครั้งที่ชีวิตเปลี่ยน คือแต่งงาน หย่า มีลูก ซื้อบ้าน ขายบ้าน หรือมีทายาทคนหนึ่งเสียชีวิตก่อน
ถ้ากำลังคิดเรื่องนี้อยู่ ควรอ่านคู่กับแบ่งบ้านให้ลูกตอนยังอยู่ ดีกว่ารอเป็นมรดกจริงไหม เพราะสองเรื่องนี้ตัดสินใจแยกกันไม่ได้
คำถามที่พบบ่อย
พินัยกรรมพิมพ์เอาได้ไหม
ได้ ถ้าทำตามแบบธรรมดาตามมาตรา 1656 ซึ่งต้องลงวัน เดือน ปี และผู้ทำต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน โดยพยานลงลายมือชื่อรับรองในขณะนั้น แต่ถ้าจะใช้แบบเขียนเองทั้งฉบับตามมาตรา 1657 พิมพ์ไม่ได้เลย
ไม่ลงวันที่ ใช้ได้ไหม
ไม่ได้ ทั้งสองแบบต้องมีวัน เดือน ปี และวันที่ยังเป็นตัวชี้ว่าฉบับไหนใหม่กว่าเมื่อมีหลายฉบับ
ใช้ลายพิมพ์นิ้วมือแทนเซ็นชื่อได้ไหม
ในพินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับใช้ไม่ได้ เพราะมาตรา 1657 ระบุว่ามาตรา 9 ซึ่งเปิดทางเรื่องลายพิมพ์นิ้วมือ ไม่ให้ใช้บังคับกับพินัยกรรมแบบนี้ ผู้สูงอายุที่เขียนไม่ไหวจึงควรใช้แบบอื่นแทน
ลูกเป็นพยานในพินัยกรรมของพ่อแม่ได้ไหม
เป็นพยานได้ แต่ถ้าเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้นด้วย ข้อกำหนดส่วนนั้นจะมีปัญหาตามมาตรา 1653 ซึ่งครอบคลุมถึงคู่สมรสของพยานด้วย จึงควรใช้พยานที่ไม่ได้อะไรจากพินัยกรรมเลย
ขีดฆ่าแล้วเขียนใหม่ทับได้ไหม
ในพินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ การขูดลบ ตก เติมหรือแก้ไข ย่อมไม่สมบูรณ์ เว้นแต่ผู้ทำพินัยกรรมจะทำด้วยมือตนเองและลงลายมือชื่อกำกับไว้ ทางที่ปลอดภัยกว่าคือเขียนฉบับใหม่ทั้งฉบับแล้วทำลายฉบับเก่า
ทำพินัยกรรมสองฉบับ ฉบับไหนใช้
โดยหลักฉบับที่ทำทีหลังจะมีผลเหนือกว่าในส่วนที่ขัดกัน ซึ่งเป็นเหตุผลที่วันที่สำคัญ และเป็นเหตุผลที่ควรทำลายฉบับเก่าทุกชุดเมื่อทำฉบับใหม่
ทรัพย์ที่ไม่ได้เขียนไว้ในพินัยกรรมจะเป็นของใคร
ตกไปตามลำดับทายาทโดยธรรม ซึ่งอาจไม่ตรงกับที่ตั้งใจ วิธีป้องกันคือเขียนประโยคเดียวครอบคลุมว่าทรัพย์สินอื่นทั้งหมดที่ไม่ได้ระบุไว้ให้ตกแก่ใคร
สรุป
- มาตรา 1705 กำหนดว่าพินัยกรรมที่ผิดแบบเป็นโมฆะ ซึ่งแก้ทีหลังไม่ได้
- แบบเขียนเองทั้งฉบับต้องเขียนด้วยมือตนเองทั้งข้อความ วัน เดือน ปี และลายมือชื่อ
- แบบเขียนเองทั้งฉบับใช้ลายพิมพ์นิ้วมือแทนลายมือชื่อไม่ได้
- แบบธรรมดาพิมพ์ได้ แต่พยานสองคนต้องอยู่พร้อมกันและเซ็นในขณะนั้น
- ผู้เขียนและพยานเป็นผู้รับทรัพย์ไม่ได้ และห้ามรวมถึงคู่สมรสของเขาด้วย
- การแก้ไขในพินัยกรรมเขียนเองต้องทำด้วยมือตนเองและเซ็นกำกับ
- ระบุทรัพย์ด้วยเลขโฉนดและเลขบัญชี ไม่ใช่คำอย่างบ้านที่อยู่ปัจจุบัน
- ตั้งผู้จัดการมรดกไว้ในพินัยกรรม เพื่อไม่ให้ทายาทต้องไปแย่งกันร้องต่อศาล
- พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองลดความเสี่ยงเรื่องแบบได้มากที่สุด
- เก็บให้หาเจอ และบอกอย่างน้อยสองคน โดยคนหนึ่งไม่ควรได้อะไรจากพินัยกรรม