ช่างถอดเต้ารับออกมาแล้วพลิกดูด้านหลัง มีสายอยู่สองเส้น และช่องที่สามว่างเปล่า
เจ้าของบ้านยืนดูอยู่ข้าง ๆ แล้วพูดว่า แต่ปลั๊กบ้านผมเป็นแบบสามขานะครับ
ช่างพยักหน้า แล้วบอกว่าใช่ครับ รูมีสามรู แต่สายมีสองเส้น
นี่คือสภาพของบ้านจำนวนมากในประเทศไทย และเป็นสภาพที่อันตรายกว่าการไม่มีสายดินเลยเสียอีก
เพราะบ้านที่ไม่มีเต้ารับสามขา ทุกคนรู้ว่าไม่มีสายดิน ส่วนบ้านที่มีเต้ารับสามขาแต่สายไม่ได้เดินไปไหน ทุกคนเข้าใจว่ามี
บทความนี้จะอธิบายว่าสายดินทำหน้าที่อะไรจริง ๆ ระบบที่ถูกต้องประกอบด้วยอะไร วิธีตรวจว่าบ้านคุณมีจริงหรือไม่ และสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดซึ่งคนทำกันเยอะมาก
สายดินทำหน้าที่อะไร
คนส่วนใหญ่คิดว่าสายดินคือสิ่งที่ทำให้ไฟไม่ดูด
ใกล้เคียงแต่ไม่ตรงเสียทีเดียว และความต่างตรงนี้อธิบายทุกอย่างที่เหลือ
ลองนึกถึงเครื่องซักผ้าที่ฉนวนภายในเสื่อม จนสายไฟเส้นที่มีไฟไปแตะกับโครงโลหะของเครื่อง
ถ้าไม่มีสายดิน โครงเครื่องนั้นจะมีไฟค้างอยู่เงียบ ๆ รอให้มีคนมาแตะ และคนที่แตะจะกลายเป็นทางที่ไฟใช้เดินลงดิน
ถ้ามีสายดิน ไฟจะไหลลงดินผ่านสายดินทันที ซึ่งเป็นทางที่ง่ายกว่าตัวคนมาก และกระแสที่ไหลลงนั้นจะทำให้อุปกรณ์ป้องกันทำงานและตัดวงจร
เพราะฉะนั้นหน้าที่จริงของสายดินคือ เปิดทางให้ไฟรั่วไหลกลับได้ เพื่อให้อุปกรณ์ป้องกันรู้ตัวและตัดวงจร
มันไม่ได้ทำให้ไฟหายไป มันทำให้ระบบตรวจจับได้
นี่คือเหตุผลที่สายดินกับอุปกรณ์ตัดไฟรั่วต้องทำงานคู่กัน มีอย่างเดียวไม่พอ
ระบบสายดินที่ถูกต้องมีอะไรบ้าง
คนมักคิดว่าสายดินคือสายเส้นเดียว ในความเป็นจริงมันคือระบบที่มีหลายชิ้นส่วนต่อกันเป็นทาง
หนึ่ง หลักดิน คือแท่งโลหะที่ตอกลงไปในดิน เพื่อให้เป็นจุดที่ไฟไหลลงสู่พื้นโลกได้จริง
สอง สายต่อหลักดิน คือสายที่ต่อจากหลักดินขึ้นมายังตู้ไฟหลัก
สาม ขั้วต่อสายดินหลักในตู้ ซึ่งเป็นจุดรวมที่สายดินทุกวงจรมาต่อ
สี่ สายดินของแต่ละวงจร ที่เดินคู่ไปกับสายไฟจนถึงเต้ารับและอุปกรณ์แต่ละตัว
ห้า จุดที่สายดินไปถึงจริง คือขาที่สามของเต้ารับ และโครงโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้า
ถ้าขาดชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ทางนั้นก็ขาด และระบบก็ไม่ทำงาน
บ้านที่มีเต้ารับสามขาแต่ไม่มีชิ้นที่หนึ่งถึงสาม คือบ้านที่มีปลายทางแต่ไม่มีทาง
สามอย่างที่ห้ามทำเด็ดขาด
หนึ่ง ห้ามต่อขาสายดินเข้ากับสายนิวทรัลที่เต้ารับ
วิธีนี้มีคนทำเยอะมากเพราะมันทำให้ไขควงลองไฟและเครื่องทดสอบเต้ารับราคาถูกแสดงผลว่าปกติ
แต่มันอันตรายมาก เพราะถ้าสายนิวทรัลขาดหรือหลวมที่ใดที่หนึ่งก่อนถึงจุดนั้น โครงโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกตัวในวงจรนั้นจะมีไฟขึ้นมาทันที
มันเปลี่ยนสิ่งที่ควรจะปลอดภัยที่สุดให้กลายเป็นสิ่งที่มีไฟ
สอง ห้ามใช้ท่อน้ำหรือโครงเหล็กของอาคารแทนหลักดิน
สมัยก่อนเคยทำกันเพราะท่อน้ำเป็นโลหะและฝังอยู่ในดิน
ปัญหาคือทุกวันนี้ท่อน้ำส่วนใหญ่เป็นพีวีซี และวันที่ช่างประปามาเปลี่ยนท่อหนึ่งท่อน สายดินของทั้งบ้านก็หายไปโดยไม่มีใครรู้
สาม ห้ามคิดว่ามีอุปกรณ์ตัดไฟรั่วแล้วไม่ต้องมีสายดิน
อุปกรณ์ตัดไฟรั่วช่วยได้จริงและช่วยได้มาก แต่มันทำงานได้ดีที่สุดเมื่อมีสายดินให้กระแสรั่วไหลกลับ
ถ้าไม่มีสายดิน สิ่งที่ทำให้มันตัดอาจต้องเป็นตัวคนที่แตะเข้าไป ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด
วิธีตรวจว่าบ้านคุณมีสายดินจริงหรือไม่
ขั้นที่หนึ่ง หาหลักดิน
เดินรอบบ้านมองหาแท่งโลหะที่ตอกลงดินใกล้ตู้ไฟ หรือบ่อตรวจสอบเล็ก ๆ ที่ฝังอยู่ในพื้น โดยมีสายทองแดงต่อจากมันขึ้นไป
ถ้าหาไม่เจอเลย นั่นคือคำตอบที่ค่อนข้างชัดแล้ว
ขั้นที่สอง เปิดฝาตู้ไฟดู
มองหาบัสบาร์ที่มีสายเปลือยหรือสายสีเขียวแถบเหลืองมารวมกัน และดูว่ามีสายเส้นใหญ่วิ่งออกจากตู้ลงไปข้างล่างหรือไม่
ถ้าในตู้มีแต่สายไฟกับนิวทรัล ไม่มีชุดสายดินเลย นั่นคืออีกคำตอบหนึ่ง
ขั้นที่สาม ถอดเต้ารับหนึ่งจุดออกมาดู โดยปิดเบรกเกอร์ก่อนเสมอ
พลิกดูด้านหลังว่ามีสายกี่เส้น สองหรือสาม และช่องขั้วที่สามมีสายต่ออยู่หรือว่าง
ถ้าไม่มั่นใจ อย่าทำเอง ให้ช่างเปิดให้ดูพร้อมกัน
ขั้นที่สี่ ให้ช่างวัดจริง
การมองเห็นสายไม่เท่ากับการมีระบบที่ทำงาน ช่างไฟที่มีเครื่องมือจะวัดความต่อเนื่องของสายดินและวัดค่าความต้านทานของหลักดินได้
นี่คือขั้นตอนเดียวที่ให้คำตอบแน่นอน และเป็นสิ่งที่ควรทำหนึ่งครั้งกับบ้านทุกหลัง
บ้านเก่าที่ไม่มีสายดิน ทำอย่างไร
คำถามที่ตามมาเสมอคือ ต้องรื้อผนังทั้งบ้านไหม
คำตอบคือไม่จำเป็นต้องทำทั้งหมดพร้อมกัน และมีลำดับความสำคัญที่ชัดเจน
อันดับหนึ่ง วงจรที่มีน้ำเกี่ยวข้อง ทั้งเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องซักผ้า ปั๊มน้ำ และเต้ารับในห้องน้ำกับห้องครัว
สามจุดนี้คือที่ที่คนเปียกและยืนบนพื้นเปียก ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ไฟดูดรุนแรงที่สุด
อันดับสอง วงจรที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าโครงโลหะ เช่นตู้เย็น เตาอบ และเครื่องมือช่าง
อันดับสาม ที่เหลือทั้งหมด ซึ่งทำได้ตอนที่มีการรีโนเวทหรือทาสีใหม่อยู่แล้ว
สิ่งที่ต้องมีตั้งแต่วันแรกคือหลักดินและสายดินหลักเข้าตู้ เพราะถ้าไม่มีชิ้นนี้ การเดินสายดินไปที่วงจรใดก็ไม่มีความหมาย
และควรติดตั้งอุปกรณ์ตัดไฟรั่วไปพร้อมกัน เพราะสองอย่างนี้ทำงานคู่กัน
เรื่องที่มักเกิดตอนต่อเติมบ้าน
บ้านที่ต่อเติมครัวหรือห้องน้ำเพิ่ม มักเดินไฟเพิ่มโดยดึงมาจากวงจรเดิมที่อยู่ใกล้ที่สุด
ปัญหาคือถ้าวงจรเดิมนั้นไม่มีสายดิน ส่วนที่ต่อเติมใหม่ก็ไม่มีไปด้วย ทั้งที่เป็นส่วนที่มีน้ำและควรมีสายดินมากที่สุด
เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ต่อเติม ให้ถามช่างเป็นคำถามแยกว่าส่วนใหม่มีสายดินหรือไม่ และต่อไปถึงหลักดินจริงหรือเปล่า
อย่าถามรวมว่าเดินไฟให้เรียบร้อยนะ เพราะคำว่าเรียบร้อยของแต่ละคนไม่เท่ากัน
เรื่องการจัดวงจรทั้งบ้านอยู่ที่ ตู้คอนซูมเมอร์ยูนิต ควรมีกี่วงจร และเรื่องขนาดสายอยู่ที่ สายไฟในบ้าน เลือกขนาดผิดแล้วอันตรายตรงไหน
สัญญาณที่บอกว่าระบบมีปัญหา
- รู้สึกซ่าเบา ๆ เมื่อแตะเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะตอนตัวเปียกหรือเท้าเปล่า ซึ่งเป็นอาการที่ไม่ควรชินและไม่ควรปล่อยผ่าน
- รู้สึกซ่าเมื่อแตะก๊อกน้ำหรือฝักบัว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ร้ายแรงกว่า เพราะแปลว่ามีไฟรั่วไปถึงส่วนที่ควรจะเป็นกลางที่สุดในบ้าน
- อุปกรณ์ตัดไฟรั่วตัดเป็นระยะโดยหาสาเหตุไม่เจอ
- เครื่องใช้ไฟฟ้ามีเสียงหึ่งเบา ๆ เมื่อแตะโครง
ข้อแรกและข้อที่สองไม่ใช่เรื่องที่รอได้ ให้ปิดเบรกเกอร์ของวงจรนั้นแล้วเรียกช่าง
คำถามที่ควรถามช่าง
- หลักดินอยู่ตรงไหน คำตอบต้องเป็นตำแหน่งจริงที่พาไปดูได้
- วัดค่าความต้านทานของหลักดินแล้วหรือยัง และได้เท่าไร
- วงจรไหนบ้างที่มีสายดินเดินถึงจริง และวงจรไหนที่ยังไม่มี
- มีอุปกรณ์ตัดไฟรั่วหรือไม่ ครอบคลุมวงจรไหน และค่ากระแสรั่วเท่าไร
- มีจุดไหนที่ต่อสายดินเข้ากับนิวทรัลหรือไม่ ซึ่งต้องได้คำตอบว่าไม่มี
ช่างที่ตอบข้อแรกไม่ได้ แปลว่ายังไม่ได้ดูหรือยังไม่มี ซึ่งทั้งสองอย่างต้องแก้ก่อนคุยเรื่องอื่น
คำถามที่พบบ่อย
สายดินทำหน้าที่อะไร
เปิดทางให้กระแสไฟรั่วไหลกลับลงดิน เพื่อให้อุปกรณ์ป้องกันตรวจจับได้และตัดวงจร ไม่ได้ทำให้ไฟหายไปเอง
ปลั๊กสามขาแปลว่ามีสายดินแล้วไหม
ไม่ใช่ บ้านจำนวนมากมีเต้ารับสามรูแต่มีสายเดินอยู่แค่สองเส้น ซึ่งอันตรายกว่าไม่มีเลย เพราะทุกคนเข้าใจว่ามี
ต่อสายดินเข้ากับนิวทรัลได้ไหม
ห้ามเด็ดขาด เพราะถ้านิวทรัลขาดหรือหลวมก่อนถึงจุดนั้น โครงโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกตัวในวงจรจะมีไฟขึ้นมาทันที
ใช้ท่อน้ำแทนหลักดินได้ไหม
ไม่ได้ เพราะท่อน้ำสมัยนี้ส่วนใหญ่เป็นพีวีซี และวันที่ช่างประปาเปลี่ยนท่อหนึ่งท่อน สายดินทั้งบ้านก็หายไปโดยไม่มีใครรู้
มีอุปกรณ์ตัดไฟรั่วแล้วยังต้องมีสายดินไหม
ต้องมี เพราะสองอย่างทำงานคู่กัน ถ้าไม่มีสายดิน สิ่งที่ทำให้อุปกรณ์ตัดอาจต้องเป็นตัวคนที่แตะเข้าไป
บ้านเก่าที่ไม่มีสายดิน ต้องรื้อทั้งบ้านไหม
ไม่จำเป็น ให้เริ่มจากหลักดินและสายดินหลักเข้าตู้ก่อน แล้วไล่ทำวงจรที่มีน้ำเกี่ยวข้องเป็นอันดับแรก ส่วนที่เหลือทำตอนรีโนเวทได้
รู้สึกซ่าเวลาแตะก๊อกน้ำ อันตรายแค่ไหน
อันตรายมากและไม่ควรรอ เพราะแปลว่ามีไฟรั่วไปถึงส่วนที่ควรจะเป็นกลางที่สุดในบ้าน ให้ปิดเบรกเกอร์แล้วเรียกช่าง
ตรวจเองได้แค่ไหน
ตรวจได้ถึงขั้นหาหลักดิน เปิดฝาตู้ดูชุดสายดิน และดูหลังเต้ารับโดยปิดเบรกเกอร์ก่อน แต่การยืนยันว่าระบบทำงานจริงต้องให้ช่างวัดความต่อเนื่องและค่าความต้านทาน
สรุป
- สายดินเปิดทางให้ไฟรั่วไหลกลับ เพื่อให้อุปกรณ์ป้องกันตัดวงจร
- เต้ารับสามรูไม่ได้แปลว่ามีสายดิน และบ้านแบบนั้นอันตรายกว่าบ้านที่ไม่มีเลย
- ระบบที่ถูกต้องมีห้าชิ้น ตั้งแต่หลักดินจนถึงขาที่สามของเต้ารับ
- ห้ามต่อสายดินเข้ากับนิวทรัล และห้ามใช้ท่อน้ำแทนหลักดิน
- อุปกรณ์ตัดไฟรั่วกับสายดินทำงานคู่กัน มีอย่างเดียวไม่พอ
- บ้านเก่าเริ่มจากหลักดินก่อน แล้วไล่ทำวงจรที่มีน้ำเป็นอันดับแรก
- ทุกครั้งที่ต่อเติม ให้ถามแยกว่าส่วนใหม่มีสายดินถึงจริงหรือไม่
- รู้สึกซ่าเมื่อแตะก๊อกน้ำ คือเรื่องที่ต้องปิดเบรกเกอร์ทันที