ยุค Wi-Fi 7 แล้ว ยังต้องเดินสาย LAN ในบ้านอยู่ไหม

ต้อง และต้องมากกว่าเดิมด้วย เพราะความเร็วของ Wi-Fi 7 มาจากคลื่นย่าน 6 GHz ซึ่งเป็นย่านที่ทะลุผนังได้แย่ที่สุดในสามย่าน บ้านไทยที่ก่ออิฐฉาบปูนจึงบังคับให้ต้องมีจุดกระจายสัญญาณหลายจุด และทุกจุดต้องมีสายวิ่งไปหา ไม่งั้นสัญญาณจะตกกลับไปที่ย่านเดิมโดยที่คุณไม่รู้ตัว

เราเตอร์ตัวเดียวราคาสองหมื่นวางไว้กลางบ้าน ให้ผลแย่กว่าอุปกรณ์สามตัวราคารวมเท่ากันที่มีสายวิ่งถึงทุกตัว

ทำไม Wi-Fi ที่เร็วขึ้นถึงต้องการสายมากขึ้น

ย่านความถี่ความเร็วทะลุผนัง
2.4 GHzต่ำสุดดีที่สุด ไปได้ไกล
5 GHzกลางปานกลาง
6 GHzสูงสุด และเป็นย่านที่ทำให้ Wi-Fi 7 น่าสนใจแย่ที่สุด ระยะสั้นที่สุด

ผลที่ตามมาในบ้านจริงคือ อุปกรณ์ของคุณจะเชื่อมย่าน 6 GHz ได้เฉพาะตอนอยู่ห้องเดียวกับเราเตอร์ เดินข้ามผนังไปหนึ่งห้องมันก็สลับไปย่าน 5 GHz โดยอัตโนมัติ แล้วความเร็วที่จ่ายเงินซื้อมาก็หายไปพร้อมกัน

วิธีแก้ไม่ใช่ซื้อเราเตอร์แรงขึ้น แต่คือวางจุดกระจายสัญญาณให้ใกล้คนใช้มากขึ้น และแต่ละจุดต้องรับข้อมูลมาทางสาย

เมชแบบไร้สายกับเมชที่มีสาย ต่างกันมากกว่าที่คิด

ระบบเมชที่เชื่อมกันเองแบบไร้สาย ต้องใช้คลื่นทั้งรับข้อมูลจากตัวหลักและกระจายให้อุปกรณ์ในเวลาเดียวกัน ผลคือแบนด์วิดท์ที่ใช้ได้จริงลดลงอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละทอด และยิ่งต่อกันหลายทอดยิ่งลดลงอีก

ถ้าเดินสายไปที่จุดกระจายแต่ละจุด ปัญหานี้หายไปทั้งหมด เพราะแต่ละจุดใช้คลื่นทำงานอย่างเดียวคือคุยกับอุปกรณ์ของคุณ

นี่คือเหตุผลที่การเดินสายในบ้านไม่ได้ล้าสมัย มันคือสิ่งที่ทำให้ของไร้สายทำงานได้เต็มที่

ช่างคนไทยกำลังร้อยสายแลนผ่านท่อร้อยสายในบ้านที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ

เลือกสายอะไร และเรื่องที่สำคัญกว่าการเลือกสาย

Cat 6Cat 6A
รองรับ 10 กิกะบิต ได้ระยะประมาณ 55 เมตรเต็ม 100 เมตรตามมาตรฐาน
ขนาดสายและความแข็งเล็กกว่า ดัดง่ายกว่าใหญ่และแข็งกว่า ต้องการรัศมีโค้งมากกว่า
เหมาะกับบ้านทั่วไปที่ระยะเดินสายไม่ยาวบ้านใหญ่ อาคารหลายชั้น หรืออยากเผื่ออนาคตยาว ๆ

ระยะเดินสายในบ้านเดี่ยวส่วนใหญ่ไม่ถึง 55 เมตรอยู่แล้ว Cat 6 จึงพอสำหรับบ้านทั่วไป แต่ถ้ากำลังสร้างใหม่และส่วนต่างค่าสายไม่กี่พัน การใช้ Cat 6A ก็ไม่ใช่การเสียเงินเปล่า

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญกว่าการเลือกประเภทสายคือ ท่อร้อยสาย เพราะสายจะล้าสมัยวันหนึ่ง แต่ท่อที่วางไว้ทำให้คุณเปลี่ยนสายได้โดยไม่ต้องทุบผนัง คนที่ฝังสายไว้ในปูนโดยไม่มีท่อ คือคนที่ต้องอยู่กับสายเส้นนั้นไปตลอดอายุบ้าน

เดินไปที่ไหนบ้าง

  • ฝ้าเพดานกลางบ้านแต่ละชั้น สำหรับจุดกระจายสัญญาณ ไม่ใช่มุมห้อง เพราะสัญญาณกระจายเป็นวงกลม
  • ผนังทีวี อย่างน้อยสองเส้น เพราะทีวีกับกล่องรับสัญญาณเป็นคนละอุปกรณ์
  • โต๊ะทำงานทุกตัวที่มีจริง ไม่ใช่ทุกห้องนอน
  • จุดกล้องวงจรปิดรอบบ้าน ซึ่งใช้สายเดียวได้ทั้งข้อมูลและไฟถ้าใช้ PoE
  • เผื่อไว้อีกหนึ่งเส้นต่อจุด เพราะค่าสายถูกกว่าค่าแรงมาก และค่าแรงถูกกว่าการทุบผนังทีหลัง

ข้อสุดท้ายคือข้อที่ทำให้คนเสียใจมากที่สุด สายหนึ่งเส้นราคาไม่กี่บาทต่อเมตร แต่การเดินสายเพิ่มหนึ่งเส้นในบ้านที่ฉาบและทาสีเสร็จแล้ว มีต้นทุนคนละระดับกัน

จุดกระจายสัญญาณไร้สายทรงกลมสีขาวติดอยู่บนฝ้าเพดานทางเดินในบ้าน

ตำแหน่งตู้แร็คและเรื่องไฟ

  • อย่าวางตู้ในโถงหลังคา ความร้อนสะสมทั้งวันคือศัตรูของอุปกรณ์เครือข่าย
  • วางใกล้จุดที่ไฟเบอร์เข้าบ้าน เพื่อไม่ให้ต้องเดินสายจากผู้ให้บริการยาวข้ามบ้าน
  • ต้องมีปลั๊กและการระบายอากาศ ตู้ปิดสนิทในช่องแคบคืออุปกรณ์ที่ร้อนและอายุสั้น
  • อย่าเดินสายข้อมูลในท่อเดียวกับสายไฟฟ้ากำลัง ให้แยกท่อ และถ้าต้องตัดผ่านกันให้ตัดเป็นมุมฉาก
  • ใช้ PoE ถ้าจุดกระจายอยู่บนฝ้า จะได้ไม่ต้องมีปลั๊กไฟบนเพดาน ซึ่งทั้งดูไม่ดีและเพิ่มงาน

เรื่องการเลือกแพลตฟอร์มสมาร์ทโฮมและอุปกรณ์ที่จะมาต่อกับเครือข่ายนี้ อยู่ใน คู่มือสมาร์ทโฮมสำหรับบ้านไทย ส่วนเรื่องค่าไฟของอุปกรณ์ในบ้านอยู่ใน ระบบไฟบ้านอัจฉริยะลดค่าไฟจริงแค่ไหน

ถ้าบ้านสร้างเสร็จแล้วและไม่มีท่อ

วิธีได้อะไรข้อจำกัด
เดินสายลอยในรางเก็บสายได้ความเร็วเต็มเหมือนฝังผนังเห็นราง ต้องยอมรับเรื่องความสวยงาม
ใช้อุปกรณ์ส่งข้อมูลผ่านสายไฟในบ้านไม่ต้องเดินสายใหม่ความเร็วขึ้นกับสภาพวงจรไฟ และมักตกลงมากเมื่อข้ามเบรกเกอร์คนละตัว
เมชไร้สายหลายตัวติดตั้งเร็วที่สุดแบนด์วิดท์ลดลงในแต่ละทอด
เดินสายเฉพาะเส้นเดียวไปชั้นบนแก้ปัญหาได้เกือบหมดด้วยงานน้อยที่สุดต้องหาช่องทางเดินสายที่ยอมรับได้

แถวสุดท้ายคือทางออกที่คุ้มที่สุดสำหรับบ้านสองชั้นที่สร้างเสร็จแล้ว สายเส้นเดียวขึ้นไปชั้นบนเพื่อเลี้ยงจุดกระจายสัญญาณอีกตัว แก้ปัญหาได้มากกว่าการเปลี่ยนเราเตอร์สามรอบ

คำถามที่พบบ่อย

มี Wi-Fi 7 แล้วยังต้องเดินสาย LAN ไหม

ต้อง เพราะความเร็วของ Wi-Fi 7 มาจากย่าน 6 GHz ซึ่งทะลุผนังได้แย่ที่สุด บ้านที่ก่ออิฐฉาบปูนจึงต้องมีจุดกระจายหลายจุด และแต่ละจุดควรรับข้อมูลมาทางสาย

เมชไร้สายไม่พอหรือ

พอสำหรับบางบ้าน แต่จุดกระจายที่เชื่อมกันเองแบบไร้สายต้องใช้คลื่นทั้งรับและส่งพร้อมกัน ทำให้แบนด์วิดท์ที่ใช้ได้จริงลดลงในแต่ละทอด

Cat 6 กับ Cat 6A ต่างกันอย่างไร

Cat 6 รองรับ 10 กิกะบิตได้ราว 55 เมตร ส่วน Cat 6A รองรับได้เต็ม 100 เมตรตามมาตรฐาน ระยะในบ้านทั่วไปมักไม่ถึง 55 เมตรอยู่แล้ว

อะไรสำคัญกว่าการเลือกประเภทสาย

ท่อร้อยสาย เพราะสายจะล้าสมัยได้ แต่ท่อทำให้เปลี่ยนสายในอนาคตได้โดยไม่ต้องทุบผนัง

ควรวางจุดกระจายสัญญาณตรงไหน

บนฝ้าเพดานกลางพื้นที่ใช้งานของแต่ละชั้น ไม่ใช่มุมห้อง เพราะสัญญาณกระจายออกเป็นวงรอบตัวอุปกรณ์

เดินสายข้อมูลรวมท่อกับสายไฟได้ไหม

ไม่ควร ให้แยกท่อกัน และถ้าจำเป็นต้องตัดผ่านกันให้ตัดเป็นมุมฉาก

ตู้แร็คควรอยู่ที่ไหน

ใกล้จุดที่ไฟเบอร์เข้าบ้าน มีปลั๊กไฟและการระบายอากาศ และไม่ควรอยู่ในโถงหลังคาที่สะสมความร้อน

บ้านสร้างเสร็จแล้วทำอะไรได้บ้าง

ทางที่คุ้มที่สุดมักเป็นการเดินสายเพียงเส้นเดียวขึ้นชั้นบนเพื่อเลี้ยงจุดกระจายสัญญาณอีกตัว ซึ่งแก้ปัญหาได้มากกว่าการเปลี่ยนเราเตอร์

สรุป

  • Wi-Fi ที่เร็วขึ้นต้องการสายมากขึ้น เพราะย่าน 6 GHz ที่ให้ความเร็วสูงสุดทะลุผนังได้แย่ที่สุด
  • เราเตอร์ตัวเดียวที่ราคาแพงให้ผลแย่กว่าจุดกระจายหลายจุดที่มีสายวิ่งถึง
  • เมชที่เชื่อมกันแบบไร้สายเสียแบนด์วิดท์ในแต่ละทอด ส่วนเมชที่มีสายไม่เสีย
  • Cat 6 รองรับ 10 กิกะบิตได้ราว 55 เมตร ส่วน Cat 6A ได้เต็ม 100 เมตร
  • ท่อร้อยสายสำคัญกว่าประเภทสาย เพราะมันทำให้เปลี่ยนสายได้โดยไม่ต้องทุบผนัง
  • เผื่อสายไว้อีกเส้นต่อจุดเสมอ เพราะค่าสายถูกกว่าค่าแรง และค่าแรงถูกกว่าการทุบผนังทีหลัง
  • ตู้แร็คต้องไม่อยู่ในโถงหลังคา และสายข้อมูลควรแยกท่อจากสายไฟกำลัง