ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยคุ้มครองแผ่นดินไหวเท่าไร
กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบมาตรฐานคุ้มครองภัยธรรมชาติ 4 ภัย คือลมพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว และลูกเห็บ ในวงเงินที่รวมกันแล้วไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี ตามเงื่อนไขความคุ้มครองมาตรฐานที่ใช้กันในตลาดประกันภัยไทย
ตัวเลข 20,000 บาทคือจุดที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด เพราะทุนประกันของกรมธรรม์อาจเป็นหลายล้านบาท แต่วงเงินสำหรับภัยธรรมชาติทั้งสี่รวมกันเป็นวงเงินย่อยที่แยกออกมา ไม่ใช่ทุนประกันเต็มจำนวน
แปลว่าบ้านที่ทำประกันอัคคีภัยไว้ 3 ล้านบาท ถ้าเสียหายจากแผ่นดินไหว 200,000 บาท จะได้รับชดใช้ตามวงเงินภัยธรรมชาติที่กรมธรรม์ระบุไว้ ไม่ใช่ 200,000 บาท เว้นแต่ซื้อความคุ้มครองภัยแผ่นดินไหวเพิ่มไว้
สิ่งที่ต้องทำจึงไม่ใช่การเดา แต่คือหยิบตารางกรมธรรม์ขึ้นมาอ่านบรรทัดภัยธรรมชาติ แล้วดูว่าวงเงินเขียนไว้เท่าไรและมีการซื้อขยายความคุ้มครองไว้หรือไม่
ใครประกันอะไรในคอนโด
ในอาคารชุด การประกันภัยแบ่งเป็นสองชั้นตามลักษณะของทรัพย์ นิติบุคคลอาคารชุดดูแลการประกันทรัพย์ส่วนกลาง ส่วนเจ้าของร่วมดูแลห้องชุดของตัวเองและทรัพย์สินภายใน
พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 ไม่ได้กำหนดหน้าที่เรื่องการทำประกันภัยไว้เป็นมาตราเฉพาะ เรื่องนี้จึงอยู่ในข้อบังคับของนิติบุคคลและมติที่ประชุมใหญ่ ซึ่งหมายความว่าเจ้าของร่วมต้องอ่านข้อบังคับของอาคารตัวเอง ไม่ใช่สมมติว่ามีคนทำไว้แล้ว
คำถามที่ควรถามในที่ประชุมใหญ่มีสามข้อ คือกรมธรรม์ของอาคารคุ้มครองภัยแผ่นดินไหวในวงเงินเท่าไร ทุนประกันสะท้อนมูลค่าก่อสร้างปัจจุบันหรือยัง และค่าเสียหายส่วนแรกที่นิติบุคคลต้องรับผิดชอบเองเป็นเท่าไร
ส่วนของเจ้าของร่วมที่มักไม่มีใครประกันคือส่วนตกแต่งที่ทำเพิ่มเข้าไปในห้อง เพราะไม่ใช่ทรัพย์ส่วนกลางและไม่ได้อยู่ในกรมธรรม์ของอาคาร เรื่องขอบเขตทรัพย์ส่วนกลางกับสิทธิของเจ้าของร่วมอยู่ในบทความค่าส่วนกลางคอนโด
อาคารของคุณถูกออกแบบให้ต้านแผ่นดินไหวหรือไม่
กฎกระทรวงกำหนดการรับน้ำหนัก ความต้านทาน ความคงทนของอาคาร และพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว พ.ศ. 2564 เป็นฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยแบ่งพื้นที่เฝ้าระวังเป็นบริเวณที่ 1 บริเวณที่ 2 และบริเวณที่ 3 และกำหนดข้อกำหนดการออกแบบสำหรับอาคารที่อยู่ในบริเวณเหล่านั้น
ฉบับนี้ออกแทนกฎกระทรวงฉบับ พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นฉบับแรกที่วางข้อกำหนดเรื่องการต้านทานแรงสั่นสะเทือนไว้อย่างเป็นระบบ
ข้อที่ผู้ซื้อควรจับให้ได้คือปีที่ขออนุญาตก่อสร้าง เพราะอาคารที่ได้รับอนุญาตก่อนกฎกระทรวงฉบับปี 2550 ไม่ได้ถูกบังคับให้ออกแบบต้านทานแผ่นดินไหวตามเกณฑ์นั้น ซึ่งไม่ได้แปลว่าอาคารไม่ปลอดภัย แต่แปลว่าเกณฑ์ที่ใช้ตอนออกแบบเป็นเกณฑ์เก่ากว่า
มาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่วิศวกรใช้อ้างอิงคือ มยผ. 1301/1302-61 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งเป็นเอกสารที่ถามหาได้จากผู้ออกแบบหรือนิติบุคคลของอาคาร
หลังแผ่นดินไหว ทำอะไรก่อนหลัง
ขั้นแรกคือความปลอดภัยของคน ไม่ใช่การถ่ายรูป ออกจากอาคารตามเส้นทางหนีไฟถ้ามีเสียงหรือรอยแตกที่ผิดปกติ และอย่าใช้ลิฟต์
ขั้นที่สองคือบันทึกความเสียหายให้ครบก่อนแก้ไขอะไร ถ่ายรูปรอยแตกทุกจุดพร้อมของอ้างอิงขนาด ถ่ายมุมกว้างให้เห็นตำแหน่งในห้อง และเก็บวันเวลาไว้ เพราะการเคลมต้องพิสูจน์ว่าความเสียหายเกิดจากเหตุการณ์นั้น
ขั้นที่สามคือแจ้งนิติบุคคลอาคารชุดเป็นหนังสือ เพื่อให้ความเสียหายของทรัพย์ส่วนกลางเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและเคลมของอาคาร ไม่ใช่ค้างอยู่ในกลุ่มไลน์
ขั้นที่สี่คือแจ้งบริษัทประกันของตัวเองภายในกำหนดที่กรมธรรม์ระบุ แล้วขอให้ระบุชัดว่าความเสียหายส่วนไหนอยู่ในวงเงินภัยธรรมชาติและส่วนไหนอยู่ในความคุ้มครองที่ซื้อเพิ่ม
สำหรับการอ่านรอยแตกว่าอันไหนเป็นเรื่องโครงสร้างและอันไหนรอได้ ให้ใช้เกณฑ์ในบทความรอยร้าวที่อันตราย เป็นตัวตั้งต้น แล้วให้วิศวกรตรวจถ้าเข้าเกณฑ์ที่ต้องตรวจ
ซื้อความคุ้มครองเพิ่มอย่างไรให้พอดี
เริ่มจากตัวเลขที่ต้องรู้สองตัว คือมูลค่าก่อสร้างใหม่ของสิ่งปลูกสร้าง และมูลค่าทรัพย์สินภายในที่ต้องซื้อใหม่จริงถ้าหายไปทั้งหมด ทั้งสองตัวนี้ไม่ใช่ราคาซื้อบ้านและไม่ใช่ราคาประเมินทุนทรัพย์
จากนั้นดูวงเงินภัยธรรมชาติในกรมธรรม์ปัจจุบัน แล้วถามบริษัทประกันว่าซื้อขยายความคุ้มครองภัยแผ่นดินไหวแยกได้ในวงเงินเท่าไร และเบี้ยเพิ่มเท่าไร
ข้อที่ควรถามเพิ่มคือค่าเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันต้องรับเอง เพราะวงเงินที่สูงขึ้นพร้อมค่าเสียหายส่วนแรกที่สูงขึ้นอาจไม่ช่วยอะไรกับความเสียหายขนาดกลางที่เกิดบ่อยกว่า
สำหรับเจ้าของที่ปล่อยเช่า ควรแยกให้ชัดว่าใครประกันอะไรระหว่างเจ้าของกับผู้เช่า และเขียนไว้ในสัญญาเช่า ส่วนหน้าที่ซ่อมแซมตามกฎหมายอยู่ในบทความใครจ่ายค่าซ่อมบ้านเช่า
และถ้ากำลังจะซื้อคอนโดในตึกสูง การถามเรื่องปีที่ขออนุญาตก่อสร้างและกรมธรรม์ของอาคารเป็นคำถามที่ควรถามก่อนวางมัดจำ พร้อมกับรายการตรวจรับห้องในเช็กลิสต์ตรวจรับคอนโด
คำถามที่พบบ่อย
ประกันอัคคีภัยบ้านคุ้มครองแผ่นดินไหวไหม
คุ้มครอง แต่เป็นวงเงินย่อยรวมกับภัยธรรมชาติอื่น กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยแบบมาตรฐานคุ้มครองลมพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว และลูกเห็บ รวมกันไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี เว้นแต่ซื้อความคุ้มครองเพิ่ม
วงเงิน 20,000 บาทคิดต่อครั้งหรือต่อปี
เป็นวงเงินรวมของภัยธรรมชาติทั้งสี่ภัยต่อปีตามเงื่อนไขมาตรฐาน จึงควรตรวจตารางกรมธรรม์ของตัวเองเพื่อยืนยันถ้อยคำที่ใช้จริง
ซื้อความคุ้มครองแผ่นดินไหวเพิ่มได้ไหม
ได้ โดยขอขยายความคุ้มครองภัยแผ่นดินไหวกับบริษัทประกัน ซึ่งจะมีวงเงินและเบี้ยแยกจากความคุ้มครองมาตรฐาน และควรถามค่าเสียหายส่วนแรกที่ต้องรับเองด้วย
คอนโดเสียหายจากแผ่นดินไหว ใครเคลม
ทรัพย์ส่วนกลางเป็นเรื่องของนิติบุคคลอาคารชุดตามข้อบังคับและมติที่ประชุมใหญ่ ส่วนห้องชุด ทรัพย์สินภายใน และส่วนตกแต่งที่ทำเพิ่ม เป็นเรื่องของเจ้าของร่วมเอง
ตึกที่สร้างก่อนปี 2550 ไม่ปลอดภัยหรือ
ไม่ได้แปลว่าไม่ปลอดภัย แต่แปลว่าไม่ได้ถูกบังคับให้ออกแบบตามเกณฑ์ต้านทานแรงสั่นสะเทือนของกฎกระทรวงฉบับปี 2550 ซึ่งภายหลังมีฉบับ พ.ศ. 2564 ใช้แทน
หลังแผ่นดินไหวควรทำอะไรก่อน
ดูความปลอดภัยของคนก่อน แล้วบันทึกความเสียหายด้วยภาพถ่ายพร้อมของอ้างอิงขนาดก่อนซ่อมอะไร จากนั้นแจ้งนิติบุคคลเป็นหนังสือและแจ้งบริษัทประกันภายในกำหนดของกรมธรรม์
รอยแตกแบบไหนต้องให้วิศวกรดู
รอยแตกที่เสา คาน หรือพื้นร้ายแรงกว่ารอยที่ผนังเบา และรอยที่เห็นเหล็กเสริมเป็นสัญญาณที่ต้องให้วิศวกรตรวจ รายละเอียดอยู่ในบทความเรื่องรอยร้าวที่อันตราย
ผู้เช่าต้องทำประกันไหม
กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่ทรัพย์สินของผู้เช่าไม่ได้อยู่ในกรมธรรม์ของเจ้าของ จึงควรตกลงในสัญญาเช่าให้ชัดว่าใครประกันอะไร
สรุป
- กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยแบบมาตรฐานคุ้มครองภัยธรรมชาติ 4 ภัยรวมกันไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี ซึ่งเป็นวงเงินย่อย ไม่ใช่ทุนประกันเต็มจำนวน
- ความคุ้มครองภัยแผ่นดินไหวที่เพียงพอต้องซื้อขยายเพิ่ม และควรถามค่าเสียหายส่วนแรกที่ต้องรับเอง
- ในคอนโด นิติบุคคลดูแลประกันทรัพย์ส่วนกลาง เจ้าของร่วมดูแลห้องชุดและส่วนตกแต่งที่ทำเพิ่ม
- กฎกระทรวงต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวฉบับ พ.ศ. 2564 ใช้แทนฉบับ พ.ศ. 2550 และแบ่งพื้นที่เฝ้าระวังเป็นสามบริเวณ
- ปีที่ขออนุญาตก่อสร้างบอกได้ว่าอาคารถูกออกแบบตามเกณฑ์ใด จึงเป็นคำถามที่ควรถามก่อนซื้อ
- หลังเกิดเหตุ ให้บันทึกความเสียหายก่อนซ่อม แจ้งนิติบุคคลเป็นหนังสือ และแจ้งประกันภายในกำหนดของกรมธรรม์