ตัวเลขที่โฆษณาไว้บนป้าย ไม่ใช่ตัวเลขที่ควรถาม

ร้านฟิล์มเกือบทุกร้านจะบอกว่ากันความร้อนได้เก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนั้นมักหมายถึงการกันรังสีอินฟราเรดหรือรังสียูวี ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพลังงานที่เข้ามาทางกระจก และไม่ได้บอกว่าห้องจะเย็นลงเท่าไหร่

ตัวเลขที่ควรถามคือค่าการลดพลังงานความร้อนรวมที่ผ่านเข้ามา ซึ่งนับทั้งรังสีที่ทะลุตรงเข้ามาและความร้อนที่กระจกกับฟิล์มดูดซับไว้แล้วแผ่ต่อเข้าห้อง ฟิล์มที่กันอินฟราเรดได้เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์แต่ตัวมันเองดูดความร้อนไว้มาก อาจให้ผลรวมแย่กว่าฟิล์มที่ตัวเลขบนป้ายดูไม่หวือหวา

ให้ขอเอกสารสเปกของรุ่นที่จะติดจริง ไม่ใช่แผ่นพับของแบรนด์ และดูสามค่าพร้อมกัน คือค่าลดพลังงานความร้อนรวม ปริมาณแสงที่ผ่านเข้ามา และค่ากันรังสียูวี สามค่านี้ต้องอ่านคู่กันเสมอ เพราะฟิล์มที่ลดความร้อนได้มากที่สุดมักเป็นฟิล์มที่ทำให้ห้องมืดที่สุดด้วย

หญิงไทยยกมือแตะกระจกหน้าต่างที่โดนแดดบ่าย

ความร้อนเข้าบ้านทางหน้าต่างสองทาง

เข้าใจสองทางนี้แล้วจะเลือกได้เอง ทางแรกคือรังสีจากดวงอาทิตย์ที่ทะลุกระจกเข้ามาตรง ๆ แล้วไปตกกระทบพื้นและเฟอร์นิเจอร์ ทางที่สองคือความร้อนที่ตัวกระจกดูดซับไว้จนตัวเองร้อน แล้วแผ่ความร้อนนั้นออกทั้งสองด้าน รวมถึงด้านในห้อง

ฟิล์มติดกระจกจัดการทางแรกได้ดี แต่มันทำงานอยู่ที่ผิวด้านในของกระจก แปลว่าพลังงานเดินทางมาถึงกระจกแล้วก่อนที่ฟิล์มจะได้ทำอะไร ส่วนที่ฟิล์มสะท้อนกลับได้ก็ดีไป ส่วนที่มันดูดซับไว้จะกลายเป็นความร้อนในตัวกระจก ซึ่งไหลเข้าห้องอยู่ดี

นี่คือเหตุผลที่การบังแดดจากภายนอกได้ผลกว่าเสมอ ไม่ว่าฟิล์มจะดีแค่ไหน กันสาดที่ยื่นออกมาพอดี ระแนงภายนอก หรือต้นไม้ที่บังหน้าต่างฝั่งตะวันตก หยุดพลังงานก่อนที่มันจะไปถึงกระจก ซึ่งเป็นการแก้ที่ต้นทางจริง ๆ

ถ้ากำลังคิดเรื่องบ้านร้อนโดยรวม ไม่ใช่แค่หน้าต่าง ควรอ่านคู่กับเรื่องการระบายอากาศและทิศทางแดดใน แสงและการระบายอากาศในบ้านไทย

ฟิล์มเซรามิกกับฟิล์มโลหะ เลือกยังไง

ฟิล์มที่ใช้ชั้นโลหะสะท้อนความร้อนได้ดีและราคาถูกกว่า ข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนคือชั้นโลหะรบกวนสัญญาณวิทยุได้ ซึ่งในทางปฏิบัติแปลว่าสัญญาณโทรศัพท์ในห้องอาจอ่อนลง และรีโมตหรืออุปกรณ์ไร้สายบางอย่างที่ต้องสื่อสารผ่านกระจกอาจทำงานได้แย่ลง

ในบ้านสมัยนี้ที่มีทั้งกล้อง เซ็นเซอร์ และอุปกรณ์ที่คุยกันผ่าน Wi-Fi ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะห้องที่สัญญาณมือถืออ่อนอยู่แล้ว

ฟิล์มเซรามิกไม่มีชั้นโลหะจึงไม่มีปัญหานี้ และมักให้ภาพที่ใสกว่าโดยไม่สะท้อนเงาแบบกระจกเงา ราคาสูงกว่าและเป็นตัวที่ควรเลือกถ้าติดในห้องที่ใช้งานจริงทุกวัน ส่วนฟิล์มโลหะยังใช้ได้ดีกับหน้าต่างที่ไม่มีอุปกรณ์อะไรอยู่ใกล้ เช่น ช่องแสงบันได

เรื่องที่ร้านมักไม่บอก คือกระจกอาจแตกเอง

การติดฟิล์มทำให้กระจกดูดซับความร้อนมากขึ้นและร้อนขึ้นกว่าเดิม ถ้าความร้อนนั้นกระจายไม่สม่ำเสมอทั่วแผ่น เช่น ส่วนหนึ่งโดนแดดจัดขณะที่ขอบยังอยู่ในร่มของวงกบ ความเค้นที่ต่างกันในเนื้อกระจกอาจทำให้แตกได้เอง โดยไม่มีใครไปกระแทก

ความเสี่ยงนี้ต่างกันตามชนิดกระจก กระจกธรรมดามีความเสี่ยงสูงกว่ากระจกที่ผ่านการอบความร้อนหรือกระจกนิรภัย และหน้าต่างบานใหญ่ที่โดนแดดครึ่งบานเสี่ยงกว่าบานเล็กที่โดนทั้งบาน

สิ่งที่ควรทำคือบอกร้านว่ากระจกของคุณเป็นชนิดไหน หนาเท่าไหร่ และบานนั้นโดนแดดแบบไหน แล้วให้เขาเลือกฟิล์มที่เหมาะกับเงื่อนไขนั้น ร้านที่ตอบเรื่องนี้ได้คือร้านที่รู้งาน ส่วนร้านที่บอกว่าติดได้หมดทุกกระจกเหมือนกัน คือร้านที่ควรถามต่ออีกหน่อย

ช่างกำลังรีดฟิล์มกรองแสงลงบนกระจกหน้าต่าง

กระจก Low-E ต่างจากฟิล์มยังไง

กระจก Low-E คือกระจกที่เคลือบสารบาง ๆ มาจากโรงงาน เพื่อลดการแผ่ความร้อนผ่านตัวกระจก ต่างจากฟิล์มตรงที่มันเป็นส่วนหนึ่งของกระจกตั้งแต่ผลิต ไม่ใช่ของที่ติดเพิ่มทีหลัง

ข้อดีคือประสิทธิภาพดีกว่าและอยู่ได้ตลอดอายุกระจก ไม่มีปัญหาฟองอากาศหรือลอกร่อนแบบฟิล์ม ข้อจำกัดคือถ้าบ้านสร้างเสร็จแล้วและใช้กระจกธรรมดาอยู่ การเปลี่ยนเป็น Low-E คือการเปลี่ยนบานกระจก ซึ่งเป็นงานคนละขนาดกับการติดฟิล์ม

คำแนะนำที่ตรงไปตรงมาคือ ถ้ากำลังสร้างบ้านหรือเปลี่ยนหน้าต่างอยู่แล้ว ให้พิจารณา Low-E ตั้งแต่ตอนนั้น เพราะส่วนต่างของราคาไม่มากเมื่อเทียบกับการมาแก้ทีหลัง แต่ถ้าบ้านอยู่แล้วและหน้าต่างยังดี ฟิล์มคือทางที่สมเหตุสมผลกว่า

ก่อนติดฟิล์ม ลองสามอย่างนี้ก่อน

ในหลายบ้าน สามอย่างนี้ให้ผลต่อบาทที่จ่ายดีกว่าฟิล์ม และทำได้ทันที

อย่างแรกคือม่านทึบแสงที่ติดชิดกระจกและคลุมเลยขอบวงกบ ม่านที่แขวนห่างและสั้นกว่ากรอบ จะปล่อยให้อากาศร้อนไหลเวียนรอบขอบเข้าห้องได้ ส่วนม่านที่ปิดสนิทกลายเป็นชั้นอากาศนิ่งที่กันความร้อนได้จริง ความต่างระหว่างสองแบบนี้มากกว่าที่คนคิด

อย่างที่สองคือการบังจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นกันสาด ระแนง หรือมู่ลี่ภายนอก เพราะทุกอย่างที่หยุดแดดก่อนถึงกระจกได้ผลมากกว่าสิ่งที่ทำงานหลังกระจกเสมอ ต้นไม้ใบหนาต้นเดียวที่ปลูกให้บังหน้าต่างฝั่งตะวันตกให้ผลชัดเจนภายในไม่กี่ปี

อย่างที่สามคือการดูว่าห้องนั้นร้อนเพราะแดดจริง ๆ หรือร้อนเพราะอากาศไม่ถ่ายเทและความร้อนจากหลังคาลงมา ถ้าเป็นอย่างหลัง การติดฟิล์มจะไม่ช่วยอะไรมาก และเงินก้อนนั้นควรไปอยู่ที่ฉนวนใต้หลังคาแทน

คอนโดติดฟิล์มได้ไหม

ได้ แต่ต้องถามนิติก่อน เพราะกระจกภายนอกอาคารเป็นส่วนที่กำหนดหน้าตาโดยรวมของตึก อาคารส่วนใหญ่จึงมีระเบียบเรื่องสีและระดับความเข้มของฟิล์มที่ยอมให้ติด บางแห่งกำหนดรุ่นและร้านไว้เลย

คำถามที่ควรถามคือมีข้อกำหนดเรื่องสีหรือความสะท้อนแสงไหม ต้องแจ้งล่วงหน้าหรือเปล่า และถ้าย้ายออกต้องลอกออกหรือไม่ ถามสามข้อนี้ก่อนจ่ายมัดจำให้ร้าน ประหยัดกว่าการติดไปแล้วโดนสั่งให้ลอกออก

คำถามที่พบบ่อย

ฟิล์มกันความร้อน 99% จริงไหม

ตัวเลขนั้นมักหมายถึงการกันรังสีอินฟราเรดหรือยูวี ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพลังงานที่เข้ามา ให้ถามค่าลดพลังงานความร้อนรวมแทน และอ่านคู่กับปริมาณแสงที่ผ่านเข้ามา

ติดฟิล์มแล้วกระจกจะแตกไหม

มีความเสี่ยงจากความร้อนสะสมที่กระจายไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะกระจกธรรมดาบานใหญ่ที่โดนแดดครึ่งบาน ให้บอกร้านว่ากระจกเป็นชนิดไหน หนาเท่าไหร่ และโดนแดดแบบไหน แล้วให้เขาเลือกฟิล์มให้เหมาะ

ฟิล์มเซรามิกกับฟิล์มโลหะ เลือกอันไหน

ฟิล์มโลหะสะท้อนความร้อนดีและถูกกว่า แต่รบกวนสัญญาณไร้สายได้ ส่วนเซรามิกไม่มีปัญหานั้นและใสกว่า แต่ราคาสูงกว่า ห้องที่มีอุปกรณ์ไร้สายควรเลือกเซรามิก

กระจก Low-E ติดทีหลังได้ไหม

ไม่ได้ เพราะเป็นการเคลือบมาจากโรงงาน การเปลี่ยนเป็น Low-E คือการเปลี่ยนบานกระจก ถ้าบ้านสร้างแล้วและหน้าต่างยังดี ฟิล์มสมเหตุสมผลกว่า

คอนโดติดฟิล์มต้องขออนุญาตไหม

ควรถามนิติก่อนเสมอ เพราะกระจกภายนอกกำหนดหน้าตาของอาคาร หลายที่กำหนดสีและความเข้มที่ยอมให้ติด บางแห่งกำหนดรุ่นและร้านไว้ด้วย

สรุป

  • อย่าดูตัวเลขกันความร้อนบนป้าย ให้ถามค่าลดพลังงานความร้อนรวมและอ่านคู่กับแสงที่ผ่านเข้ามา
  • การบังแดดจากภายนอกได้ผลกว่าฟิล์มเสมอ เพราะหยุดพลังงานก่อนถึงกระจก
  • ฟิล์มโลหะรบกวนสัญญาณไร้สาย ห้องที่มีอุปกรณ์ควรใช้เซรามิก
  • บอกร้านว่ากระจกชนิดไหนและโดนแดดแบบไหน เพราะความร้อนสะสมทำให้กระจกแตกเองได้
  • Low-E ต้องตัดสินใจตอนสร้างหรือตอนเปลี่ยนหน้าต่าง เพราะติดทีหลังไม่ได้
  • ถ้าห้องร้อนเพราะหลังคา ไม่ใช่เพราะแดดผ่านหน้าต่าง เงินก้อนนั้นควรไปอยู่ที่ฉนวน