เบรกเกอร์ในบ้านคุณ ไม่ได้กันไฟดูด
นี่เป็นเรื่องที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุดเรื่องหนึ่งในบ้าน เบรกเกอร์ที่อยู่ในตู้ไฟทำหน้าที่ตัดวงจรเมื่อกระแสเกินหรือลัดวงจร ซึ่งเป็นการปกป้องสายไฟไม่ให้ร้อนจนไหม้ ไม่ใช่การปกป้องคน
ตัวที่ปกป้องคนคือเครื่องตัดไฟรั่ว ซึ่งเป็นอุปกรณ์คนละตัวและทำงานคนละหลักการ มันเทียบกระแสที่ไหลเข้ากับที่ไหลกลับ ถ้าไม่เท่ากันแปลว่ามีกระแสรั่วออกไปทางอื่น ซึ่งทางอื่นนั้นอาจเป็นตัวคน มันจึงตัดภายในเสี้ยววินาที
บ้านในไทยจำนวนมากมีเบรกเกอร์ครบทุกวงจรแต่ไม่มีเครื่องตัดไฟรั่วเลย ซึ่งเป็นสภาพที่ปลอดภัยพอสำหรับสายไฟ แต่ไม่ได้ให้ความคุ้มครองอะไรกับคนที่จับเครื่องทำน้ำอุ่นแล้วมีไฟรั่ว
ตัวเลข 30 มิลลิแอมป์ คือเส้นแบ่ง
เครื่องตัดไฟรั่วมีหลายค่าความไว และค่าที่ใช้เพื่อป้องกันอันตรายต่อคนคือ 30 มิลลิแอมป์ ซึ่งเป็นระดับที่ตัดก่อนกระแสจะทำอันตรายถึงชีวิต ส่วนค่าที่สูงกว่านั้น เช่น 100 หรือ 300 มิลลิแอมป์ ใช้เพื่อป้องกันอัคคีภัยจากกระแสรั่วในระบบ ไม่ใช่เพื่อป้องกันคน
ตรงนี้สำคัญเวลาไปซื้อหรือเวลาช่างเสนอ เพราะถ้าคุณต้องการป้องกันคนแต่ได้อุปกรณ์ค่า 100 มิลลิแอมป์มา คุณจะมีอุปกรณ์ที่ทำงานได้ตามสเปกของมัน แต่ไม่ได้ทำงานตามที่คุณคิดว่าซื้อมันมาทำ ถามตัวเลขนี้ตรง ๆ และดูให้เห็นบนตัวอุปกรณ์
อีกเรื่องคือรูปแบบของอุปกรณ์ มีทั้งแบบที่ทำหน้าที่ตัดไฟรั่วอย่างเดียว และแบบที่รวมหน้าที่ของเบรกเกอร์ไว้ในตัวเดียวกัน แบบหลังใช้พื้นที่ในตู้น้อยกว่าและติดตั้งแยกรายวงจรได้ง่ายกว่า ซึ่งมีข้อดีที่จับต้องได้ตามที่จะเล่าต่อไป
ติดตัวเดียวคุมทั้งบ้าน กับติดแยกรายวงจร
วิธีที่ถูกที่สุดคือติดเครื่องตัดไฟรั่วตัวเดียวไว้ที่เมนของตู้ ซึ่งคุ้มครองทุกวงจรในบ้าน ฟังดูดีและก็ดีจริงในแง่ความปลอดภัย แต่มีข้อเสียที่คนเจอแล้วมักถอดทิ้ง
ปัญหาคือเมื่อมันตัด มันตัดทั้งบ้าน และคุณจะไม่รู้ว่าปัญหาอยู่วงจรไหน วิธีหาคือสับเบรกเกอร์ลงทีละตัวแล้วลองรีเซ็ต ซึ่งเป็นงานที่ทำตอนกลางดึกกับไฟฉายในมือแล้วน่าหงุดหงิดมาก ที่แย่กว่านั้นคือถ้าไฟรั่วเกิดเป็นครั้งคราวตามความชื้น เช่น เฉพาะวันที่ฝนตก คุณอาจหาไม่เจอเลย
วิธีที่ใช้งานได้ดีกว่าคือแยกเป็นรายวงจรสำหรับจุดเสี่ยง โดยเฉพาะวงจรเครื่องทำน้ำอุ่น วงจรปลั๊กในห้องน้ำและครัว และวงจรปลั๊กนอกบ้าน แล้วอาจมีตัวรวมที่เมนอีกชั้นสำหรับส่วนที่เหลือ วิธีนี้ทำให้เวลามีปัญหา ไฟดับเฉพาะส่วนและคุณรู้ทันทีว่าเกิดที่ไหน
เครื่องทำน้ำอุ่น คือจุดที่ต้องมีแน่นอน
ถ้าจะติดที่เดียวในบ้าน ให้ติดที่วงจรนี้ เพราะมันรวมทุกเงื่อนไขของอุบัติเหตุไว้ครบ คือน้ำ ตัวคนที่เปียกและเท้าเปล่าบนพื้นเปียก และอุปกรณ์ที่ใช้กระแสสูง
เครื่องทำน้ำอุ่นสมัยใหม่ส่วนใหญ่มีเครื่องตัดไฟรั่วในตัวมาแล้ว ซึ่งดี แต่มีสองข้อที่ต้องรู้ ข้อแรกคือมันคุ้มครองเฉพาะตัวเครื่อง ไม่ได้คุ้มครองสายที่เดินมาถึงเครื่องหรือปลั๊กอื่นในห้องน้ำ ข้อที่สองคือมันเสียได้เหมือนอุปกรณ์อื่น และเมื่อเสียมันมักไม่แสดงอาการอะไรเลย ยังจ่ายไฟให้เครื่องทำงานปกติ
สิ่งที่ควรทำคือกดปุ่มทดสอบบนตัวเครื่องทุกเดือน ถ้ากดแล้วไฟตัด แปลว่ามันยังทำงาน ถ้ากดแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่นคืออุปกรณ์ที่ตายไปแล้วและคุณกำลังอาบน้ำโดยไม่มีอะไรคุ้มครองอยู่
ปุ่มทดสอบที่ไม่มีใครเคยกด
เครื่องตัดไฟรั่วทุกตัวมีปุ่มทดสอบ และคนส่วนใหญ่ไม่เคยกดเลยตลอดอายุการใช้งานของบ้าน ทั้งที่ผู้ผลิตออกแบบมาให้กดเดือนละครั้ง
เหตุผลที่ต้องกดคืออุปกรณ์นี้เป็นกลไกที่อยู่นิ่งเป็นปี ๆ โดยไม่ได้ทำงาน หน้าสัมผัสภายในอาจติดขัดจากฝุ่นและความชื้น การกดทดสอบคือการบังคับให้มันทำงานหนึ่งครั้ง ซึ่งทั้งพิสูจน์ว่ามันยังทำงานได้ และช่วยให้กลไกไม่ฝืด
วิธีกดง่ายมาก เปิดฝาตู้ไฟ หาปุ่มที่มักเป็นสีเหลืองหรือน้ำเงินมีตัว T กำกับ กดลงไปหนึ่งครั้ง อุปกรณ์ควรตัดทันที แล้วสับกลับขึ้นเอง ทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงสิบวินาที ก่อนกดให้เตือนคนในบ้านก่อน และอย่ากดตอนที่มีอะไรกำลังทำงานอยู่ เช่น คอมพิวเตอร์ที่ยังไม่ได้บันทึกงาน
ถ้ากดแล้วไม่ตัด ให้ถือว่าอุปกรณ์นั้นใช้ไม่ได้แล้วและต้องเปลี่ยน อย่าสรุปว่าคงกดไม่แรงพอ
มันตัดบ่อยจนน่ารำคาญ ควรถอดออกไหม
คำตอบคือไม่ และการถอดออกคือสิ่งที่ช่างบางคนแนะนำเพราะมันทำให้ปัญหาหายไปทันที ซึ่งจริง แต่มันทำให้ปัญหาที่แท้จริงหายไปจากสายตาด้วย
เครื่องตัดไฟรั่วที่ตัดบ่อยกำลังบอกอะไรบางอย่างเสมอ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในบ้านเราคือความชื้นสะสมในอุปกรณ์หรือในกล่องพักสายนอกบ้าน ซึ่งจะแสดงอาการเฉพาะช่วงฝนตกและหายไปตอนแดดออก อีกสาเหตุคือเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ฉนวนเสื่อม โดยเฉพาะตู้เย็นเก่า เครื่องซักผ้า และปั๊มน้ำ
วิธีหาต้นเหตุที่ใช้ได้จริงคือ ปลดเครื่องใช้ไฟฟ้าออกจากปลั๊กให้หมดในวงจรที่มีปัญหา แล้วรีเซ็ต ถ้าไม่ตัดแล้ว ให้เสียบกลับทีละเครื่องโดยเว้นระยะสักสิบนาที ตัวที่ทำให้ตัดคือตัวที่มีปัญหา ถ้าปลดหมดแล้วยังตัด แปลว่าปัญหาอยู่ที่สายหรือจุดต่อในผนัง ซึ่งต้องให้ช่างตรวจ
อีกสาเหตุที่พบและแก้ง่ายคือการรวมโหลดที่มีกระแสรั่วเล็กน้อยตามธรรมชาติไว้ในวงจรเดียวกันหลายตัว เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีตัวกรองสัญญาณรบกวน แต่ละตัวรั่วนิดเดียวแต่รวมกันแล้วถึงเกณฑ์ การแยกวงจรออกเป็นหลายชุดจึงแก้ปัญหานี้ได้โดยไม่ต้องลดความปลอดภัยลง
เรื่องสายดิน ที่มักถูกถามพร้อมกัน
คำถามที่ตามมาเสมอคือ ถ้าบ้านไม่มีสายดิน ติดเครื่องตัดไฟรั่วแล้วได้ผลไหม คำตอบคือได้ผล มันยังตรวจจับกระแสที่รั่วผ่านตัวคนลงดินได้ และตัดวงจรได้ตามปกติ
แต่การมีสายดินยังดีกว่ามาก เพราะเมื่อมีไฟรั่วในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต่อสายดินไว้ กระแสจะไหลลงดินทันทีและทำให้อุปกรณ์ตัดก่อนที่จะมีคนไปแตะ ต่างจากบ้านที่ไม่มีสายดิน ซึ่งอุปกรณ์จะตัดในจังหวะที่คนแตะเข้าพอดี คือคุณยังโดนไฟดูดอยู่ เพียงแต่สั้นมากจนไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต
ถ้ากำลังปรับปรุงบ้านอยู่แล้ว การเดินสายดินให้ครบทุกจุดคือสิ่งที่ควรทำไปพร้อมกัน และเป็นงานที่ถูกกว่ามากเมื่อทำพร้อมงานอื่น หลักการเดียวกับการเผื่อระบบไว้ก่อนปิดผนังใน เดินสายบ้านอัจฉริยะก่อนปิดผนัง
อาการที่บอกว่าบ้านคุณมีไฟรั่วอยู่แล้ว
ไฟรั่วไม่ได้เริ่มจากการดูดจนล้ม มันเริ่มจากอาการเล็ก ๆ ที่คนมองข้ามและชินไปเอง
- รู้สึกซ่าเบา ๆ ที่ปลายนิ้วเวลาแตะตัวเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะตอนเท้าเปียกหรือยืนบนพื้นกระเบื้องเปียก
- อาการนั้นหายไปเมื่อใส่รองเท้า ซึ่งหลายคนตีความว่าเป็นไฟฟ้าสถิต แต่ไฟฟ้าสถิตจะเป็นจังหวะเดียวแล้วหาย ส่วนไฟรั่วจะซ่าต่อเนื่องตราบใดที่ยังแตะอยู่
- เบรกเกอร์หรือเครื่องตัดไฟรั่วตัดเฉพาะวันที่ฝนตกหรือหลังล้างพื้น
- ค่าไฟสูงขึ้นโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งเป็นอาการที่พบน้อยกว่าแต่เกิดได้เมื่อมีกระแสรั่วต่อเนื่อง
ถ้ามีอาการข้อแรก ให้ถือว่าเป็นเรื่องด่วน อย่าเลี่ยงด้วยการใส่รองเท้าแล้วใช้ต่อไป เพราะสิ่งที่ทำให้ไฟดูดถึงชีวิตไม่ใช่แรงดัน แต่คือเส้นทางที่กระแสไหลผ่านร่างกาย และวันที่เท้าคุณเปียกกว่าปกติคือวันที่เส้นทางนั้นเปลี่ยน
ราคาและการติดตั้ง
เครื่องตัดไฟรั่วเป็นอุปกรณ์ที่ราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับสิ่งที่มันป้องกัน ค่าอุปกรณ์สำหรับบ้านหนึ่งหลังอยู่ในหลักพันถึงหลักหมื่นต้น ๆ ขึ้นกับว่าจะติดตัวเดียวหรือแยกรายวงจร บวกค่าแรงช่าง
งานนี้ไม่ควรทำเอง ไม่ใช่เพราะยาก แต่เพราะการทำงานในตู้เมนไฟต้องปลดไฟเข้าบ้านก่อน และการต่อผิดขั้วทำให้อุปกรณ์ไม่ทำงานทั้งที่ดูเหมือนติดตั้งเรียบร้อยดี ซึ่งเป็นสภาพที่แย่กว่าไม่มีเลย เพราะคุณจะเชื่อว่ามีอะไรคุ้มครองอยู่
สิ่งที่ควรขอจากช่างคือ ให้ทดสอบให้ดูต่อหน้าหลังติดตั้งเสร็จ ทั้งกดปุ่มทดสอบและวัดค่าจริง และให้ระบุในใบเสร็จว่าติดตั้งอุปกรณ์ค่ากี่มิลลิแอมป์ที่วงจรไหนบ้าง เอกสารนี้มีประโยชน์ทั้งตอนขายบ้านและตอนเคลมประกัน
ถ้ากำลังจะซื้อบ้านมือสอง ให้เปิดฝาตู้ไฟดูตั้งแต่วันดูบ้าน บ้านที่ตู้ไฟเป็นระเบียบและมีเครื่องตัดไฟรั่วครบ มักเป็นบ้านที่ดูแลส่วนอื่นดีด้วย ส่วนตู้ที่มีสายพันกันยุ่งเหยิงและมีเบรกเกอร์ต่างยี่ห้อปนกันหลายรุ่น บอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับประวัติการซ่อมของบ้านหลังนั้น เรื่องอื่นที่ควรตรวจในวันดูบ้านอยู่ใน ซื้อบ้านมือสอง ความเสี่ยงโครงสร้างและต้นทุนแฝง และการดูระบบไฟฟ้าโดยรวมอยู่ใน ระบบไฟฟ้าบ้านกับค่าไฟ
คำถามที่พบบ่อย
เบรกเกอร์กับเครื่องตัดไฟรั่ว ต่างกันยังไง
เบรกเกอร์ตัดเมื่อกระแสเกินหรือลัดวงจร ซึ่งปกป้องสายไฟไม่ให้ร้อนจนไหม้ ส่วนเครื่องตัดไฟรั่วเทียบกระแสเข้ากับกระแสกลับ แล้วตัดเมื่อมีส่วนที่รั่วออกไป ซึ่งเป็นตัวที่ปกป้องคน
ควรใช้ค่ากี่มิลลิแอมป์
30 มิลลิแอมป์สำหรับป้องกันอันตรายต่อคน ค่าที่สูงกว่านั้นเช่น 100 หรือ 300 ใช้เพื่อป้องกันอัคคีภัยจากกระแสรั่ว ไม่ใช่เพื่อป้องกันคน ให้ดูตัวเลขบนตัวอุปกรณ์ให้เห็นกับตา
บ้านไม่มีสายดิน ติดแล้วได้ผลไหม
ได้ผล มันยังตรวจจับกระแสที่รั่วผ่านตัวคนลงดินและตัดวงจรได้ แต่การมีสายดินดีกว่ามาก เพราะทำให้ตัดก่อนที่จะมีคนไปแตะ
มันตัดบ่อย ถอดออกได้ไหม
ไม่ควร เพราะมันกำลังบอกว่ามีกระแสรั่วอยู่จริง สาเหตุที่พบบ่อยคือความชื้นในอุปกรณ์นอกบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ฉนวนเสื่อม ให้หาต้นเหตุด้วยการปลดเครื่องใช้ออกทีละตัว
ต้องกดปุ่มทดสอบบ่อยแค่ไหน
เดือนละครั้ง ใช้เวลาไม่ถึงสิบวินาที ถ้ากดแล้วไม่ตัด แปลว่าอุปกรณ์ตัวนั้นใช้ไม่ได้แล้วและต้องเปลี่ยน
เครื่องทำน้ำอุ่นมีในตัวแล้ว ยังต้องติดที่ตู้อีกไหม
ตัวที่อยู่ในเครื่องคุ้มครองเฉพาะตัวเครื่อง ไม่ได้คุ้มครองสายที่เดินมาถึงหรือปลั๊กอื่นในห้องน้ำ และมันเสียได้โดยไม่แสดงอาการ จึงควรมีที่วงจรด้วยและกดทดสอบทั้งสองจุด
สรุป
- เบรกเกอร์ปกป้องสายไฟ ไม่ได้ปกป้องคน ตัวที่ปกป้องคนคือเครื่องตัดไฟรั่ว
- ค่าที่ใช้ป้องกันคนคือ 30 มิลลิแอมป์ ค่าที่สูงกว่านั้นเป็นการป้องกันอัคคีภัย
- ถ้าติดได้จุดเดียว ให้ติดที่วงจรเครื่องทำน้ำอุ่น เพราะรวมทุกเงื่อนไขของอุบัติเหตุไว้ครบ
- กดปุ่มทดสอบเดือนละครั้ง ถ้ากดแล้วไม่ตัด อุปกรณ์ตัวนั้นตายไปแล้ว
- ตัดบ่อยไม่ใช่เหตุผลให้ถอดออก มันกำลังบอกว่ามีกระแสรั่วจริง
- อาการซ่าที่ปลายนิ้วเวลาเท้าเปียก คือเรื่องด่วน ไม่ใช่ไฟฟ้าสถิต
- ขอให้ช่างทดสอบให้ดูต่อหน้าและระบุค่าที่ติดตั้งลงในใบเสร็จ