สัญญาเช่าเกิน 3 ปี ไม่จดทะเบียน เกิดอะไรขึ้น

สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดเกิน 3 ปี หากไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้เพียง 3 ปีเท่านั้น ส่วนที่เกินจากนั้นบังคับไม่ได้ แม้ทั้งสองฝ่ายจะเซ็นชื่อครบและตกลงกันชัดเจน

อาคารพาณิชย์เรียงกันริมถนนเงียบ ประตูม้วนปิด มีต้นไม้ริมทาง

นี่ไม่ใช่ช่องโหว่ทางเทคนิค แต่เป็นผลโดยตรงของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 และเป็นเรื่องที่ผู้เช่าระยะยาวจำนวนมากรู้ตอนที่สายไปแล้ว คือตอนที่บ้านถูกขายเปลี่ยนมือ หรือตอนที่เจ้าของเดิมเสียชีวิต

มาตรา 538 พูดว่าอะไรกันแน่

ตัวบทเขียนไว้ว่า "เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไป หรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าไซร้ หากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ท่านว่าการเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แต่เพียงสามปี"

อ่านให้ดีจะเห็นว่ามาตรานี้วางกฎไว้สองชั้น ไม่ใช่ชั้นเดียว

อายุสัญญาต้องมีอะไรถ้าไม่มี
ไม่เกิน 3 ปีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้เลย
เกิน 3 ปี หรือตลอดอายุคู่สัญญาทำเป็นหนังสือ และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แต่เพียง 3 ปี

ชั้นแรกกระทบทุกคน แม้แต่คนที่เช่าห้องรายปี การตกลงกันด้วยวาจาหรือทางแชทอย่างเดียวโดยไม่มีเอกสารที่ลงลายมือชื่อ ทำให้ฟ้องบังคับตามสัญญาไม่ได้

ชั้นที่สองกระทบผู้เช่าระยะยาว โดยเฉพาะผู้ที่ลงทุนปรับปรุงสถานที่ไปมาก เพราะเงินที่ลงไปคำนวณจากอายุสัญญาที่คิดว่ามี ไม่ใช่อายุที่บังคับได้จริง

ข้อควรรู้อีกอย่างคือกฎหมายกำหนดเพดานการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไว้ที่ 30 ปี สัญญาที่เขียนยาวกว่านั้นจะถูกลดลงมาเหลือ 30 ปี

ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน

การจดทะเบียนการเช่าทำที่สำนักงานที่ดินในเขตที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ และมีค่าใช้จ่ายสองก้อน

  • ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการเช่า 1% ของค่าเช่าทั้งหมดตลอดระยะเวลาที่เช่า รวมเงินกินเปล่าถ้ามี อัตราเดียวกันนี้ใช้กับการเช่าช่วง การโอนสิทธิการเช่า และการรับมรดกสิทธิการเช่า
  • อากรแสตมป์ 1 บาทต่อทุก 1,000 บาท ของค่าเช่าตลอดอายุสัญญา หรือเท่ากับ 0.1%
หน้าบ้านหลังเก่าที่ดูแลดี ด้านหน้ามีสวนที่ปลูกมานานและต้นลั่นทม
เงื่อนไขการเช่าค่าเช่ารวมทั้งสัญญาค่าธรรมเนียม 1%อากรแสตมป์ 0.1%รวม
เดือนละ 20,000 บาท 5 ปี1,200,000 บาท12,000 บาท1,200 บาท13,200 บาท
เดือนละ 30,000 บาท 10 ปี3,600,000 บาท36,000 บาท3,600 บาท39,600 บาท
เดือนละ 50,000 บาท 20 ปี12,000,000 บาท120,000 บาท12,000 บาท132,000 บาท

ตัวเลขในตารางคำนวณจากค่าเช่าคงที่ตลอดสัญญา ในสัญญาจริงที่มีการปรับค่าเช่าเป็นขั้นบันได ฐานที่ใช้คำนวณคือค่าเช่ารวมตามที่ระบุในสัญญา

กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าฝ่ายใดต้องจ่าย จึงเป็นเรื่องที่ต้องเขียนไว้ในสัญญาให้ชัด และเป็นข้อที่ควรตกลงกันตั้งแต่ตอนเจรจา ไม่ใช่ตอนยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์

อากรแสตมป์ ติดเมื่อไหร่ ไม่ติดโดนอะไร

อากรแสตมป์เป็นคนละเรื่องกับค่าธรรมเนียมจดทะเบียน และต้องเสียแม้กับสัญญาเช่าที่ไม่ต้องจดทะเบียน

บทลงโทษเมื่อเสียล่าช้ามีสองขั้น

  • ติดอากรหลัง 15 วันแต่ไม่เกิน 90 วัน เสียเงินเพิ่ม 2 เท่า ของค่าอากร หรืออย่างน้อย 4 บาท
  • ติดอากรหลัง 90 วัน เสียเงินเพิ่ม 5 เท่า ของค่าอากร หรืออย่างน้อย 10 บาท

ตัวเลขค่าปรับดูเล็ก แต่ผลที่สำคัญกว่าคือสัญญาที่ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ให้ครบถ้วนใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ซึ่งหมายความว่าเอกสารที่ตั้งใจทำไว้เพื่อป้องกันข้อพิพาท กลับใช้ไม่ได้ในวันที่ต้องใช้จริง

ปัจจุบันชำระอากรได้ทั้งการซื้อแสตมป์มาปิด การชำระเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp และการยื่นแบบต่อกรมสรรพากร

ทำไมผู้เช่าถึงต้องอยากให้จดทะเบียน

เหตุผลหลักไม่ใช่เรื่องความมั่นใจ แต่เป็นเรื่องผลผูกพันกับเจ้าของคนใหม่

เมื่อสัญญาเช่าจดทะเบียนแล้ว สิทธิการเช่านั้นปรากฏอยู่ในสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนด ผู้ที่จะซื้อทรัพย์นั้นต่อจึงเห็นและรับไปพร้อมภาระ ส่วนสัญญาที่ไม่ได้จดทะเบียนอาจกลายเป็นเพียงข้อตกลงระหว่างผู้เช่ากับเจ้าของเดิม ซึ่งเจ้าของใหม่ไม่ได้เป็นคู่สัญญาด้วย

กรณีที่ควรยืนยันให้จดทะเบียนเป็นพิเศษคือ

  • ผู้เช่าลงทุนตกแต่งหรือปรับปรุงสถานที่เป็นเงินก้อนใหญ่
  • เช่าเพื่อทำธุรกิจที่ย้ายที่ตั้งแล้วเสียลูกค้า
  • ทรัพย์นั้นติดจำนองอยู่ หรือเจ้าของมีสัญญาณว่าอาจขาย
  • ผู้ให้เช่าอายุมากและยังไม่มีการจัดการเรื่องมรดก

ทำไมผู้ให้เช่ามักไม่อยากจด

เข้าใจฝั่งนี้ด้วยจะเจรจาง่ายขึ้น เหตุผลของผู้ให้เช่ามักมีสามข้อ

ข้อแรกคือค่าธรรมเนียม 1% เป็นเงินก้อนที่ต้องจ่ายวันนี้จากรายได้ที่จะทยอยเข้ามาอีกสิบปี ข้อที่สองคือสิทธิการเช่าที่จดไว้ทำให้ขายทรัพย์ยากขึ้นและมักถูกกดราคา ข้อที่สามคือการจดทะเบียนทำให้รายได้ค่าเช่าปรากฏชัดเจนในระบบเอกสาร

ทางออกที่ใช้เจรจาได้จริงคือแบ่งค่าธรรมเนียมกันคนละครึ่ง หรือให้ผู้เช่าออกทั้งหมดแลกกับอายุสัญญาที่ยาวขึ้นหรือค่าเช่าที่คงที่นานขึ้น เพราะสำหรับผู้เช่าที่ลงทุนไปมาก ค่าธรรมเนียมนั้นถูกกว่าความเสี่ยงที่จะต้องย้าย

ทางที่ตลาดใช้กันจริง สัญญา 3 ปีต่ออายุ และจุดอ่อนของมัน

รูปแบบที่พบมากที่สุดในตลาดคือทำสัญญา 3 ปี แล้วเขียนสิทธิต่ออายุอีก 3 ปีสองครั้ง เพื่อให้ได้ผลใกล้เคียงสัญญา 9 ปีโดยไม่ต้องจดทะเบียน

จุดอ่อนคือสิทธิต่ออายุนั้นเป็นเพียงข้อตกลงระหว่างคู่สัญญาเดิม ไม่ใช่สิทธิที่ผูกพันกับตัวทรัพย์ ถ้าทรัพย์เปลี่ยนมือระหว่างทาง เจ้าของใหม่ไม่ได้ผูกพันตามสิทธิต่ออายุนั้น สิ่งที่ผู้เช่าเหลืออยู่คือสิทธิเรียกค่าเสียหายจากเจ้าของเดิม ซึ่งไม่ได้ทำให้ได้อยู่ต่อ

วิธีนี้จึงเหมาะกับกรณีที่ทุนที่ลงไปไม่มาก และไม่เหมาะกับกรณีที่ย้ายแล้วเสียหายหนัก คนที่เลือกวิธีนี้ควรเลือกโดยรู้ว่ากำลังแลกอะไรกับอะไร ไม่ใช่เลือกเพราะไม่รู้ว่ามีทางอื่น

ขั้นตอนจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน

ภายในยูนิตพาณิชย์ชั้นล่างที่ว่างเปล่า พื้นคอนกรีตขัดมัน ผนังขาว และช่องหน้าร้านกว้าง
  1. ทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือให้ครบถ้วน ระบุอายุสัญญา ค่าเช่า และเงินกินเปล่าถ้ามี
  2. ตกลงกันให้ชัดว่าใครรับผิดชอบค่าธรรมเนียมและอากรแสตมป์ แล้วเขียนลงในสัญญา
  3. ทั้งสองฝ่ายไปที่สำนักงานที่ดินในเขตที่ทรัพย์ตั้งอยู่ พร้อมโฉนดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดฉบับจริง
  4. เตรียมบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของทั้งสองฝ่าย กรณีนิติบุคคลใช้หนังสือรับรองที่ออกไม่เกินกำหนดที่สำนักงานที่ดินรับ
  5. เจ้าหน้าที่คำนวณค่าธรรมเนียมจากค่าเช่ารวมตลอดสัญญา ชำระและรับหลักฐาน
  6. ตรวจว่าสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดมีรายการการเช่าปรากฏแล้ว และเก็บสำเนาไว้

ข้อควรระวังคือหากทรัพย์ติดจำนอง ธนาคารผู้รับจำนองมักต้องให้ความยินยอมก่อน ควรถามเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนตกลงเงื่อนไข ไม่ใช่ในวันนัด

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาเช่ากี่ปีต้องจดทะเบียน

เกิน 3 ปีขึ้นไป หรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แต่เพียง 3 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538

ค่าจดทะเบียนการเช่าเท่าไหร่

1% ของค่าเช่าทั้งหมดตลอดระยะเวลาที่เช่า รวมเงินกินเปล่าถ้ามี อัตราเดียวกันใช้กับการเช่าช่วง การโอนสิทธิการเช่า และการรับมรดกสิทธิการเช่า

อากรแสตมป์สัญญาเช่าคิดยังไง

1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของค่าเช่าตลอดอายุสัญญา หรือเท่ากับ 0.1% เช่น สัญญา 10 ปีที่ค่าเช่าเดือนละ 30,000 บาท มีค่าเช่ารวม 3,600,000 บาท ต้องเสียอากรแสตมป์ 3,600 บาท

ไม่ติดอากรแสตมป์มีผลอะไร

เสียเงินเพิ่ม 2 เท่าหากติดหลัง 15 วันแต่ไม่เกิน 90 วัน และ 5 เท่าหากเกิน 90 วัน แต่ผลที่หนักกว่าคือสัญญาที่ปิดอากรไม่ครบใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้

สัญญาเช่า 3 ปีต่ออายุอีก 3 ปี ใช้แทนการจดทะเบียนได้ไหม

ใช้แทนไม่ได้ในแง่ความคุ้มครอง เพราะสิทธิต่ออายุเป็นข้อตกลงระหว่างคู่สัญญาเดิม ไม่ผูกพันเจ้าของใหม่หากทรัพย์เปลี่ยนมือ ผู้เช่าที่ลงทุนปรับปรุงสถานที่ไปมากจึงไม่ควรพึ่งวิธีนี้

เช่าอสังหาริมทรัพย์ได้นานสูงสุดกี่ปี

30 ปี สัญญาที่กำหนดยาวกว่านั้นจะถูกลดลงมาเหลือ 30 ปี และหากต้องการต่อ ต้องทำสัญญาใหม่และจดทะเบียนใหม่เมื่อครบกำหนด

ใครเป็นคนจ่ายค่าธรรมเนียมจดทะเบียน

กฎหมายไม่ได้กำหนด จึงเป็นเรื่องที่ต้องตกลงกันและเขียนไว้ในสัญญา ในทางปฏิบัติมีทั้งแบ่งคนละครึ่งและให้ผู้เช่าออกทั้งหมดแลกกับเงื่อนไขอื่น

สรุป

สัญญาเช่าเกิน 3 ปีที่ไม่จดทะเบียน บังคับได้แค่ 3 ปี และสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ ฟ้องบังคับไม่ได้เลย

ต้นทุนของการทำให้ถูกต้องคือ 1% ของค่าเช่าตลอดสัญญาบวกอากรแสตมป์อีก 0.1% ซึ่งเป็นตัวเลขที่คำนวณได้ล่วงหน้าและนำไปเจรจาได้

คำถามที่ควรถามตัวเองมีข้อเดียว คือถ้าทรัพย์นี้ถูกขายเดือนหน้า คุณยังได้อยู่ต่อไหม ถ้าคำตอบสำคัญกับคุณมากกว่าค่าธรรมเนียม แปลว่าควรจดทะเบียน

อ่านต่อเรื่องสิ่งที่สัญญาเช่าห้ามเขียนได้ที่ กฎหมายควบคุมสัญญาเช่า พ.ศ. 2568 และดูทรัพย์ที่เปิดให้เช่าได้ที่ บ้านและคอนโดให้เช่า ส่วนเจ้าของที่ต้องการปล่อยเช่าระยะยาว ดูขั้นตอนได้ที่ บริการฝากเช่าบ้านและคอนโด