ติดแอร์ยังไงให้เย็นทั่วถึงและไม่กินไฟ
เรื่องนี้ตัดสินกันตอนเลือกขนาดกับตอนติดตั้ง มากกว่าตอนเลือกยี่ห้อ แอร์ที่ใหญ่เกินห้องจะทำให้ห้องเย็นเร็วแล้วตัดการทำงานก่อนที่จะดึงความชื้นออกไป ได้ห้องที่เย็นแต่ชื้นและกินไฟกว่าที่ควร ส่วนคอยล์ร้อนที่วางในที่อับจะดูดลมร้อนของตัวเองกลับเข้าไปทั้งวัน ซึ่งเป็นตัวกินไฟที่ไม่มีใครเห็นในบิล
ยี่ห้อกับรุ่นมีผลจริง แต่มาทีหลังสองเรื่องนี้เสมอ
ขนาด BTU เลือกยังไงไม่ให้ใหญ่เกิน
ช่างส่วนใหญ่ตั้งต้นที่ประมาณ 700 ถึง 900 BTU ต่อตารางเมตร แล้วปรับขึ้นลงตามสภาพห้องจริง ตัวเลขนี้เป็นจุดเริ่ม ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
| ลักษณะห้อง | ปรับอย่างไร |
|---|---|
| ห้องนอนชั้นล่าง ไม่โดนแดดตรง | ใช้ค่าต่ำของช่วง |
| ห้องที่มีผนังหรือหน้าต่างรับแดดบ่าย | ปรับขึ้นไปทางค่าสูง |
| ห้องใต้หลังคาหรือชั้นบนสุด | ปรับขึ้น เพราะรับความร้อนจากหลังคาเพิ่ม |
| ห้องนั่งเล่นที่มีคนอยู่หลายคนและมีทีวี | ปรับขึ้น เพราะคนและอุปกรณ์คือแหล่งความร้อน |
| ห้องครัวเปิดโล่งต่อกับห้องนั่งเล่น | คิดพื้นที่รวมกัน ไม่ใช่คิดเฉพาะห้องที่ติดแอร์ |
| ห้องที่มีฝ้าสูงกว่าปกติ | ปรับขึ้น เพราะปริมาตรอากาศมากกว่าที่พื้นที่บอก |
ที่ต้องระวังคือการเผื่อไว้ก่อน คนไทยจำนวนมากเลือกใหญ่ขึ้นหนึ่งขนาดเพราะกลัวไม่เย็น ผลที่ได้คือแอร์ทำงานสั้น ๆ แล้วตัด ห้องถึงอุณหภูมิเร็วแต่ความชื้นยังอยู่ครบ ความรู้สึกที่ตามมาคือเย็นแล้วแต่เหนียวตัว และคอมเพรสเซอร์ที่ตัดต่อบ่อยก็ใช้ไฟมากกว่าการเดินยาว ๆ ที่รอบต่ำ
แอร์ที่เล็กเกินไปก็ไม่ดี เพราะจะเดินเต็มกำลังตลอดเวลาและไม่ถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ แต่ในบ้านไทยส่วนใหญ่ ปัญหาที่เจอบ่อยกว่าคือใหญ่เกิน ไม่ใช่เล็กเกิน
ตำแหน่งคอยล์เย็น เรื่องที่ทำให้เย็นไม่ทั่วห้อง
- ให้ลมวิ่งไปตามด้านยาวของห้อง ไม่ใช่เป่าชนผนังที่อยู่ห่างออกไปสองเมตร ลมที่ชนผนังเร็วเกินไปจะวนกลับเข้าเครื่องแทนที่จะกวาดทั้งห้อง
- อย่าเป่าลงหัวเตียงตรง ๆ เพราะจะจบด้วยการตั้งอุณหภูมิสูงขึ้นเพื่อหนีลม ซึ่งทำให้ห้องส่วนที่เหลือไม่เย็น
- อย่าติดเหนือประตูที่เปิดบ่อย ลมเย็นจะออกไปทางประตูก่อนที่จะทำงานในห้อง
- เว้นระยะจากฝ้าตามที่คู่มือกำหนด เครื่องต้องมีที่ให้ดูดอากาศกลับด้านบน ถ้าชิดฝ้าเกินไปอากาศจะไหลไม่พอ
- อย่าให้มีตู้สูงหรือชั้นวางบังทางลม เฟอร์นิเจอร์ที่ย้ายมาทีหลังคือสาเหตุยอดฮิตของคำว่าแอร์เริ่มไม่เย็น
คอยล์ร้อน จุดที่คนมองข้ามที่สุด
คอยล์ร้อนทำงานด้วยการทิ้งความร้อนออกสู่อากาศรอบตัว ถ้าอากาศรอบตัวมันร้อนอยู่แล้ว มันก็ทิ้งความร้อนได้น้อยลง และต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อผลลัพธ์เท่าเดิม
- เว้นระยะรอบเครื่องตามคู่มือ โดยเฉพาะด้านที่พัดลมเป่าออก การวางชิดผนังทึบทำให้ลมร้อนย้อนกลับเข้าด้านดูด
- อย่าวางในช่องแคบที่ปิดสามด้าน ซอยข้างบ้านที่แคบมากคือกรณีคลาสสิก อากาศร้อนสะสมอยู่ตรงนั้นทั้งวัน
- ให้อยู่ในร่มถ้าทำได้ แต่ร่มต้องไม่ปิดกั้นทางลม กันสาดที่โปร่งดีกว่าตู้ครอบที่ทึบ
- ถ้ามีหลายเครื่องเรียงกัน อย่าให้ลมร้อนของเครื่องหนึ่งเป่าเข้าด้านดูดของอีกเครื่อง
- ตั้งให้ได้ระดับและยึดให้แน่น ขายึดที่สั่นคือที่มาของเสียงและของท่อที่ล้าจนรั่วในภายหลัง
เรื่องความร้อนสะสมรอบบ้านยังโยงกับคุณภาพอากาศและการระบายอากาศโดยรวมด้วย ซึ่งอยู่ใน อากาศในบ้านกับฝุ่น PM2.5
ความยาวท่อน้ำยาและงานติดตั้งที่ไม่มีใครถาม
แต่ละรุ่นมีความยาวท่อมาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ในคู่มือ ถ้าเดินท่อยาวกว่านั้น ความสามารถในการทำความเย็นจะลดลง และบางกรณีต้องเติมน้ำยาเพิ่มตามสูตรของผู้ผลิต ไม่ใช่เติมตามความรู้สึก
- ถามช่างก่อนติดว่าท่อจะยาวเท่าไร และเกินความยาวมาตรฐานของรุ่นนั้นหรือไม่
- ท่อน้ำยาต้องหุ้มฉนวนตลอดแนว รวมถึงช่วงที่อยู่นอกบ้าน ฉนวนที่ขาดคือหยดน้ำและความเย็นที่หายไประหว่างทาง
- ท่อน้ำทิ้งต้องมีความลาดเอียงลงตลอด ไม่มีช่วงแอ่น น้ำหยดจากคอยล์เย็นเกือบทั้งหมดมาจากข้อนี้
- แอร์ควรมีวงจรไฟและเบรกเกอร์ของตัวเอง ไม่ใช่พ่วงกับปลั๊กรวมของห้อง
- ขอให้ช่างทำสุญญากาศในระบบก่อนปล่อยน้ำยา ไม่ใช่ไล่อากาศด้วยน้ำยา
อินเวอร์เตอร์คุ้มกับใคร
| อินเวอร์เตอร์ | ระบบธรรมดา | |
|---|---|---|
| วิธีทำงาน | ปรับรอบคอมเพรสเซอร์ตามภาระจริง | เดินเต็มกำลังแล้วตัด สลับกันไป |
| เหมาะกับ | ห้องที่เปิดยาวหลายชั่วโมง เช่น ห้องนอน | ห้องที่เปิดสั้น ๆ นาน ๆ ครั้ง |
| ความสม่ำเสมอของอุณหภูมิ | นิ่งกว่า | แกว่งขึ้นลงรอบจุดที่ตั้ง |
| ค่าเครื่อง | สูงกว่า | ต่ำกว่า |
| ค่าซ่อมเมื่อบอร์ดเสีย | สูงกว่า | ต่ำกว่า |
ข้อสรุปที่ใช้ได้จริงคือ ยิ่งเปิดนาน อินเวอร์เตอร์ยิ่งได้เปรียบ ห้องนอนที่เปิดคืนละแปดชั่วโมงคือเคสที่คุ้มชัดเจน ส่วนห้องรับแขกที่เปิดเดือนละไม่กี่ครั้ง ส่วนต่างค่าเครื่องอาจไม่คืนทุนในอายุการใช้งาน
อ่านฉลากให้เป็น และคำนวณค่าไฟเองได้
ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ของ กฟผ. เปลี่ยนมาใช้ระบบติดดาวตั้งแต่ 1 มกราคม 2562 โดยใช้ค่า SEER เป็นเกณฑ์แบ่งระดับดาว ดาวยิ่งมาก แปลว่า SEER ยิ่งสูง
SEER มีหน่วยเป็น BTU ต่อชั่วโมงต่อวัตต์ ซึ่งแปลว่าคุณประมาณกำลังไฟที่เครื่องใช้ตอนทำงานเต็มที่ได้เอง
- เอาขนาด BTU หารด้วยค่า SEER จะได้กำลังไฟโดยประมาณเป็นวัตต์
- เช่น เครื่อง 12,000 BTU ที่ SEER 20 จะอยู่ราว 600 วัตต์ตอนทำงานเต็มกำลัง
- เอาวัตต์หารด้วย 1,000 คูณจำนวนชั่วโมง จะได้หน่วยไฟฟ้าที่ใช้
- คูณด้วยค่าไฟต่อหน่วยที่อยู่ในบิลของคุณเอง ไม่ใช่ตัวเลขที่เห็นในโฆษณา เพราะอัตราค่าไฟเปลี่ยนตามรอบและตามปริมาณการใช้
ตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณตอนเดินเต็มกำลัง เครื่องอินเวอร์เตอร์ที่เดินรอบต่ำจะใช้น้อยกว่านี้ แต่มันเพียงพอสำหรับการเทียบสองรุ่นที่กำลังลังเลอยู่
สิ่งที่ทำได้หลังติดตั้งไปแล้ว
- ล้างฟิลเตอร์ทุกสองถึงสี่สัปดาห์ ถ้ามีฝุ่นเยอะหรือเลี้ยงสัตว์ให้ถี่ขึ้น ฟิลเตอร์ตันทำให้ลมผ่านน้อยลงและเครื่องต้องทำงานนานขึ้นเพื่อผลเท่าเดิม
- ล้างคอยล์ตามรอบ คอยล์ที่มีคราบฝุ่นจับแลกเปลี่ยนความร้อนได้แย่ลง โดยเฉพาะคอยล์ร้อนที่อยู่กลางแจ้ง
- ตั้งอุณหภูมิที่อยู่สบายแล้วปล่อยไว้ การตั้งต่ำมากตอนเปิดเครื่องไม่ได้ทำให้ห้องเย็นเร็วขึ้น เพราะแอร์บ้านไม่ได้ทำงานแรงขึ้นตามตัวเลขที่ตั้ง
- ใช้พัดลมช่วยกระจายลม ลมที่เคลื่อนทำให้รู้สึกเย็นขึ้นโดยไม่ต้องลดอุณหภูมิที่ตั้งไว้
- ปิดช่องรั่วของอากาศ ใต้ประตู ช่องท่อ และผ้าม่านที่กันแดดบ่ายได้ ช่วยได้มากกว่าที่คิด
ถ้ากำลังดูบ้านที่จะซื้อ ให้ดูตำแหน่งคอยล์ร้อนที่มีอยู่เดิมด้วย บ้านที่วางคอยล์ร้อนไว้ในที่อับตั้งแต่แรกคือค่าใช้จ่ายที่ติดมากับบ้าน ดูรายการทรัพย์ได้ที่ ทรัพย์ประกาศขาย
คำถามที่พบบ่อย
เลือก BTU เท่าไรถึงจะพอ
ช่างส่วนใหญ่ตั้งต้นที่ราว 700 ถึง 900 BTU ต่อตารางเมตร แล้วปรับขึ้นตามแดดที่กระทบ ความสูงฝ้า จำนวนคน และอุปกรณ์ที่ปล่อยความร้อนในห้อง
เผื่อ BTU ไว้ก่อนดีไหม
ไม่ดี เครื่องที่ใหญ่เกินจะทำอุณหภูมิถึงเร็วแล้วตัดก่อนที่จะดึงความชื้นออก ทำให้ห้องเย็นแต่ชื้น และการตัดต่อบ่อยใช้ไฟมากกว่าการเดินยาวที่รอบต่ำ
ทำไมแอร์เย็นไม่ทั่วห้อง
ส่วนใหญ่มาจากทิศทางลมที่ไม่ได้วิ่งไปตามด้านยาวของห้อง มีเฟอร์นิเจอร์บังทางลม หรือติดตั้งเหนือประตูที่เปิดปิดบ่อย
คอยล์ร้อนวางในซอยแคบข้างบ้านได้ไหม
ได้แต่ไม่ควร เพราะลมร้อนที่เครื่องเป่าออกจะสะสมและถูกดูดกลับเข้าไปใหม่ ทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้นเพื่อผลลัพธ์เท่าเดิม
ท่อน้ำยายาวมีผลไหม
มี แต่ละรุ่นมีความยาวมาตรฐานกำหนดไว้ในคู่มือ ถ้ายาวเกินกว่านั้นความสามารถในการทำความเย็นจะลดลง และอาจต้องเติมน้ำยาเพิ่มตามสูตรของผู้ผลิต
อินเวอร์เตอร์คุ้มกว่าจริงไหม
คุ้มเมื่อเปิดใช้งานยาวหลายชั่วโมงต่อวัน เช่น ห้องนอน ส่วนห้องที่เปิดสั้นและนาน ๆ ครั้ง ส่วนต่างค่าเครื่องอาจไม่คืนทุน
ประมาณค่าไฟของแอร์เองได้อย่างไร
เอาขนาด BTU หารด้วยค่า SEER บนฉลากจะได้กำลังไฟโดยประมาณเป็นวัตต์ แล้วหารด้วย 1,000 คูณชั่วโมงที่ใช้ และคูณด้วยค่าไฟต่อหน่วยในบิลของคุณเอง
ตั้งอุณหภูมิต่ำสุดตอนเปิดเครื่องช่วยให้เย็นเร็วขึ้นไหม
ไม่ช่วย เพราะแอร์บ้านไม่ได้ทำความเย็นแรงขึ้นตามตัวเลขที่ตั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นคือเครื่องเดินนานเกินจำเป็นและห้องเย็นเกินไป
สรุป
- ความเย็นทั่วถึงและค่าไฟตัดสินกันที่ขนาดและการติดตั้ง มากกว่าที่ยี่ห้อ
- เริ่มจากราว 700 ถึง 900 BTU ต่อตารางเมตร แล้วปรับตามแดด ความสูงฝ้า จำนวนคน และอุปกรณ์ในห้อง
- การเผื่อขนาดไว้ก่อนทำให้ห้องเย็นแต่ชื้น เพราะเครื่องตัดก่อนจะดึงความชื้นออก
- ให้ลมวิ่งไปตามด้านยาวของห้อง และอย่าให้เฟอร์นิเจอร์บังทางลม
- คอยล์ร้อนในที่อับจะดูดลมร้อนของตัวเองกลับเข้าไป และเป็นค่าไฟที่มองไม่เห็น
- ถามความยาวท่อน้ำยาก่อนติดตั้ง และให้แอร์มีวงจรไฟกับเบรกเกอร์ของตัวเอง
- ฉลากเบอร์ 5 ติดดาวใช้ค่า SEER เป็นเกณฑ์ และเอา BTU หารด้วย SEER จะประมาณกำลังไฟเป็นวัตต์ได้เอง
