บ้านเช่าเสีย ใครจ่าย ตอบสั้นที่สุด
ผู้ให้เช่าต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องที่เกิดขึ้นระหว่างอายุสัญญา และต้องจัดการซ่อมแซมทุกอย่างที่จำเป็น ส่วนผู้เช่ารับผิดชอบเฉพาะการบำรุงรักษาตามปกติและการซ่อมแซมเล็กน้อย
นี่เป็นหลักที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์วางไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เรื่องที่แล้วแต่จะตกลงกัน และไม่ใช่เรื่องที่ขึ้นกับว่าใครใจดีกว่ากัน
ปัญหาในทางปฏิบัติจึงไม่ใช่ว่าใครต้องจ่าย แต่คือเส้นแบ่งระหว่างคำว่าจำเป็นกับคำว่าเล็กน้อยอยู่ตรงไหน ซึ่งเป็นสิ่งที่บทความนี้จะแยกให้เห็น
กฎหมายวางไว้ยังไง
เรื่องนี้มีสี่มาตราที่ทำงานร่วมกัน และคุ้มค่าที่จะอ่านทั้งชุดมากกว่าอ่านทีละอัน
| มาตรา | ใจความ | ผลในทางปฏิบัติ |
|---|---|---|
| 546 | ผู้ให้เช่าจำต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งให้เช่านั้นในสภาพอันซ่อมแซมดีแล้ว | ของที่เสียอยู่ก่อนเข้าอยู่ ไม่ใช่ภาระของผู้เช่า |
| 547 | ค่าใช้จ่ายที่ผู้เช่าเสียไปโดยความจำเป็นและสมควรเพื่อรักษาทรัพย์สิน ผู้ให้เช่าจำต้องชดใช้ เว้นแต่ค่าบำรุงรักษาตามปกติและซ่อมแซมเพียงเล็กน้อย | ผู้เช่าสำรองจ่ายแล้วเรียกคืนได้ |
| 550 | ผู้ให้เช่าย่อมต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องอันเกิดขึ้นในระหว่างเวลาเช่า และต้องจัดการซ่อมแซมทุกอย่างบรรดาซึ่งเป็นการจำเป็นขึ้น | ของที่เสียระหว่างอยู่ ก็ยังเป็นภาระผู้ให้เช่า |
| 553 | ผู้เช่าต้องบำรุงรักษาและทำการซ่อมแซมเล็กน้อย | งานจุกจิกเป็นของผู้เช่า |
อ่านรวมกันจะเห็นโครงที่ชัด คือกฎหมายให้ผู้ให้เช่ารับผิดชอบการทำให้ทรัพย์ใช้งานได้ ส่วนผู้เช่ารับผิดชอบการดูแลทรัพย์ในระหว่างที่ใช้
เส้นแบ่งซ่อมใหญ่กับซ่อมเล็กน้อยอยู่ตรงไหน
เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินคือสิ่งนั้นกระทบต่อการใช้ทรัพย์ตามปกติหรือไม่ ถ้ากระทบ ถือเป็นการซ่อมที่จำเป็นซึ่งเป็นภาระของผู้ให้เช่า ถ้าเป็นเรื่องจุกจิกที่ทำเองได้และไม่ทำให้อยู่ไม่ได้ ถือเป็นการซ่อมเล็กน้อยของผู้เช่า
| ผู้ให้เช่ารับผิดชอบ | ผู้เช่ารับผิดชอบ |
|---|---|
| หลังคารั่ว ฝ้าเพดานรั่วซึม | หลอดไฟขาด |
| ท่อน้ำแตก น้ำรั่วในผนัง | น็อตหลุด บานพับหลวม |
| ระบบไฟช็อต เบรกเกอร์ตัดซ้ำ | ท่อระบายอุดจากการใช้งาน |
| เครื่องปรับอากาศที่ติดมากับห้องเสีย | ล้างแอร์ตามรอบ |
| สุขภัณฑ์แตกร้าว ชักโครกไม่ทำงาน | เปลี่ยนสายฉีดชำระที่เสื่อมจากการใช้ |
| ประตูหน้าต่างบิดจนปิดไม่ได้ | ยาแนวขึ้นราจากการไม่ระบายอากาศ |
ข้อยกเว้นที่พลิกทุกช่องในตารางคือความเสียหายที่เกิดจากการใช้ผิดวิธีของผู้เช่าเอง สุขภัณฑ์ที่แตกเพราะทำของหนักหล่นใส่ ไม่ใช่ความชำรุดบกพร่องตามมาตรา 550 แต่เป็นความเสียหายที่ผู้เช่าต้องรับผิด
เส้นแบ่งนี้จึงตัดสินจากสองคำถามเสมอ คือมันเสียเพราะอะไร และมันทำให้ใช้ทรัพย์ตามปกติไม่ได้หรือไม่
สิ่งที่ผู้เช่าทำได้เมื่อเจ้าของไม่ยอมซ่อม
กฎหมายไม่ได้ทิ้งผู้เช่าไว้กับทางเลือกเดียวคือทนหรือย้ายออก มาตรา 547 เปิดทางให้ผู้เช่าสำรองจ่ายค่าซ่อมที่จำเป็นและสมควรไปก่อน แล้วเรียกคืนจากผู้ให้เช่าได้
แต่การใช้สิทธิ์นี้ต้องทำให้ถูกลำดับ ไม่ใช่ตามช่างมาซ่อมแล้วยื่นบิลทีหลัง
- แจ้งเป็นหนังสือก่อนเสมอ ระบุอาการ วันที่พบ และขอให้ซ่อมภายในกำหนดเวลาที่สมเหตุสมผล มาตรา 551 กำหนดให้ผู้เช่าต้องบอกกล่าวให้ผู้ให้เช่าจัดการก่อนในกรณีที่ความชำรุดยังไม่ถึงกับทำให้ใช้ทรัพย์ไม่ได้
- เก็บหลักฐานอาการ ถ่ายรูปและวิดีโอ ลงวันที่ให้ชัด
- ถ้าไม่มีการตอบสนองภายในกำหนด ให้แจ้งอีกครั้งว่าจะดำเนินการซ่อมเองและเรียกค่าใช้จ่ายคืน
- เลือกช่างที่ออกใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีได้ และให้ราคาอยู่ในระดับที่สมควร ไม่ใช่เลือกของที่ดีกว่าเดิม
- ส่งบิลพร้อมหลักฐานทั้งชุดให้ผู้ให้เช่า และระบุว่าจะหักจากค่าเช่างวดถัดไปหรือขอรับคืนเป็นเงิน
คำว่าจำเป็นและสมควรเป็นคำที่ใช้ตัดสินทั้งสองด้าน ค่าซ่อมที่เกินความจำเป็นหรือเป็นการอัปเกรดของ อาจเรียกคืนไม่ได้เต็มจำนวน
การหักค่าซ่อมจากค่าเช่าเองโดยไม่แจ้งล่วงหน้าเป็นสิ่งที่ควรเลี่ยง เพราะเปิดช่องให้ผู้ให้เช่าอ้างว่าผู้เช่าผิดนัดชำระค่าเช่า
สัญญาที่เขียนว่าผู้เช่าซ่อมทุกอย่าง ใช้ได้ไหม
คำตอบต่างกันตามขนาดของผู้ให้เช่า
ถ้าผู้ให้เช่าปล่อยเช่าตั้งแต่ 3 หน่วยขึ้นไป ถือเป็นผู้ประกอบธุรกิจภายใต้ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาฉบับ พ.ศ. 2568 ซึ่งกำหนดว่าข้อสัญญาที่ขัดกับประกาศไม่มีผลทางกฎหมาย แม้ผู้เช่าจะลงลายมือชื่อไปแล้ว รายละเอียดอ่านได้ที่ กฎหมายควบคุมสัญญาเช่า พ.ศ. 2568
ถ้าผู้ให้เช่ามีไม่ถึง 3 หน่วย ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และข้อตกลงในสัญญาเป็นหลัก ซึ่งเปิดช่องให้ตกลงกันต่างจากที่กฎหมายวางไว้ได้มากกว่า
ในกรณีหลัง สิ่งที่ผู้เช่าควรทำคืออ่านข้อนี้ในสัญญาให้ละเอียดก่อนเซ็น และต่อรองให้เขียนแยกชัดว่าอะไรเป็นของใคร แทนที่จะปล่อยให้เป็นประโยคกวาดว่าผู้เช่ารับผิดชอบการซ่อมแซมทั้งหมด
ข้อความที่ใช้ได้จริงคือระบุวงเงิน เช่น การซ่อมที่มีค่าใช้จ่ายไม่เกินจำนวนหนึ่งเป็นของผู้เช่า ส่วนที่เกินกว่านั้นเป็นของผู้ให้เช่า วิธีนี้ตัดข้อโต้แย้งเรื่องเล็กน้อยหรือไม่เล็กน้อยออกไปได้ทั้งหมด
วิธีแจ้งซ่อมให้ได้ผล
ความต่างระหว่างการแจ้งที่ได้ผลกับการแจ้งที่เงียบหาย มักไม่ได้อยู่ที่ความสุภาพ แต่อยู่ที่ความชัดเจน
- ระบุอาการด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความรู้สึก เช่น น้ำหยดจากฝ้าห้องนอนตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ ปริมาณเท่าไหร่ต่อวัน
- แนบภาพและวิดีโอสั้นที่เห็นวันที่
- ระบุผลกระทบต่อการใช้ทรัพย์ เพราะนั่นคือคำที่กฎหมายใช้ ไม่ใช่คำว่าน่ารำคาญ
- ขอกำหนดเวลาที่ชัดเจน เช่น ขอให้เข้ามาตรวจภายในเจ็ดวัน
- ส่งทั้งทางแชทและเป็นหนังสือ แชทเร็วกว่า แต่หนังสือเป็นสิ่งที่ใช้ได้เมื่อเรื่องยืดเยื้อ
- เก็บทุกอย่างไว้ในชุดเดียวกัน เรียงตามวันที่
ของที่พังตอนย้ายออก กับเงินประกัน
เรื่องซ่อมระหว่างอยู่กับเรื่องหักเงินประกันตอนย้ายออกใช้เกณฑ์คนละชุด และมักถูกนำมาปนกัน
สิ่งที่หักจากเงินประกันได้คือความเสียหายที่เกินการใช้งานตามปกติ ส่วนความชำรุดบกพร่องที่เกิดเองระหว่างอายุสัญญาเป็นภาระของผู้ให้เช่าตามมาตรา 550 ตั้งแต่แรก และไม่ควรกลายมาเป็นรายการหักตอนคืนห้อง
วิธีป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือถ่ายรูปสภาพห้องร่วมกันทั้งวันรับกุญแจและวันส่งมอบ และเก็บชุดการแจ้งซ่อมทั้งหมดไว้ เพราะรายการที่เคยแจ้งแล้วเจ้าของไม่ซ่อม ไม่ควรกลายเป็นรายการที่ผู้เช่าถูกหักเงิน
คำถามที่พบบ่อย
บ้านเช่าแอร์เสีย ใครจ่ายค่าซ่อม
ผู้ให้เช่า หากเป็นเครื่องปรับอากาศที่ติดมากับห้องและเสียเองตามสภาพ เพราะเข้าข่ายความชำรุดบกพร่องที่เกิดขึ้นระหว่างเวลาเช่าตามมาตรา 550 ส่วนการล้างแอร์ตามรอบเป็นการบำรุงรักษาตามปกติซึ่งเป็นของผู้เช่าตามมาตรา 553
ซ่อมเล็กน้อยหมายถึงอะไร
งานที่ไม่ทำให้ใช้ทรัพย์ตามปกติไม่ได้และทำได้เองโดยง่าย เช่น หลอดไฟขาด น็อตหลุด บานพับหลวม ตามมาตรา 553 ที่กำหนดให้ผู้เช่าบำรุงรักษาและทำการซ่อมแซมเล็กน้อย
เจ้าของไม่ยอมซ่อม ผู้เช่าทำอะไรได้
แจ้งเป็นหนังสือให้จัดการก่อนตามมาตรา 551 หากยังไม่ดำเนินการ ผู้เช่าสำรองจ่ายค่าซ่อมที่จำเป็นและสมควรแล้วเรียกคืนจากผู้ให้เช่าได้ตามมาตรา 547 โดยต้องมีใบเสร็จและหลักฐานการแจ้งครบชุด
หักค่าซ่อมจากค่าเช่าเองได้ไหม
ควรแจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้าว่าจะหัก ไม่ควรหักเองโดยไม่บอก เพราะเปิดช่องให้ผู้ให้เช่าอ้างว่าผู้เช่าผิดนัดชำระค่าเช่า
สัญญาเขียนว่าผู้เช่าซ่อมทุกอย่าง มีผลไหม
ถ้าผู้ให้เช่าปล่อยเช่าตั้งแต่ 3 หน่วยขึ้นไป ข้อสัญญาที่ขัดกับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาฉบับ พ.ศ. 2568 ไม่มีผลทางกฎหมาย ส่วนผู้ให้เช่าที่มีไม่ถึง 3 หน่วยใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และข้อตกลงในสัญญา จึงควรต่อรองให้เขียนแยกให้ชัดตั้งแต่ก่อนเซ็น
ของที่เสียอยู่ก่อนเข้าอยู่ ใครรับผิดชอบ
ผู้ให้เช่า เพราะมาตรา 546 กำหนดว่าผู้ให้เช่าจำต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งให้เช่านั้นในสภาพอันซ่อมแซมดีแล้ว จึงควรถ่ายรูปสภาพห้องในวันรับกุญแจไว้เป็นหลักฐาน
ท่อตันจากการใช้งาน ใครจ่าย
โดยทั่วไปเป็นของผู้เช่า เพราะเป็นผลจากการใช้งานและอยู่ในขอบเขตการบำรุงรักษาตามปกติ เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าเกิดจากความบกพร่องของระบบท่อเอง ซึ่งกลับไปเป็นความรับผิดของผู้ให้เช่า
สรุป
กฎหมายวางไว้ชัดว่าผู้ให้เช่าต้องส่งมอบทรัพย์ในสภาพซ่อมแซมดีแล้ว รับผิดในความชำรุดบกพร่องที่เกิดระหว่างเช่า และซ่อมทุกอย่างที่จำเป็น ส่วนผู้เช่าดูแลและซ่อมเล็กน้อย
เครื่องมือที่ผู้เช่าส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ามีคือมาตรา 547 ซึ่งให้สำรองจ่ายค่าซ่อมที่จำเป็นแล้วเรียกคืนได้ แต่ต้องแจ้งเป็นหนังสือก่อนตามมาตรา 551 ไม่ใช่ซ่อมแล้วค่อยยื่นบิล
สิ่งที่ควรทำตั้งแต่วันแรกคือถ่ายรูปสภาพห้องให้ครบ และแจ้งซ่อมเป็นหนังสือทุกครั้ง เพราะข้อพิพาทเรื่องซ่อมเกือบทั้งหมดจบลงที่ว่าใครมีเอกสาร ไม่ใช่ใครถูก
ดูทรัพย์ที่เปิดให้เช่าได้ที่ บ้านและคอนโดให้เช่า อ่านต่อเรื่องค่านายหน้าได้ที่ ค่านายหน้าเช่าบ้านใครจ่าย และเจ้าของที่ต้องการปล่อยเช่าโดยไม่ต้องรับสายเรื่องซ่อมเอง ดูขั้นตอนได้ที่ บริการฝากเช่าบ้านและคอนโด