หกอย่าง และห้าในหกใช้เวลารวมกันไม่ถึงยี่สิบนาที
ค่าเรียกช่างเริ่มนับตั้งแต่ช่างออกจากร้าน ไม่ใช่ตั้งแต่เขาเริ่มซ่อม
เพราะฉะนั้นการเช็กหกอย่างนี้ก่อนโทร มีสองผลลัพธ์ที่ดีทั้งคู่
ผลลัพธ์แรกคือแก้ได้เอง แล้วไม่ต้องจ่ายเลย
ผลลัพธ์ที่สองคือแก้ไม่ได้ แต่คุณโทรไปพร้อมข้อมูลที่ทำให้ช่างรู้ตั้งแต่ยังไม่มาถึงว่าน่าจะเป็นอะไร
ซึ่งแปลว่าเขาเอาอะไหล่ที่ถูกต้องมาด้วยตั้งแต่รอบแรก แทนที่จะมาสองรอบ
ก่อนอื่น แยกให้ออกก่อนว่าเป็นแบบไหน
คำถามเดียวนี้แบ่งสาเหตุออกเป็นสองกลุ่มที่แทบไม่ทับกันเลย
เอามือไปจ่ออยู่ที่ช่องลมออกสักครึ่งนาที
ถ้าลมที่ออกมาเย็นชัดเจน แต่ห้องไม่เย็น ปัญหาอยู่ที่ปริมาณลม หรืออยู่ที่ห้อง ไม่ได้อยู่ที่ระบบทำความเย็น
กลุ่มนี้แก้เองได้เกือบทั้งหมด
ถ้าลมที่ออกมาไม่เย็นเลย หรือเย็นน้อยมาก ปัญหาอยู่ที่ระบบทำความเย็น
กลุ่มนี้แก้เองได้บางส่วน และที่เหลือต้องใช้เครื่องมือวัด
จำคำตอบของตัวเองไว้ แล้วอ่านต่อ
ข้อที่หนึ่ง รีโมต ซึ่งเป็นเหตุผลที่คนอายที่จะยอมรับ
ตรวจสามอย่างบนรีโมตก่อนแตะอะไรอย่างอื่น
โหมด ถ้าอยู่ในโหมดพัดลม เครื่องจะเป่าลมโดยไม่ทำความเย็นเลย
และถ้าอยู่ในโหมดลดความชื้น เครื่องจะทำงานเบากว่าปกติมาก จนรู้สึกว่าไม่เย็น
อุณหภูมิที่ตั้งไว้ ถ้าตั้งไว้สูงกว่าอุณหภูมิห้องปัจจุบัน คอมเพรสเซอร์จะไม่ทำงานเลย ซึ่งถูกต้องตามการออกแบบ
ตั้งเวลาไว้หรือเปล่า เพราะเครื่องที่ถูกตั้งเวลาปิดไว้จะหยุดกลางดึกโดยไม่มีใครรู้
ข้อนี้ฟังดูเบสิกเกินไป แต่เป็นสาเหตุที่ช่างเจอบ่อยพอที่จะคุ้มกับสามสิบวินาทีที่ใช้ตรวจ
ข้อที่สอง ลมออกแรงพอไหม
ปิดเครื่อง เปิดฝาหน้า ถอดแผ่นกรองออกมาดู
ถ้าแผ่นกรองเป็นแผ่นสีเทาทึบจนมองไม่ทะลุ นั่นคือคำตอบ
ล้างด้วยน้ำเปล่ากับแปรงนุ่ม ตากให้แห้งสนิท แล้วใส่กลับ
เปิดเครื่องใหม่แล้วเทียบความแรงลม
ถ้าลมแรงขึ้นชัดเจนและห้องเริ่มเย็น แปลว่าจบแล้ว
ถ้าล้างแล้วลมยังอ่อนเหมือนเดิม แปลว่าคอยล์ด้านในตันหรือโบลเวอร์สกปรก ซึ่งเป็นงานของช่างตามที่อธิบายไว้ในล้างแอร์เองกับเรียกช่าง ต่างกันตรงไหนที่มองไม่เห็น
ข้อที่สาม คอยล์ร้อนนอกบ้าน ซึ่งเป็นข้อที่คนลืมมากที่สุด
เดินออกไปดูเครื่องด้านนอก ขณะที่แอร์กำลังทำงาน
สิ่งที่ควรเจอคือพัดลมหมุนอยู่ และลมที่ออกมาจากมันร้อน
ถ้าลมที่ออกมาไม่ร้อน แปลว่าความร้อนไม่ได้ถูกทิ้งออกไป ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องบอกช่าง
จากนั้นดูสี่อย่างรอบตัวเครื่อง
- ใบไม้ ฝุ่น หรือขนสัตว์เกาะที่ครีบ ซึ่งฉีดน้ำล้างเบา ๆ ได้เองโดยปิดเบรกเกอร์ก่อน
- ของวางกีดขวางด้านหน้าหรือด้านหลัง เช่น กระถางต้นไม้ กล่อง หรือผ้าที่คลุมไว้แล้วลืมเอาออก
- ระยะห่างจากผนังหรือรั้วที่ชิดเกินไป ซึ่งทำให้ลมร้อนที่พ่นออกไปวนกลับเข้ามาที่เครื่องเอง
- ตำแหน่งที่โดนแดดตรงทั้งวัน ซึ่งทำให้ระบายความร้อนได้แย่ลงในช่วงบ่าย
ข้อที่สามในรายการนี้เป็นสาเหตุที่เจอบ่อยในบ้านที่ต่อเติมทีหลัง แล้วเครื่องนอกบ้านไปอยู่ในช่องแคบระหว่างตัวบ้านกับรั้ว
ข้อที่สี่ ห้องรั่วตรงไหนหรือเปล่า
ข้อนี้ใช้กับกลุ่มที่ลมออกเย็นแต่ห้องไม่เย็น
ลองไล่ดูตามนี้ในตอนบ่ายที่แดดจัดที่สุด
- ประตูห้องปิดสนิทไหม และมีช่องใต้ประตูกว้างแค่ไหน
- หน้าต่างล็อกสนิทหรือแค่ปิด เพราะบานเลื่อนที่ปิดแต่ไม่ล็อกยังมีช่องอากาศผ่าน
- ม่านหนาพอไหมในบานที่แดดส่องตรง เพราะกระจกที่โดนแดดคือเตาความร้อนในห้อง
- มีช่องบนฝ้าที่เปิดโล่งขึ้นไปใต้หลังคาไหม เช่น ช่องเซอร์วิสที่ไม่มีฝาปิด
- พัดลมดูดอากาศในห้องน้ำเปิดค้างอยู่หรือเปล่า เพราะมันดูดอากาศเย็นออกไปตลอดเวลา
บ้านที่แอร์เย็นตอนกลางคืนแต่ไม่เย็นตอนบ่าย มักเป็นเรื่องภาระความร้อนจากแดด ไม่ใช่เรื่องเครื่อง
ข้อที่ห้า ไฟเลี้ยงและเบรกเกอร์
ถ้าเครื่องด้านในทำงานแต่เครื่องด้านนอกเงียบสนิท ให้ดูเบรกเกอร์ก่อน
ในบ้านหลายหลัง เครื่องนอกบ้านมีเบรกเกอร์ย่อยของตัวเองอยู่ใกล้ ๆ ซึ่งอาจทริปโดยที่เบรกเกอร์ในบ้านยังปกติ
ถ้าสับกลับแล้วทริปอีกในเวลาไม่นาน ให้หยุดและเรียกช่าง
อย่าสับกลับซ้ำ ๆ เพราะเบรกเกอร์ที่ทริปซ้ำกำลังบอกว่ามีอะไรผิดปกติจริง ซึ่งไล่หาสาเหตุได้ตามเบรกเกอร์ทริปบ่อย ไล่หาสาเหตุเองได้ก่อนเรียกช่าง
ข้อที่หก ห้องเปลี่ยนไปหรือเปล่า
แอร์ตัวเดิมที่เคยเย็นแล้ววันหนึ่งไม่เย็น บางครั้งไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย แต่ห้องเปลี่ยน
- คนในห้องมากขึ้น เพราะคนหนึ่งคนคือแหล่งความร้อนที่เดินได้
- อุปกรณ์ในห้องมากขึ้น เช่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ตู้เย็นเล็ก หรือจอที่เปิดทั้งวัน
- ทุบผนังรวมห้อง ทำให้แอร์ตัวเดิมต้องรับพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น
- เปลี่ยนหลังคาหรือรื้อฝ้า ทำให้ความร้อนจากใต้หลังคาลงมามากขึ้น
- ตัดต้นไม้ที่เคยบังแดดออก ซึ่งเปลี่ยนภาระความร้อนของผนังด้านนั้นทั้งด้าน
ถ้าเข้าข้อใดข้อหนึ่ง เครื่องอาจไม่ได้เสีย แต่เล็กเกินไปสำหรับห้องที่เปลี่ยนไปแล้ว
สิ่งที่ควรบอกช่างตอนโทร
ข้อมูลห้าอย่างนี้ทำให้ช่างเตรียมตัวมาถูก
- ลมที่ออกมาเย็นหรือไม่เย็น
- ลมแรงปกติหรืออ่อนกว่าเดิม
- เครื่องนอกบ้านทำงานหรือเงียบ และลมที่ออกจากมันร้อนหรือไม่
- มีน้ำหยด มีน้ำแข็ง หรือมีเสียงผิดปกติไหม
- ล้างแอร์ครั้งสุดท้ายเมื่อไร
สังเกตว่าทั้งห้าข้อคือสิ่งที่คุณเพิ่งตรวจไปแล้วในหกข้อข้างต้น
คำถามที่พบบ่อย
ลมออกเย็นแต่ห้องไม่เย็น เกิดจากอะไร
มักเป็นเรื่องปริมาณลมหรือเรื่องห้อง ไม่ใช่ระบบทำความเย็น ให้ตรวจแผ่นกรอง ช่องรั่วของห้อง ม่านบานที่โดนแดด และภาระความร้อนที่เพิ่มขึ้นจากคนหรืออุปกรณ์
ล้างแผ่นกรองแล้วยังไม่ดีขึ้น ต้องทำอะไรต่อ
ถ้าลมยังอ่อนเหมือนเดิม แปลว่าคอยล์ด้านในตันหรือโบลเวอร์สกปรก ซึ่งต้องถอดล้างโดยช่าง เพราะอยู่ในส่วนที่มือเข้าไม่ถึง
เครื่องนอกบ้านไม่หมุน ทำอย่างไร
ตรวจเบรกเกอร์ย่อยที่อยู่ใกล้เครื่องก่อน เพราะอาจทริปโดยที่เบรกเกอร์ในบ้านยังปกติ ถ้าสับกลับแล้วทริปอีกในเวลาไม่นาน ให้หยุดและเรียกช่าง
ทำไมเย็นตอนกลางคืนแต่ไม่เย็นตอนบ่าย
มักเป็นเรื่องภาระความร้อนจากแดด ไม่ใช่เรื่องเครื่อง ให้ดูบานที่แดดส่องตรง ม่านที่บางเกินไป และตำแหน่งของเครื่องนอกบ้านว่าโดนแดดทั้งวันหรือไม่
เครื่องนอกบ้านอยู่ในช่องแคบมีผลไหม
มี เพราะลมร้อนที่พ่นออกไปจะวนกลับเข้ามาที่เครื่องเอง ทำให้ระบายความร้อนได้แย่ลง ควรมีระยะห่างรอบตัวเครื่องและไม่มีของวางกีดขวาง
ต้องเติมน้ำยาหรือเปล่า
ไม่ควรเติมโดยไม่วัด เพราะระบบน้ำยาเป็นระบบปิด ถ้าน้ำยาต่ำแปลว่ามีรอยรั่ว การเติมโดยไม่หารอยรั่วคือการจ่ายซ้ำทุกปี
แอร์เก่ากี่ปีถึงควรเปลี่ยน
ไม่มีตัวเลขตายตัว ให้ดูที่ค่าซ่อมเทียบกับราคาเครื่องใหม่ ความถี่ของการเสีย และว่าเครื่องยังเหมาะกับขนาดห้องปัจจุบันหรือไม่ ซึ่งข้อสุดท้ายมักถูกลืม
สรุป
- แยกก่อนว่าลมออกเย็นหรือไม่เย็น เพราะสองกลุ่มนี้คนละสาเหตุ
- ตรวจโหมด อุณหภูมิที่ตั้ง และการตั้งเวลาบนรีโมตก่อนเสมอ
- ล้างแผ่นกรองแล้วเทียบความแรงลม ซึ่งตอบได้ทันทีว่าใช่หรือไม่
- เดินไปดูเครื่องนอกบ้าน ว่าพัดลมหมุนและลมที่ออกมาร้อนหรือไม่
- ของกีดขวางและช่องแคบรอบเครื่องนอกบ้าน ทำให้ความร้อนวนกลับ
- ห้องที่รั่วและกระจกที่โดนแดด อธิบายอาการเย็นกลางคืนแต่ไม่เย็นกลางวัน
- เบรกเกอร์ย่อยของเครื่องนอกบ้านทริปได้โดยที่เบรกเกอร์ในบ้านยังปกติ
- ห้องที่เปลี่ยนไปทำให้เครื่องเดิมเล็กเกินไป โดยที่เครื่องไม่ได้เสีย
- โทรหาช่างพร้อมข้อมูลห้าข้อ เพื่อให้เขาเอาอะไหล่ที่ถูกต้องมาตั้งแต่รอบแรก