ปลั๊กพ่วงแทบไม่เคยเป็นต้นเหตุ สิ่งที่เสียบเข้าไปต่างหากที่เป็น
ปลั๊กพ่วงที่ได้มาตรฐานและใช้ให้ตรงกับที่มันถูกออกแบบมา แทบไม่ทำให้บ้านไหม้
สิ่งที่ทำให้ไหม้คือการเสียบของที่กินไฟเกินกว่าที่มันรับได้ การต่อกันเป็นทอด ๆ การใช้ทั้งที่ยังม้วนสายไว้ และเต้าเสียบที่เสียบไม่แน่น
สี่ข้อนี้อธิบายเหตุไฟไหม้จากปลั๊กพ่วงได้เกือบทั้งหมด
และทั้งสี่ข้อเป็นเรื่องพฤติกรรม ไม่ใช่เรื่องยี่ห้อ
ข้อที่หนึ่ง เสียบของที่กินไฟสูง
ของที่ทำความร้อนคือกลุ่มที่กินไฟมากที่สุดในบ้าน และเกือบทั้งหมดไม่ควรอยู่บนปลั๊กพ่วง
- กาต้มน้ำไฟฟ้า
- เตารีด
- ไมโครเวฟ
- หม้อทอดไร้น้ำมัน
- เครื่องทำน้ำอุ่น
- ไดร์เป่าผม
- เตาไฟฟ้าและหม้อหุงข้าวขนาดใหญ่
เหตุผลไม่ใช่ว่ามันอันตรายในตัวเอง แต่เพราะรวมกันแล้วเกินพิกัดของปลั๊กพ่วงได้ง่ายมาก
ปลั๊กพ่วงที่เขียนไว้ว่า 10 แอมป์ 250 โวลต์ รับได้ราวสองพันสามร้อยวัตต์ในทางทฤษฎี
กาต้มน้ำใบเดียวกับไดร์เป่าผมหนึ่งตัวก็เกือบเต็มแล้ว
และเมื่อเกินพิกัด สิ่งที่ร้อนก่อนไม่ใช่ตัวเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่คือสายและจุดต่อในปลั๊กพ่วง
กฎง่าย ๆ ที่ใช้ได้ทั้งบ้านคือ ของที่ทำความร้อนให้เสียบเต้ารับผนังโดยตรง ตัวเดียวต่อหนึ่งเต้ารับ
ข้อที่สอง ต่อปลั๊กพ่วงเข้ากับปลั๊กพ่วง
ข้อนี้อันตรายกว่าที่หน้าตาของมันบอก
เพราะอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินของปลั๊กพ่วงตัวแรก จะเห็นโหลดรวมของทุกอย่างที่ต่ออยู่ข้างหลัง
แต่สายและเต้าเสียบของตัวแรกไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับโหลดของทั้งขบวน
ผลคือจุดที่ร้อนที่สุดกลายเป็นจุดที่ไม่มีใครมอง คือหัวปลั๊กของตัวแรกที่เสียบอยู่กับผนัง
ถ้าจำเป็นต้องใช้หลายเต้ารับในจุดเดียว ให้ใช้ปลั๊กพ่วงตัวเดียวที่มีจำนวนช่องพอ ไม่ใช่ต่อสองตัวเข้าด้วยกัน
ข้อที่สาม ใช้ทั้งที่ยังม้วนสายไว้
ข้อนี้คนไม่ค่อยรู้ และเป็นข้อที่ทำให้สายไหม้ทั้งม้วนโดยที่ไฟยังไม่ตัด
สายไฟที่จ่ายกระแสจะร้อนขึ้นเสมอ และปกติความร้อนนั้นระบายออกไปตามความยาวของสาย
เมื่อสายถูกม้วนเก็บไว้ ความร้อนของแต่ละรอบจะสะสมอยู่กลางม้วน แทนที่จะระบายออก
ผลคืออุณหภูมิตรงกลางสูงกว่าที่ผิวนอกมาก จนฉนวนอ่อนตัวและละลายติดกัน
และเมื่อฉนวนสองเส้นแตะกัน ก็เกิดลัดวงจรในจุดที่มองไม่เห็น
วิธีใช้ที่ถูกคือคลี่สายออกให้หมดทุกครั้งที่จะจ่ายโหลดหนัก แม้จะไม่ได้ใช้ความยาวทั้งเส้น
ปลั๊กพ่วงแบบล้อม้วนสายที่ขายกันทั่วไปมักมีคำเตือนข้อนี้เขียนไว้ ซึ่งเป็นคำเตือนที่ควรอ่าน
ข้อที่สี่ เสียบหลวม ซึ่งเป็นข้อที่เงียบที่สุด
สามข้อแรกเป็นเรื่องความร้อนจากกระแสมากเกินไป ข้อนี้เป็นคนละกลไก
เมื่อขาปลั๊กสัมผัสกับหน้าสัมผัสในเต้ารับไม่แน่นพอ จุดสัมผัสนั้นจะมีความต้านทานสูงขึ้น
ความต้านทานสูงในจุดเล็ก ๆ ทำให้เกิดความร้อนสูงเฉพาะจุด และเกิดประกายไฟเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ
ประกายไฟนั้นเผาพลาสติกรอบข้างจนกลายเป็นคราบดำ ซึ่งนำไฟฟ้าได้ดีกว่าพลาสติกเดิม
เมื่อคราบดำลามมากขึ้น มันกลายเป็นทางเดินของกระแสในตัวมันเอง แล้วก็ลุกเป็นไฟ
สิ่งที่ทำให้เสียบหลวมมีไม่กี่อย่าง
- หน้าสัมผัสในเต้ารับล้าจากการเสียบถอนซ้ำ ๆ เป็นปี
- ใช้ปลั๊กพ่วงที่หน้าสัมผัสบางและอ่อน
- ขาปลั๊กที่คดหรือมีคราบสนิม
- ปลั๊กที่หนักและถ่วงตัวเองจนเอียงออกจากเต้ารับ เช่น อะแดปเตอร์ก้อนใหญ่
ข้อสุดท้ายอธิบายว่าทำไมช่องที่ไหม้บ่อยที่สุดคือช่องริม
สัญญาณเตือนที่ควรหยุดใช้ทันที
ปลั๊กพ่วงมักส่งสัญญาณก่อนเสมอ ปัญหาคือคนตีความว่าเป็นเรื่องปกติ
- อุ่นเมื่อจับ ปลั๊กพ่วงที่ทำงานปกติควรอยู่ที่อุณหภูมิห้อง อุ่นแปลว่ามีความร้อนสะสม
- กลิ่นพลาสติกร้อน ซึ่งเป็นกลิ่นที่จำได้ทันทีเมื่อเคยได้กลิ่นแล้วครั้งหนึ่ง
- พลาสติกรอบช่องเปลี่ยนสี เป็นเหลืองหรือน้ำตาล
- รอยดำที่ขาปลั๊ก ซึ่งเป็นร่องรอยของประกายไฟที่เกิดมาแล้ว
- เสียงแตกเบา ๆ ตอนเสียบ ที่ไม่ใช่เสียงคลิกปกติ
- ปลั๊กเสียบแล้วหลุดง่าย หรือขยับแล้วไฟดับติด ๆ ดับ ๆ
เจอข้อไหนก็ตาม ให้เลิกใช้ตัวนั้นเลย และอย่าเก็บไว้ใช้กับของเบา ๆ เพราะจุดที่เสียแล้วไม่ได้ดีขึ้นเอง
มาตรฐานที่ควรดูก่อนซื้อ
ปลั๊กพ่วงในไทยอยู่ภายใต้มาตรฐาน มอก. 2432-2555 ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561
สาระสำคัญที่มาตรฐานนี้กำหนดไว้มีหลายข้อ และเป็นข้อที่ตอบโจทย์เรื่องไฟไหม้โดยตรง
- เต้าเสียบต้องเป็นแบบขากลมสามขา ตามมาตรฐาน มอก. 166-2549 และต้องมีฉนวนที่โคนขา เพื่อไม่ให้นิ้วสัมผัสส่วนที่มีไฟตอนเสียบ
- วัสดุต้องเป็นชนิดต้านเปลวไฟ ซึ่งเป็นความต่างที่สำคัญที่สุดจากของราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐาน
- ชุดสายพ่วงที่มีเต้ารับตั้งแต่สามช่องขึ้นไป ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน ซึ่งคือปุ่มที่เด้งขึ้นมาเมื่อโหลดเกิน
ปลั๊กพ่วงที่ไม่มีปุ่มป้องกันกระแสเกินแต่มีหลายช่อง คือของที่ไม่ควรอยู่ในบ้าน
และเรื่องขนาดสายก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะสายที่เล็กเกินไปจะร้อนก่อนที่อุปกรณ์ป้องกันจะทำงาน ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่อธิบายไว้ในสายไฟในบ้าน เลือกขนาดผิดแล้วอันตรายตรงไหน
วางตรงไหนได้ และตรงไหนไม่ได้
ตำแหน่งวางเปลี่ยนความเสี่ยงมากกว่าที่คนคิด
ที่ไม่ควรวาง
- ใต้พรมหรือใต้เสื่อ เพราะความร้อนระบายไม่ออกและมีคนเหยียบทับทุกวัน
- หลังโซฟาหรือหลังตู้ที่ชิดผนัง เพราะร้อนแล้วไม่มีใครเห็น
- ในลิ้นชักหรือในตู้ปิด ด้วยเหตุผลเดียวกัน
- ใกล้ผ้าม่านหรือกองผ้า ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่อยู่ติดกันพอดี
- บนที่นอนหรือใต้หมอน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่คนชอบวางที่ชาร์จโทรศัพท์
- ในห้องน้ำและระเบียงที่ฝนสาดถึง
ที่ควรวาง คือพื้นแข็ง เปิดโล่ง มองเห็นได้ และมีอากาศผ่านรอบตัว
ถ้าต้องซ่อนสายเพื่อความเรียบร้อย ให้ซ่อนสาย แต่ให้ตัวปลั๊กพ่วงโผล่อยู่ในที่ที่มองเห็น
ทางแก้จริงคือเพิ่มเต้ารับ ไม่ใช่เพิ่มปลั๊กพ่วง
ถ้าห้องหนึ่งต้องใช้ปลั๊กพ่วงสองสามอันถึงจะพอ นั่นแปลว่าห้องนั้นมีเต้ารับน้อยเกินไป
การให้ช่างเพิ่มเต้ารับที่ผนังเป็นงานที่ไม่ใหญ่ และแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแทนที่จะกองความเสี่ยงไว้บนพื้น
สิ่งที่ควรบอกช่างคือจำนวนจุดที่ต้องการ และของที่จะใช้ในแต่ละจุด เพื่อให้เขาวางวงจรได้เหมาะสม
ถ้าเป็นห้องครัวหรือมุมทำงานที่มีของกินไฟหลายอย่าง ควรถามด้วยว่าจำเป็นต้องแยกวงจรหรือไม่
และถ้าบ้านเบรกเกอร์ทริปบ่อยอยู่แล้ว การเพิ่มเต้ารับไม่ใช่คำตอบเดียว เพราะปัญหาอาจอยู่ที่วงจร ซึ่งไล่หาได้เองตามเบรกเกอร์ทริปบ่อย ไล่หาสาเหตุเองได้ก่อนเรียกช่าง
คำถามที่พบบ่อย
เสียบไมโครเวฟกับปลั๊กพ่วงได้ไหม
ไม่ควร เพราะเป็นเครื่องใช้ที่กินไฟสูงและกินเป็นช่วง ๆ ให้เสียบเต้ารับผนังโดยตรงเพียงตัวเดียวต่อหนึ่งเต้ารับ เช่นเดียวกับกาต้มน้ำ เตารีด และเครื่องทำน้ำอุ่น
ต่อปลั๊กพ่วงสองอันเข้าด้วยกันอันตรายตรงไหน
อันตรายที่สายและหัวปลั๊กของตัวแรก ซึ่งต้องรับโหลดรวมของทุกอย่างที่ต่ออยู่ข้างหลัง ทั้งที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสิ่งนั้น จุดที่ร้อนที่สุดจึงเป็นจุดที่ไม่มีใครมอง
ทำไมต้องคลี่สายออกก่อนใช้
เพราะสายที่ม้วนอยู่จะสะสมความร้อนไว้กลางม้วนแทนที่จะระบายออก จนฉนวนอ่อนตัวและละลายติดกัน แล้วเกิดลัดวงจรในจุดที่มองไม่เห็น
ปลั๊กพ่วงอุ่น ๆ ถือว่าปกติไหม
ไม่ปกติ ปลั๊กพ่วงที่ทำงานอยู่ในเกณฑ์ควรอยู่ที่อุณหภูมิห้อง ความอุ่นแปลว่ามีความร้อนสะสม ซึ่งควรลดโหลดหรือเลิกใช้ตัวนั้น
ปลั๊กพ่วงมีอายุการใช้งานไหม
มี หน้าสัมผัสภายในล้าลงจากการเสียบถอนซ้ำ ๆ และเมื่อหลวมก็เกิดความร้อนเฉพาะจุด อาการที่บอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนคือปลั๊กเสียบแล้วหลวม ขยับแล้วไฟติดดับ หรือมีรอยดำที่ขาปลั๊ก
ปุ่มที่เด้งขึ้นมาบนปลั๊กพ่วงคืออะไร
คืออุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน ซึ่งมาตรฐาน มอก. 2432-2555 กำหนดให้ชุดสายพ่วงที่มีเต้ารับตั้งแต่สามช่องขึ้นไปต้องมี ถ้ามันเด้งบ่อย แปลว่าโหลดที่เสียบอยู่เกินพิกัดจริง ไม่ใช่ปุ่มเสีย
วางปลั๊กพ่วงใต้พรมได้ไหม
ไม่ได้ เพราะความร้อนระบายไม่ออกและถูกเหยียบทับจนสายเสียหายภายใน อีกทั้งถ้าเกิดความร้อนผิดปกติก็ไม่มีใครเห็นจนกว่าจะสาย
ที่ชาร์จโทรศัพท์เสียบทิ้งไว้ทั้งคืนอันตรายไหม
ตัวที่ได้มาตรฐานกินไฟน้อยและไม่ใช่ความเสี่ยงหลัก ความเสี่ยงจริงอยู่ที่ตำแหน่งวาง การวางไว้บนที่นอนหรือใต้หมอนทำให้ความร้อนระบายไม่ออกและมีเชื้อเพลิงอยู่ติดกันพอดี
สรุป
- ไฟไหม้จากปลั๊กพ่วงเกือบทั้งหมดมาจากสี่พฤติกรรม ไม่ใช่จากยี่ห้อ
- ของที่ทำความร้อนให้เสียบเต้ารับผนังโดยตรง ตัวเดียวต่อหนึ่งเต้ารับ
- ห้ามต่อปลั๊กพ่วงเข้ากับปลั๊กพ่วง เพราะจุดที่ร้อนที่สุดคือจุดที่ไม่มีใครมอง
- คลี่สายออกให้หมดก่อนจ่ายโหลดหนักทุกครั้ง
- เสียบหลวมทำให้เกิดประกายไฟซ้ำ ๆ จนพลาสติกกลายเป็นทางเดินของกระแส
- อุ่น เปลี่ยนสี มีกลิ่น หรือมีรอยดำ คือสัญญาณให้เลิกใช้ทันที
- มอก. 2432-2555 บังคับตั้งแต่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 กำหนดขากลมสามขา วัสดุต้านเปลวไฟ และอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินเมื่อมีตั้งแต่สามช่อง
- อย่าวางใต้พรม หลังตู้ ในลิ้นชัก หรือบนที่นอน
- ถ้าต้องใช้หลายอัน ทางแก้คือเพิ่มเต้ารับที่ผนัง ไม่ใช่เพิ่มปลั๊กพ่วง