เต้ารับที่ละลายอยู่หลังตู้เย็น กับเบรกเกอร์ที่ไม่เคยตัดสักครั้ง

เจ้าของบ้านคนหนึ่งย้ายตู้เย็นออกมาเช็ดพื้นหลังบ้าน แล้วเห็นรอยดำบนผนังกับเต้ารับที่พลาสติกด้านหนึ่งละลายจนเสียรูป

สิ่งที่เขาแปลกใจที่สุดไม่ใช่รอยไหม้ แต่เป็นความจริงที่ว่าเบรกเกอร์ไม่เคยตัดเลยสักครั้งในสามปีที่ผ่านมา

คำถามคือ ถ้ามันร้อนขนาดทำให้พลาสติกละลาย ทำไมเบรกเกอร์ถึงไม่ทำงาน

คำตอบอยู่ในประโยคเดียวที่ควรจำไปตลอดชีวิต

เบรกเกอร์ไม่ได้ปกป้องเครื่องใช้ไฟฟ้า และไม่ได้ปกป้องคุณ มันปกป้องสายไฟ

ถ้าสายเล็กเกินไปสำหรับเบรกเกอร์ที่ใส่ไว้ สายจะร้อนจนพังก่อนที่เบรกเกอร์จะรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ

บทความนี้จะอธิบายว่าขนาดสายไฟถูกกำหนดจากอะไร ทำไมตารางเดียวใช้กับทุกบ้านไม่ได้ และสิ่งที่เจ้าของบ้านตรวจเองได้โดยไม่ต้องเป็นช่างไฟ

เบรกเกอร์ทำงานอย่างไร และทำไมมันถึงไม่ช่วยในเคสนี้

เบรกเกอร์ตัดวงจรเมื่อกระแสเกินค่าที่มันถูกออกแบบมา แต่มันไม่ได้ตัดทันทีที่เกิน

มันมีลักษณะการทำงานสองแบบซ้อนกัน

แบบแม่เหล็ก ตัดเร็วมากเมื่อกระแสสูงมากอย่างกรณีลัดวงจร

แบบความร้อน ตัดช้าลงตามระดับที่เกิน กระแสที่เกินเล็กน้อยอาจใช้เวลาเป็นนาทีหรือนานกว่านั้น

ทีนี้ลองนึกถึงจุดต่อที่หลวม

จุดต่อหลวมมีความต้านทานสูงขึ้น จึงร้อนขึ้นมากตรงจุดนั้น แต่กระแสในวงจรอาจยังไม่เกินพิกัดของเบรกเกอร์เลยแม้แต่นิดเดียว

เบรกเกอร์จึงไม่มีเหตุให้ตัด ในขณะที่พลาสติกตรงจุดต่อกำลังละลาย

นี่คือเหตุผลว่าทำไมไฟไหม้จากระบบไฟฟ้าจำนวนมากเกิดขึ้นในบ้านที่เบรกเกอร์ไม่เคยตัดเลย

สายไฟสามขนาดตัดวางเรียงกันบนโต๊ะไม้ เห็นเส้นทองแดงที่ปลายตัด

ขนาดสายไฟถูกกำหนดจากอะไร

คนส่วนใหญ่คิดว่าสายไฟมีตารางเดียวคือขนาดเท่านี้รับได้กี่แอมป์

ในความเป็นจริงตัวเลขนั้นเปลี่ยนไปตามหลายเงื่อนไข และนี่คือเหตุผลที่ตารางที่คนแชร์กันในอินเทอร์เน็ตอันตรายกว่าที่คิด

หนึ่ง วิธีติดตั้ง สายเส้นเดียวกันรับกระแสได้ไม่เท่ากันเมื่อเดินลอยในอากาศ เดินในท่อร้อยสาย หรือฝังดิน เพราะความสามารถในการระบายความร้อนต่างกัน

สอง จำนวนสายที่อยู่รวมกัน สายหลายเส้นในท่อเดียวกันต่างอุ่นซึ่งกันและกัน จึงต้องลดพิกัดลง

สาม อุณหภูมิแวดล้อม สายที่เดินใต้หลังคาซึ่งร้อนจัดตอนบ่าย ไม่เหมือนสายที่เดินในห้องปรับอากาศ

สี่ ระยะทาง ยิ่งไกลยิ่งเกิดแรงดันตก ซึ่งบางครั้งบังคับให้ต้องใช้สายใหญ่กว่าที่การรับกระแสอย่างเดียวต้องการ

ห้า ชนิดฉนวนและพิกัดอุณหภูมิของสาย ซึ่งกำหนดว่าสายทนความร้อนได้แค่ไหน

เพราะฉะนั้นคำตอบว่าบ้านคุณควรใช้สายขนาดเท่าไร ต้องมาจากมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศไทย และจากช่างไฟที่คำนวณตามสภาพหน้างานจริง

ผมจะไม่ยกตัวเลขมาให้เอาไปใช้ เพราะตัวเลขที่ถูกต้องในบ้านหนึ่งอาจอันตรายในอีกบ้านหนึ่ง

สิ่งที่เจ้าของบ้านตรวจเองได้

คุณไม่ต้องคำนวณเอง แต่คุณตรวจสิ่งเหล่านี้ได้และควรตรวจ

เบรกเกอร์ตัวไหนคุมอะไร ถ้าไม่มีใครในบ้านตอบได้ นั่นคือปัญหาแรกที่ควรแก้ ลองปิดทีละตัวแล้วจดว่าอะไรดับ ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงและมีประโยชน์ไปตลอด

วงจรที่มีเครื่องกินไฟสูง มีวงจรของตัวเองหรือไม่ ทั้งแอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น เตาไฟฟ้า และเครื่องซักผ้าแบบมีฮีตเตอร์ ล้วนควรมีวงจรแยก ไม่ใช่ต่อพ่วงกับปลั๊กทั่วไป

มีใครเปลี่ยนเบรกเกอร์ให้ใหญ่ขึ้นเพราะมันตัดบ่อยหรือไม่ นี่คือสิ่งที่อันตรายที่สุดในบทความนี้ เพราะเบรกเกอร์ที่ใหญ่เกินสายคือการถอดระบบป้องกันออกทั้งระบบ

เบรกเกอร์ที่ตัดบ่อยกำลังบอกอะไรบางอย่าง การเปลี่ยนให้ใหญ่ขึ้นไม่ได้แก้ปัญหา มันแค่ปิดปากสัญญาณเตือน

เต้ารับหรือปลั๊กที่อุ่นผิดปกติ ลองเอามือแตะเต้ารับที่เสียบเครื่องกินไฟสูงหลังใช้งานสักพัก ควรอุ่นเล็กน้อยหรือไม่อุ่นเลย ถ้าร้อนจนแตะไม่ได้ นั่นคือเรื่องด่วน

รอยเหลือง รอยดำ หรือกลิ่นพลาสติกไหม้ ที่เต้ารับ สวิตช์ หรือในตู้ไฟ ทั้งหมดนี้คือของที่ต้องเรียกช่างในสัปดาห์นี้ ไม่ใช่เดือนหน้า

ตู้ควบคุมไฟฟ้าในบ้านที่เปิดฝาออก เห็นแถวเบรกเกอร์และสายไฟหลากสี

จุดต่อ คือจุดที่พังก่อนเสมอ

ถ้าจะจำจุดเดียวว่าอันตรายอยู่ตรงไหน ให้จำคำว่าจุดต่อ

สายไฟที่ยาวต่อเนื่องแทบไม่เคยเป็นต้นเหตุของปัญหา สิ่งที่พังคือจุดที่สายไปเจอกับอย่างอื่น

  • สกรูที่ขันไม่แน่นในเต้ารับหรือสวิตช์ ซึ่งคลายตัวได้ตามการขยายและหดจากความร้อน
  • การพันสายด้วยเทปพันสายไฟในผนัง โดยไม่มีกล่องต่อสายและไม่มีขั้วต่อที่เหมาะสม
  • สายทองแดงกับสายอลูมิเนียมที่ต่อกันโดยตรง ซึ่งขยายตัวต่างกันและเกิดปัญหาที่จุดต่อ
  • ปลั๊กพ่วงที่เสียบซ้อนกันหลายชั้น ซึ่งเพิ่มจำนวนจุดต่อขึ้นทุกชั้น
  • สายที่ถูกหนีบด้วยตะปูหรือถูกงอหักซ้ำที่เดิม จนฉนวนเสียหาย

ข้อสังเกตคือทุกข้อในรายการนี้เป็นเรื่องฝีมือและการดูแล ไม่ใช่เรื่องขนาดสาย

บ้านที่ใช้สายถูกขนาดแต่ต่อสายไม่ดี อันตรายกว่าบ้านที่ใช้สายใหญ่กว่าจำเป็นแต่ต่อเรียบร้อย

สายที่เดินไว้นานแล้ว ต้องกังวลไหม

ฉนวนสายไฟเสื่อมตามเวลา ความร้อน และแสงแดด

สายที่เดินลอยนอกอาคารและโดนแดดตรงจะเสื่อมเร็วที่สุด สังเกตได้จากฉนวนที่แข็ง กรอบ หรือแตกเป็นเกล็ดเมื่อจับ

สายที่เดินในท่อในผนังจะอยู่ได้นานกว่ามาก เพราะไม่โดนแดดและไม่โดนกระทำทางกล

สิ่งที่ควรตรวจในบ้านเก่า

  • ฉนวนที่เปลี่ยนสีจนคล้ำหรือกรอบ
  • สายที่เดินลอยนอกบ้านโดยไม่มีท่อป้องกัน
  • ตู้ไฟที่ยังใช้ฟิวส์แบบเก่าหรือไม่มีอุปกรณ์ตัดไฟรั่ว
  • วงจรที่มีปลั๊กต่อเพิ่มมาเรื่อย ๆ ตามการต่อเติมบ้าน

บ้านที่ต่อเติมหลายรอบมักมีระบบไฟที่โตขึ้นแบบไม่มีใครวางแผน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ควรให้ช่างไฟตรวจทั้งระบบสักครั้ง

เรื่องการจัดวงจรทั้งบ้าน อยู่ที่ ตู้คอนซูมเมอร์ยูนิต ควรมีกี่วงจร

เต้ารับที่ถูกดึงออกมาจากกล่อง พลาสติกด้านหนึ่งละลายและมีคราบเขม่าบนผนัง

คำถามที่ควรถามช่างไฟ

  • สายที่ใช้เป็นชนิดอะไรและขนาดเท่าไร และเลือกจากอะไร
  • เบรกเกอร์ที่ใส่มีพิกัดเท่าไร และสัมพันธ์กับสายอย่างไร
  • วงจรนี้มีเครื่องอะไรอยู่บ้าง และเผื่อไว้สำหรับอนาคตหรือไม่
  • เดินในท่อชนิดไหน และมีสายกี่เส้นในท่อเดียวกัน
  • มีอุปกรณ์ตัดไฟรั่วหรือไม่ และครอบคลุมวงจรไหนบ้าง
  • สายดินต่อลงดินจริงที่ไหน ซึ่งเป็นคำถามที่ต้องมีคำตอบเป็นตำแหน่งจริง ไม่ใช่คำว่ามีครับ

ช่างที่ตอบคำถามพวกนี้ได้ทันทีคือช่างที่ทำงานตามมาตรฐาน ส่วนช่างที่ตอบว่าใช้แบบที่ใช้กันทั่วไป คือคำตอบที่ไม่พอสำหรับเรื่องที่ทำให้บ้านไหม้ได้

คำถามที่พบบ่อย

เบรกเกอร์ปกป้องอะไร

ปกป้องสายไฟ ไม่ได้ปกป้องเครื่องใช้ไฟฟ้าและไม่ได้ปกป้องคนโดยตรง ถ้าสายเล็กเกินไปสำหรับเบรกเกอร์ที่ใส่ไว้ สายจะร้อนจนพังก่อนที่เบรกเกอร์จะตัด

ทำไมเต้ารับไหม้ทั้งที่เบรกเกอร์ไม่ตัด

เพราะจุดต่อที่หลวมมีความต้านทานสูงและร้อนเฉพาะจุดนั้น ในขณะที่กระแสในวงจรยังไม่เกินพิกัดของเบรกเกอร์ เบรกเกอร์จึงไม่มีเหตุให้ตัด

เบรกเกอร์ตัดบ่อย เปลี่ยนให้ใหญ่ขึ้นได้ไหม

ไม่ได้ เบรกเกอร์ที่ใหญ่เกินสายคือการถอดระบบป้องกันออก การตัดบ่อยเป็นสัญญาณที่ต้องหาสาเหตุ ไม่ใช่สัญญาณที่ต้องปิดปาก

มีตารางบอกไหมว่าสายขนาดไหนใช้กี่แอมป์

มี แต่ค่าจะเปลี่ยนตามวิธีติดตั้ง จำนวนสายในท่อ อุณหภูมิแวดล้อม ระยะทาง และชนิดฉนวน ตารางเดียวจึงใช้กับทุกบ้านไม่ได้ และต้องให้ช่างคำนวณตามหน้างานจริง

เครื่องไหนบ้างที่ควรมีวงจรแยก

แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น เตาไฟฟ้า และเครื่องซักผ้าแบบมีฮีตเตอร์ ล้วนควรมีวงจรของตัวเอง ไม่ควรต่อพ่วงกับปลั๊กทั่วไป

อะไรคือจุดที่พังบ่อยที่สุดในระบบไฟบ้าน

จุดต่อ ทั้งสกรูที่ขันไม่แน่น การพันสายด้วยเทปในผนังโดยไม่มีกล่องต่อสาย และปลั๊กพ่วงที่เสียบซ้อนกันหลายชั้น

เต้ารับอุ่น ๆ ผิดปกติไหม

อุ่นเล็กน้อยพอรับได้ แต่ถ้าร้อนจนแตะไม่ได้ หรือมีรอยเหลืองรอยดำ หรือมีกลิ่นพลาสติกไหม้ ให้ถือเป็นเรื่องด่วน

บ้านเก่าควรตรวจอะไรก่อน

ฉนวนที่กรอบหรือเปลี่ยนสี สายที่เดินลอยนอกบ้านโดยไม่มีท่อ ตู้ไฟที่ไม่มีอุปกรณ์ตัดไฟรั่ว และวงจรที่ถูกต่อเพิ่มมาเรื่อย ๆ จากการต่อเติม

สายทองแดงกับอลูมิเนียมต่อกันได้ไหม

ไม่ควรต่อโดยตรง เพราะขยายตัวต่างกันและทำให้จุดต่อหลวมเมื่อเวลาผ่านไป ต้องใช้ขั้วต่อที่ออกแบบมาสำหรับกรณีนี้เท่านั้น

สรุป

  • เบรกเกอร์ปกป้องสายไฟ ไม่ได้ปกป้องเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • จุดต่อที่หลวมร้อนได้โดยที่กระแสไม่เกินพิกัด เบรกเกอร์จึงไม่ตัด
  • ขนาดสายขึ้นกับวิธีติดตั้ง จำนวนสายในท่อ อุณหภูมิ ระยะทาง และชนิดฉนวน
  • ตารางสำเร็จรูปจากอินเทอร์เน็ตใช้แทนการคำนวณตามหน้างานไม่ได้
  • เปลี่ยนเบรกเกอร์ให้ใหญ่ขึ้นเพราะมันตัดบ่อย คือการถอดระบบป้องกันออก
  • เครื่องกินไฟสูงทุกตัวควรมีวงจรแยกของตัวเอง
  • จุดต่อคือจุดที่พังก่อนเสมอ และเป็นเรื่องฝีมือมากกว่าเรื่องขนาดสาย
  • รอยเหลือง รอยดำ และกลิ่นพลาสติกไหม้ คือเรื่องที่ต้องจัดการสัปดาห์นี้