สรุปสิ่งที่เปลี่ยนในปี 2569

ปีนี้มีสองเรื่องเกิดขึ้นพร้อมกัน และเป็นสองเรื่องที่ทำให้การติดโซลาร์รูฟท็อปคุ้มขึ้นกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ

เรื่องแรก พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 805) พ.ศ. 2569 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุด 200,000 บาท สำหรับผู้ที่จ่ายเงินและติดตั้งโซลาร์รูฟท็อประหว่างวันที่ 3 มีนาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571

เรื่องที่สอง โครงการโซลาร์ภาคประชาชน พ.ศ. 2569 เปิดรับคำขอขายไฟตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ในอัตรารับซื้อ 2.20 บาทต่อหน่วย สัญญา 10 ปี โดยมีโควตารวมไม่เกิน 500 เมกะวัตต์

แผงโซลาร์เซลล์สีน้ำเงินเข้มติดตั้งบนหลังคากระเบื้องของบ้านสองชั้น มองจากสวนด้านล่าง

โควตา 500 เมกะวัตต์เป็นตัวเลขที่ใหญ่ขึ้นมาก จากเดิมที่เพดานอยู่ที่ 90 เมกะวัตต์ต่อรอบ และโครงการใช้หลักมาก่อนได้สิทธิ์ก่อน

ลดหย่อนภาษี 200,000 บาท ใครใช้ได้และใช้ยังไง

รายละเอียดที่ต้องอ่านให้ครบ เพราะเงื่อนไขไม่ได้กว้างอย่างที่พาดหัวทำให้เข้าใจ

เงื่อนไขรายละเอียด
วงเงินยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุด 200,000 บาท
ช่วงเวลาจ่ายเงินและติดตั้งระหว่าง 3 มีนาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571
ค่าใช้จ่ายที่นับทั้งค่าอุปกรณ์ (แผง อินเวอร์เตอร์ โครงสร้าง) และค่าติดตั้ง
ขนาดระบบไม่เกิน 10 kWp สำหรับที่อยู่อาศัย
หลักฐานต้องเป็น e-Tax Invoice เท่านั้น ใบกำกับภาษีกระดาษใช้ไม่ได้
ประเภทมิเตอร์มิเตอร์ไฟฟ้าประเภทที่ 1 คือบ้านอยู่อาศัย
ชื่อชื่อเจ้าของมิเตอร์ เจ้าของบ้าน และผู้ยื่นภาษี ต้องเป็นคนเดียวกัน

ข้อที่ทำให้คนพลาดสิทธิ์บ่อยที่สุดคือ e-Tax Invoice ผู้รับเหมารายเล็กจำนวนมากยังออกใบกำกับภาษีแบบกระดาษ ซึ่งใช้ไม่ได้กับมาตรการนี้ ควรถามให้ชัดก่อนวางมัดจำ ไม่ใช่ถามตอนจะยื่นภาษี

ข้อที่สองคือเรื่องชื่อ บ้านที่มิเตอร์ยังเป็นชื่อพ่อแม่แต่ลูกเป็นคนจ่ายและยื่นภาษี จะใช้สิทธิ์ไม่ได้จนกว่าจะแก้ชื่อให้ตรงกัน

สำหรับนิติบุคคล มาตรการเดียวกันให้นำมูลค่าการลงทุนมาหักเป็นรายจ่ายได้สูงสุด 1.5 เท่าของยอดที่จ่ายจริง

โครงการโซลาร์ภาคประชาชน 2569 เงื่อนไขทั้งหมด

หัวข้อเงื่อนไข
อัตรารับซื้อ2.20 บาทต่อหน่วย
อายุสัญญา10 ปี นับจากกำหนดวัน SCOD
ปริมาณเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์
โควตารวมไม่เกิน 500 เมกะวัตต์
เปิดรับคำขอตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569
ผู้มีสิทธิ์ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ประเภทที่ 1 ที่มีชื่อในทะเบียน กฟน. หรือ กฟภ.
การคัดเลือกมาก่อนได้สิทธิ์ก่อน

สังเกตว่าเพดานขายไฟ 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ไม่เท่ากับเพดานขนาดระบบ 10 kWp ที่ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ระบบ 10 kWp ติดได้และลดหย่อนได้ แต่ขายไฟคืนได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์

ขายไฟได้ 2.20 บาท แต่ซื้อไฟ 3.95 บาท ตัวเลขนี้เปลี่ยนวิธีออกแบบระบบ

มุมมองเฉียงบนผิวแผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งบนหลังคา เห็นตารางเซลล์รับแสงแดด

ค่าไฟฟ้าฐานอยู่ที่ 3.78 บาทต่อหน่วย เมื่อรวมค่า Ft งวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2569 ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ค่าไฟเรียกเก็บเฉลี่ยอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

แปลว่าไฟหนึ่งหน่วยที่ใช้เองมีค่า 3.95 บาท ส่วนไฟหนึ่งหน่วยที่ขายคืนได้ 2.20 บาท การใช้เองจึงมีค่าเกือบสองเท่าของการขาย

ระบบนี้เรียกว่า net billing ไม่ใช่ net metering คือรัฐรับซื้อในอัตราคงที่ ไม่ได้หักลบหน่วยกันตรงๆ กับที่เราซื้อไป ความต่างของสองราคาจึงตกอยู่กับเจ้าของบ้าน

บทสรุปเชิงออกแบบมีข้อเดียว คือตั้งขนาดระบบให้พอดีกับการใช้ไฟตอนกลางวันของบ้าน ไม่ใช่ตั้งให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่หลังคารับได้ เพราะหน่วยที่ล้นออกไปขายมีมูลค่าต่ำกว่าหน่วยที่ใช้เองอย่างชัดเจน

บ้านที่ไม่มีคนอยู่ตอนกลางวันจึงได้ประโยชน์น้อยกว่าบ้านที่มีคนอยู่ ทำงานที่บ้าน หรือเปิดแอร์กลางวัน แม้จะมีหลังคาเท่ากันก็ตาม

ราคาติดตั้งกับจุดคืนทุน

ราคาที่พบในตลาดปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 90,000 บาทสำหรับระบบ 3 กิโลวัตต์ 180,000 บาทสำหรับ 5 กิโลวัตต์ และ 320,000 บาทสำหรับ 10 กิโลวัตต์

ตัวอย่างที่อ้างอิงกันคือระบบ 5 กิโลวัตต์ราคา 180,000 บาท ประหยัดค่าไฟได้ราว 3,000 บาทต่อเดือน หรือ 36,000 บาทต่อปี ซึ่งเท่ากับคืนทุนที่ราวห้าปี

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประมาณระยะเวลาคืนทุนไว้ที่ 2 ถึง 6 ปี ขณะที่ระบบที่พักอาศัยส่วนใหญ่ในไทยคืนทุนในช่วง 4 ถึง 6 ปี

สิ่งที่ต้องบวกเข้าไปในการคำนวณของปีนี้คือสิทธิ์ลดหย่อนภาษีถึง 200,000 บาท ซึ่งไม่ใช่เงินคืน 200,000 บาท แต่เป็นการนำค่าติดตั้งไปหักออกจากเงินได้ก่อนคำนวณภาษี มูลค่าจริงของสิทธิ์จึงขึ้นกับฐานภาษีของแต่ละคน ผู้ที่เสียภาษีในอัตรา 20% ได้ประโยชน์ราว 20% ของยอดที่หักได้

บ้านแบบไหนคุ้ม บ้านแบบไหนไม่คุ้ม

คุ้มชัดเจนเมื่อ

  • ค่าไฟเดือนละเกิน 3,000 บาท และการใช้ไฟหนักอยู่ในช่วงกลางวัน
  • มีคนอยู่บ้านกลางวัน ทำงานที่บ้าน หรือมีผู้สูงอายุอยู่ประจำ
  • หลังคาหันทิศใต้ ไม่มีเงาอาคารหรือต้นไม้บัง
  • ตั้งใจอยู่บ้านหลังนี้ต่ออีกอย่างน้อยห้าถึงเจ็ดปี
  • มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงพอจะใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้จริง

ยังไม่คุ้มเมื่อ

  • ค่าไฟเดือนละต่ำกว่า 1,500 บาท เพราะเงินที่ประหยัดได้น้อยเกินกว่าจะไล่ทันเงินลงทุน
  • บ้านว่างตอนกลางวันเกือบทั้งสัปดาห์
  • หลังคาเก่าและมีแผนจะเปลี่ยนกระเบื้องภายในไม่กี่ปี เพราะต้องรื้อแผงลงมาแล้วติดใหม่
  • กำลังจะขายบ้านในหนึ่งถึงสองปี

ขั้นตอนตั้งแต่ตัดสินใจถึงขายไฟได้

  1. ดูบิลค่าไฟย้อนหลังหกเดือน แยกให้ได้ว่าใช้ไฟกลางวันเท่าไหร่ นี่คือตัวเลขที่กำหนดขนาดระบบ
  2. ให้ผู้รับเหมาสำรวจหลังคา ตรวจโครงสร้าง ทิศทาง และเงาบัง
  3. ยืนยันกับผู้รับเหมาว่าออก e-Tax Invoice ได้ ก่อนวางมัดจำ
  4. ตรวจว่าชื่อเจ้าของมิเตอร์ ชื่อเจ้าของบ้าน และชื่อผู้ยื่นภาษีตรงกัน
  5. ยื่นขอเชื่อมต่อระบบกับการไฟฟ้าในพื้นที่ และยื่นคำขอขายไฟผ่านระบบออนไลน์ของ กฟน. หรือ กฟภ.
  6. ติดตั้ง ทดสอบระบบ และรอการตรวจรับจากการไฟฟ้า
  7. เก็บ e-Tax Invoice และเอกสารการเชื่อมต่อไว้ใช้ตอนยื่นภาษี

สิ่งที่ต้องเช็กกับหลังคาก่อน

บ้านชั้นเดียวสมัยใหม่ที่มีแผงโซลาร์บนหลังคา มองจากถนนในช่วงบ่าย

แผงโซลาร์อยู่บนหลังคาไปอีกยี่สิบปี ส่วนหลังคาที่รับน้ำหนักอยู่อาจไม่ได้ถูกออกแบบมาเผื่อ

  • อายุหลังคา ถ้าเหลืออายุใช้งานน้อยกว่าอายุแผง ควรเปลี่ยนหลังคาก่อนติด
  • โครงสร้างรับน้ำหนัก ควรให้วิศวกรตรวจ ไม่ใช่ให้ทีมติดตั้งยืนยันด้วยสายตา
  • จุดยึดและการรั่วซึม รอยเจาะบนหลังคาคือจุดรั่วในอนาคต ถามว่าใช้วิธียึดแบบไหนและรับประกันการรั่วกี่ปี
  • เงาบัง เงาที่ตกลงบนแผงเพียงบางส่วนลดกำลังผลิตได้มากกว่าที่คนคาด
  • ทางเข้าไปทำความสะอาด ฝุ่นบนแผงลดกำลังผลิต และหลังคาที่ขึ้นไปไม่ได้คือหลังคาที่ไม่ได้ล้าง

บ้านที่เพิ่งรับโอนจากโครงการควรตรวจด้วยว่าการเจาะหลังคาติดแผงกระทบการรับประกันโครงสร้างหรือไม่ เรื่องนี้อ่านต่อได้ที่ รับประกันบ้านใหม่ โครงสร้าง 5 ปี ส่วนควบ 1 ปี

คอนโดติดโซลาร์ได้ไหม

เจ้าของห้องชุดติดตั้งบนหลังคาอาคารเองไม่ได้ เพราะหลังคาเป็นทรัพย์ส่วนกลางตามกฎหมายอาคารชุด การติดตั้งต้องเป็นมติของนิติบุคคลอาคารชุดและติดเพื่อลดค่าไฟส่วนกลาง ไม่ใช่ลดค่าไฟของห้องใดห้องหนึ่ง

นอกจากนี้เงื่อนไขของโครงการโซลาร์ภาคประชาชนกำหนดให้เป็นผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัยประเภทที่ 1 ซึ่งเป็นมิเตอร์ของบ้าน ไม่ใช่มิเตอร์รวมของอาคารชุด

คำถามที่พบบ่อย

ติดโซลาร์เซลล์ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่

ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุด 200,000 บาท ตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 805) พ.ศ. 2569 สำหรับการจ่ายเงินและติดตั้งระหว่างวันที่ 3 มีนาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571 ครอบคลุมทั้งค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้ง สำหรับระบบไม่เกิน 10 kWp

ขายไฟคืนการไฟฟ้าได้หน่วยละกี่บาท

2.20 บาทต่อหน่วย ภายใต้โครงการโซลาร์ภาคประชาชน พ.ศ. 2569 สัญญา 10 ปี โดยเสนอขายได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ และมีโควตารวมไม่เกิน 500 เมกะวัตต์

สมัครโครงการโซลาร์ภาคประชาชน 2569 ได้เมื่อไหร่

เปิดรับคำขอตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ผ่านการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายในพื้นที่ คือ กฟน. หรือ กฟภ. โดยใช้หลักมาก่อนได้สิทธิ์ก่อนจนกว่าจะครบโควตา

ติดโซลาร์คืนทุนกี่ปี

ระบบที่พักอาศัยส่วนใหญ่ในไทยคืนทุนในช่วง 4 ถึง 6 ปี โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประมาณกรอบไว้ที่ 2 ถึง 6 ปี ตัวอย่างที่อ้างอิงกันคือระบบ 5 กิโลวัตต์ราคา 180,000 บาท ประหยัดได้ราว 3,000 บาทต่อเดือน

ควรติดระบบขนาดเท่าไหร่

ควรตั้งขนาดให้พอดีกับการใช้ไฟช่วงกลางวัน เพราะไฟที่ใช้เองมีค่า 3.95 บาทต่อหน่วยตามอัตราค่าไฟเฉลี่ยงวดพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2569 ขณะที่ไฟที่ขายคืนได้เพียง 2.20 บาทต่อหน่วย การติดใหญ่เกินการใช้จริงจึงไม่คุ้ม

ทำไมใบกำกับภาษีกระดาษใช้ไม่ได้

เพราะเงื่อนไขของมาตรการกำหนดให้ใช้ e-Tax Invoice เท่านั้น ควรถามผู้รับเหมาให้ชัดว่าออก e-Tax Invoice ได้หรือไม่ก่อนวางมัดจำ

คอนโดติดโซลาร์เซลล์ได้ไหม

เจ้าของห้องชุดติดเองไม่ได้ เพราะหลังคาเป็นทรัพย์ส่วนกลาง ต้องเป็นมติของนิติบุคคลอาคารชุดและติดเพื่อลดค่าไฟส่วนกลาง อีกทั้งโครงการโซลาร์ภาคประชาชนกำหนดให้เป็นมิเตอร์ประเภทที่ 1 ซึ่งเป็นมิเตอร์ของบ้าน

สรุป

ปี 2569 เป็นปีที่ตัวเลขเข้าทางที่สุดในรอบหลายปี เพราะมีทั้งสิทธิ์ยกเว้นภาษีถึง 200,000 บาทถึงสิ้นปี 2571 และโควตารับซื้อไฟที่ขยายเป็น 500 เมกะวัตต์

แต่ตัวเลขที่ควรใช้ตัดสินใจจริงคือ 3.95 บาทกับ 2.20 บาท เพราะมันบอกว่าการติดโซลาร์ในไทยคุ้มจากการลดค่าไฟที่ใช้เอง ไม่ใช่จากการขายไฟคืน

ก่อนโทรหาผู้รับเหมา ให้เปิดบิลค่าไฟหกเดือนย้อนหลังก่อน ถ้าค่าไฟส่วนใหญ่เกิดตอนกลางคืน คำตอบอาจเป็นการเปลี่ยนแอร์ก่อนติดแผง

กำลังมองหาบ้านที่หลังคารับโซลาร์ได้ดี ดูทรัพย์ได้ที่ ประกาศขายบ้านและคอนโด ส่วนเจ้าของที่ติดโซลาร์ไว้แล้วและกำลังจะขาย ระบบที่ติดตั้งถูกต้องพร้อมเอกสารเป็นจุดขายที่ควรบอกผู้ซื้อ ดูขั้นตอนได้ที่ บริการฝากขายบ้าน