จำนวนวงจรไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นผลของกฎสองข้อ
คำถามที่ถามกันบ่อยคือบ้านควรมีกี่วงจร ซึ่งเป็นคำถามที่ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะจำนวนวงจรเป็นผลลัพธ์ ไม่ใช่สิ่งที่ตั้งไว้ก่อน
กฎข้อแรกคือแยกสิ่งที่ต้องไม่ดับพร้อมกัน เพราะเมื่อเกิดปัญหาที่จุดหนึ่ง คุณไม่ควรเสียทั้งบ้านไปด้วย
กฎข้อที่สองคืออย่าใส่โหลดบนวงจรเดียวมากเกินกว่าที่ขนาดเบรกเกอร์และสายรับได้ เพราะเบรกเกอร์ที่ตัดบ่อยไม่ใช่เบรกเกอร์เสีย แต่คือเบรกเกอร์ที่กำลังบอกว่าคุณใส่ของมากเกินไป
เมื่อออกแบบตามสองข้อนี้ จำนวนวงจรจะออกมาเอง และมักมากกว่าที่บ้านเก่ามีอยู่หลายเท่า
สิ่งที่ผิดในบ้านเก่าจำนวนมาก
บ้านไทยที่สร้างเมื่อยี่สิบถึงสามสิบปีก่อนจำนวนมากมีเพียงหนึ่งถึงสองวงจรสำหรับทั้งบ้าน ซึ่งตอนนั้นพอเพราะเครื่องใช้ไฟฟ้ามีน้อยกว่านี้มาก
ปัญหาที่ตามมาคือ เมื่อเครื่องทำน้ำอุ่นในห้องน้ำมีปัญหา ไฟดับทั้งบ้าน รวมทั้งไฟส่องสว่างที่คุณต้องใช้เพื่อเดินไปหาตู้ไฟ
และเมื่อคุณต้องเลือกระหว่างอยู่โดยไม่มีไฟทั้งบ้านกับสับเบรกเกอร์กลับขึ้นไปทั้งที่ยังไม่รู้สาเหตุ คนส่วนใหญ่เลือกอย่างหลัง ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ระบบไฟไม่ควรบังคับให้ใครต้องเลือก
เพราะแบบนี้ การแยกวงจรจึงไม่ใช่เรื่องความสะดวก แต่เป็นเรื่องที่ทำให้ระบบป้องกันของบ้านถูกใช้งานตามที่ออกแบบไว้จริง ๆ
วงจรที่บ้านไทยควรมีเป็นอย่างน้อย
- วงจรแสงสว่าง แยกจากวงจรเต้ารับ เพื่อให้ปัญหาที่เต้ารับไม่ทำให้บ้านมืด และในบ้านสองชั้นควรแยกชั้นละวงจรด้วย
- วงจรเต้ารับทั่วไป แยกตามโซนหรือตามชั้น เพราะเต้ารับคือจุดที่มีการเสียบของใหม่ตลอดเวลาและเป็นแหล่งของปัญหาที่พบบ่อยที่สุด
- วงจรแอร์ แยกหนึ่งวงจรต่อหนึ่งเครื่อง เพราะแอร์เป็นโหลดที่ใหญ่ที่สุดในบ้านและมีกระแสกระชากตอนคอมเพรสเซอร์เริ่มทำงาน
- วงจรเครื่องทำน้ำอุ่น แยกและมีเครื่องตัดไฟรั่วของตัวเอง เพราะเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อยู่กับน้ำโดยตรง
- วงจรครัว แยกออกมา เพราะหม้อหุงข้าว ไมโครเวฟ กาต้มน้ำ และตู้เย็นบนวงจรเดียวคือสูตรของเบรกเกอร์ที่ตัดตอนเช้าทุกวัน
- วงจรปั๊มน้ำ แยกออกมา เพื่อให้รู้ได้ว่าปั๊มเป็นตัวปัญหาหรือไม่ และเพื่อให้ปิดปั๊มตอนไปต่างจังหวัดได้โดยไม่ต้องดับอย่างอื่น
- วงจรเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า ถ้ามี ต้องแยกเสมอ เพราะเป็นโหลดที่ทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงและมีข้อกำหนดของตัวเอง รายละเอียดอยู่ที่ ติดตั้งเครื่องชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน
รายการนี้ไม่ได้แปลว่าบ้านทุกหลังต้องมีครบ แต่แปลว่าถ้าบ้านคุณมีน้อยกว่านี้มาก ให้รู้ว่าคุณกำลังแลกความปลอดภัยกับต้นทุนที่ประหยัดไปตอนสร้าง
เว้นช่องว่างไว้ เพราะการเปลี่ยนตู้ทีหลังแพงกว่ามาก
ตู้ไฟที่เต็มพอดีตั้งแต่วันติดตั้งคือตู้ที่จะต้องเปลี่ยนภายในไม่กี่ปี
เหตุผลคือบ้านเพิ่มโหลดตลอดเวลา ทั้งแอร์ตัวที่สาม เครื่องชาร์จรถ ระบบโซลาร์ และวงจรใหม่สำหรับส่วนต่อเติม ซึ่งแต่ละอย่างต้องการช่องในตู้
ส่วนต่างของราคาระหว่างตู้ที่มีช่องพอดีกับตู้ที่มีช่องเผื่อสี่ช่อง เป็นเงินไม่มากในวันติดตั้ง ส่วนการเปลี่ยนตู้ทั้งใบในอีกห้าปีคือการรื้อและต่อสายใหม่ทั้งหมด
ให้ขอตู้ที่มีช่องว่างเหลืออย่างน้อยสองถึงสี่ช่องหลังติดตั้งเสร็จ และให้ช่างจัดสายให้มีความยาวเผื่อพอที่จะย้ายตำแหน่งได้ในอนาคต
และถ้ากำลังสร้างบ้านใหม่ ให้คุยเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนออกแบบ เพราะการเดินท่อร้อยสายเผื่อไว้ตอนผนังยังเปิดอยู่แทบไม่มีต้นทุนเพิ่ม รายละเอียดอยู่ที่ เดินสายบ้านใหม่ก่อนปิดผนัง
เครื่องตัดไฟรั่วตัวเดียวหรือแยกทีละวงจร
นี่คือการตัดสินใจที่มีผลกับพฤติกรรมของคนในบ้านมากกว่าที่คิด
แบบที่ใช้เครื่องตัดไฟรั่วตัวเดียวคุมทั้งบ้าน ราคาถูกกว่าและติดตั้งง่ายกว่า แต่มีข้อเสียใหญ่คือเมื่อมีไฟรั่วที่จุดใดจุดหนึ่ง ทั้งบ้านดับ
ผลที่ตามมาในทางปฏิบัติคือ เมื่อมันตัดบ่อยจากอุปกรณ์ตัวเดียวที่มีปัญหา คนในบ้านจะเริ่มรำคาญ แล้ววันหนึ่งจะมีคนบอกช่างให้ถอดมันออก ซึ่งเป็นจุดจบที่พบบ่อยกว่าที่ควร
แบบที่แยกเป็นตัวต่อวงจร ราคาสูงกว่าแต่ตัดเฉพาะวงจรที่มีปัญหา ทำให้บ้านที่เหลือยังใช้งานได้ และทำให้รู้ทันทีว่าปัญหาอยู่ที่วงจรไหน
ทางสายกลางที่ใช้ได้ดีคือแยกเฉพาะวงจรที่มีความเสี่ยงสูง คือเครื่องทำน้ำอุ่น ครัว เต้ารับนอกบ้าน และปั๊มน้ำ แล้วให้ที่เหลืออยู่ใต้ตัวรวม เรื่องเครื่องตัดไฟรั่วอยู่ที่ เครื่องตัดไฟรั่วในบ้าน
สองอย่างที่คนข้ามแล้วทำให้ทุกอย่างข้างต้นไม่มีความหมาย
ระบบสายดิน เป็นสิ่งที่บ้านเก่าจำนวนมากไม่มีเลย และเป็นสิ่งที่ต้องมีก่อนจะพูดถึงเรื่องอื่น
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ การติดเครื่องตัดไฟรั่วในบ้านที่ไม่มีสายดิน ไม่เท่ากับการมีสายดิน มันเป็นการป้องกันคนละชั้นที่ทำงานเสริมกัน ไม่ใช่ทดแทนกัน
ให้ถามช่างว่ามีหลักดินหรือไม่ ตอกลึกเท่าไหร่ และวัดค่าความต้านทานได้เท่าไหร่ ซึ่งเป็นคำถามที่ช่างที่ทำงานเป็นจะตอบได้ทันที
ป้ายบอกวงจร คือสิ่งที่ถูกที่สุดในบทความนี้และถูกข้ามบ่อยที่สุด
ตู้ไฟที่ไม่มีป้ายคือตู้ที่ในยามฉุกเฉินไม่มีใครรู้ว่าต้องปลดตัวไหน และคนจะปลดเมนทั้งหมดแทน ซึ่งทำให้ปั๊มน้ำและตู้เย็นดับไปด้วยโดยไม่จำเป็น
ให้เขียนป้ายด้วยปากกาถาวรทุกช่อง แล้วถ่ายรูปเก็บไว้ในโทรศัพท์ทุกคนในบ้าน เพราะเวลาที่ต้องใช้จริงคือเวลาที่มืดและมีคนตกใจ
เมื่อไหร่ที่ควรเปลี่ยนตู้ไฟ
ให้เปลี่ยนเมื่อเกิดอย่างใดอย่างหนึ่งในห้าข้อนี้ ไม่ต้องรอให้พัง
- กำลังจะติดโซลาร์ ชาร์จรถไฟฟ้า หรือเพิ่มแอร์ตัวที่สาม เพราะทั้งสามอย่างต้องการช่องและวงจรใหม่
- ตู้เต็มจนไม่มีช่องว่างเหลือ และช่างเริ่มเสนอให้ต่อพ่วงจากเบรกเกอร์เดิม
- ยังใช้ฟิวส์แบบเก่าหรือคัตเอาต์ ซึ่งไม่มีการป้องกันไฟรั่วเลย
- เบรกเกอร์ตัวเดิมตัดบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีอะไรเปลี่ยน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าตัวมันเองเสื่อม
- เห็นรอยไหม้ สีเปลี่ยน หรือได้กลิ่นพลาสติกร้อนที่ตู้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเรียกช่างวันนั้นเลย ไม่ใช่รอ
และไม่ว่าจะเปลี่ยนหรือไม่ ให้ขอเอกสารสองอย่างจากช่างเสมอ คือแผนผังวงจรที่บอกว่าเบรกเกอร์ตัวไหนคุมอะไร และผลการทดสอบหลังติดตั้ง เพราะสองอย่างนี้คือสิ่งที่ช่างคนถัดไปในอีกสิบปีจะต้องใช้
คำถามที่พบบ่อย
บ้านควรมีกี่วงจร
ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะจำนวนวงจรเป็นผลของการแยกสิ่งที่ต้องไม่ดับพร้อมกัน และการไม่ใส่โหลดเกินกว่าที่เบรกเกอร์กับสายรับได้
ทำไมต้องแยกวงจรไฟส่องสว่างออกจากเต้ารับ
เพื่อให้ปัญหาที่เต้ารับไม่ทำให้บ้านมืด เพราะการต้องเดินไปหาตู้ไฟในความมืดคือสถานการณ์ที่ระบบไฟไม่ควรสร้างขึ้น
เครื่องตัดไฟรั่วควรใช้ตัวเดียวหรือแยกทีละวงจร
แยกดีกว่าเพราะตัดเฉพาะวงจรที่มีปัญหา ส่วนตัวเดียวคุมทั้งบ้านราคาถูกกว่าแต่ทำให้ทั้งบ้านดับ ซึ่งมักจบด้วยการที่คนในบ้านให้ถอดมันออก
มีเครื่องตัดไฟรั่วแล้วไม่ต้องมีสายดินได้ไหม
ไม่ได้ เพราะเป็นการป้องกันคนละชั้นที่เสริมกัน ไม่ได้ทดแทนกัน ให้ถามช่างว่ามีหลักดินหรือไม่และวัดค่าได้เท่าไหร่
เบรกเกอร์ตัดบ่อยควรเปลี่ยนเป็นตัวใหญ่ขึ้นไหม
ไม่ควรทำเองโดยไม่ตรวจสายก่อน เพราะเบรกเกอร์ทำหน้าที่ป้องกันสายไม่ให้ร้อนเกิน การเปลี่ยนเป็นตัวใหญ่ขึ้นบนสายเดิมคือการถอดการป้องกันนั้นออก
สรุป
- จำนวนวงจรเป็นผลของการแยกสิ่งที่ต้องไม่ดับพร้อมกัน และการไม่ใส่โหลดเกินที่สายรับได้
- อย่างน้อยควรแยกไฟส่องสว่าง เต้ารับ แอร์แต่ละตัว เครื่องทำน้ำอุ่น ครัว และปั๊มน้ำ
- เว้นช่องว่างในตู้อย่างน้อยสองถึงสี่ช่อง เพราะเปลี่ยนตู้ทีหลังแพงกว่ามาก
- แยกเครื่องตัดไฟรั่วตามวงจรดีกว่าตัวเดียวคุมทั้งบ้าน เพราะตัวเดียวมักจบด้วยการถูกถอดออก
- สายดินต้องมีก่อน เพราะเครื่องตัดไฟรั่วไม่ได้ทดแทนสายดิน
- เขียนป้ายทุกช่องแล้วถ่ายรูปเก็บไว้ เพราะเวลาที่ต้องใช้คือเวลาที่มืดและมีคนตกใจ