ขายบ้านเสียอะไรบ้าง และคิดจากราคาไหน

ค่าใช้จ่ายวันโอนมีสี่รายการ คือค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนร้อยละ 2 ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 เมื่อเข้าเงื่อนไข และค่าอากรแสตมป์ร้อยละ 0.5 ในกรณีที่ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

ตัวเลขที่ใช้ตั้งต้นไม่ใช่ราคาที่ตกลงกัน แต่เป็นราคาประเมินทุนทรัพย์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งกรมสรรพากรระบุไว้ตรง ๆ ว่าใช้ราคานี้ตามมาตรา 49 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ว่าราคาซื้อขายในท้องตลาดจะเป็นอย่างไร

ข้อยกเว้นคือภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ ซึ่งคิดจากราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย แล้วแต่จำนวนไหนสูงกว่า

ส่วนค่าธรรมเนียมโอนร้อยละ 2 ยังมีมาตรการลดเหลือร้อยละ 0.01 สำหรับบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย ที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 30 มิถุนายน 2569

ประตูหน้าบ้านทาวน์เฮาส์เปิดแง้มในช่วงบ่าย แสงแดดตกลงบนขั้นบันไดปูกระเบื้องและพุ่มไม้สองพุ่มข้างประตู

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คำนวณสี่ขั้น

วิธีคำนวณของบ้านที่ได้มาโดยทางอื่นที่ไม่ใช่มรดกหรือการให้โดยเสน่หา กรมสรรพากรกำหนดเป็นสี่ขั้นตามมาตรา 50(5)(ข) และมาตรา 48(4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร

  • หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 165 พ.ศ. 2529 ตามจำนวนปีที่ถือครอง
  • เหลือเท่าใดถือเป็นเงินได้สุทธิ แล้วหารด้วยจำนวนปีที่ถือครอง
  • คำนวณภาษีจากผลลัพธ์ต่อปีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยเงินได้สุทธิขั้นแรกไม่ได้รับยกเว้นในการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • ได้ภาษีต่อปีเท่าใด คูณด้วยจำนวนปีที่ถือครอง

อัตราค่าใช้จ่ายเหมาตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 165 ลดลงตามจำนวนปีที่ถือครอง คือถือครอง 1 ปีหักได้ร้อยละ 92 · 2 ปี 84 · 3 ปี 77 · 4 ปี 71 · 5 ปี 65 · 6 ปี 60 · 7 ปี 55 และ 8 ปีขึ้นไปหักได้ร้อยละ 50

จำนวนปีที่ถือครองนับจากปีที่ได้กรรมสิทธิ์ถึงปีที่โอน เกิน 10 ปีให้นับเพียง 10 ปี และเศษของปีให้นับเป็นหนึ่งปี ซึ่งหมายความว่าซื้อเดือนธันวาคมแล้วขายเดือนมกราคมปีถัดไปนับเป็น 2 ปีแล้ว

ยิ่งถือครองนาน ภาษีหัก ณ ที่จ่ายยิ่งสูง

ผลของสูตรนี้สวนกับสัญชาตญาณ เพราะค่าใช้จ่ายเหมาที่ลดลงตามปีทำให้ฐานภาษีโตเร็วกว่าที่การหารจำนวนปีจะช่วยทอนได้ ตารางข้างล่างคำนวณจากอัตราที่กรมสรรพากรประกาศ บนบ้านราคาประเมิน 3,000,000 บาท

ถือครองหักค่าใช้จ่ายเงินได้สุทธิภาษีหัก ณ ที่จ่ายคิดเป็นสัดส่วนของราคาประเมิน
1 ปี92%240,000 บาท12,000 บาท0.40%
3 ปี77%690,000 บาท34,500 บาท1.15%
5 ปี65%1,050,000 บาท52,500 บาท1.75%
8 ปี50%1,500,000 บาท75,000 บาท2.50%
10 ปี50%1,500,000 บาท75,000 บาท2.50%

แต่ข้อสรุปว่าขายเร็วดีกว่ายังผิด เพราะรายการที่สองที่ผูกกับเวลาคือภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งแรงกว่ากันมาก

มีเพดานคุ้มครองอยู่หนึ่งข้อ กรมที่ดินระบุว่ากรณีขายอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกหรือที่ได้มาโดยมิได้มุ่งในทางค้าหรือหากำไร ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่คำนวณได้ต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของราคาขาย

ห้องครัวว่างเปล่าในคอนโดมิเนียม ตู้ไม้สีอ่อน เคาน์เตอร์หินสะอาด และแสงธรรมชาติจากหน้าต่างเหนืออ่างล้างจาน

ขายก่อน 5 ปี เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% เว้นแต่ชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

การขายอสังหาริมทรัพย์ภายใน 5 ปีนับแต่วันที่ได้มา ถือเป็นการขายเป็นทางค้าหรือหากำไรที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 4(6) แห่งพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 342 พ.ศ. 2541 อัตราที่เรียกเก็บคือร้อยละ 3.3 รวมภาษีท้องถิ่น

ข้อยกเว้นที่ใช้ได้จริงกับคนทั่วไปมีสามข้อ คือการถูกเวนคืน การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางมรดก และการขายบ้านที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยอันเป็นแหล่งสำคัญที่ผู้ขายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปีนับแต่วันที่ได้มา

ข้อสุดท้ายคือข้อที่ประหยัดเงินได้มากที่สุดโดยไม่ต้องทำอะไรซับซ้อน ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านหลังที่ซื้อและอยู่ให้ครบปี แล้วเก็บสำเนาทะเบียนบ้านไว้เป็นหลักฐาน

ถ้าที่ดินกับอาคารได้มาไม่พร้อมกัน กำหนดเวลา 5 ปีให้ถือตามระยะเวลาการได้มาของสิ่งที่ได้มาภายหลัง ซึ่งเป็นกรณีของคนที่ซื้อที่ดินก่อนแล้วปลูกบ้านทีหลัง

เมื่อไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จะเสียค่าอากรแสตมป์ใบรับแทนในอัตรา 1 บาทต่อทุก 200 บาท ซึ่งเท่ากับร้อยละ 0.5 และกรมที่ดินระบุว่าถ้าเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วไม่ต้องเสียอากรแสตมป์อีก

ตัวเลขจริงของบ้านราคาประเมิน 3 ล้าน ขายปีที่ 3

กรณีที่ผู้ขายมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี ค่าใช้จ่ายรวมคือภาษีหัก ณ ที่จ่าย 34,500 บาท บวกอากรแสตมป์ 15,000 บาท บวกค่าธรรมเนียมโอนภายใต้มาตรการร้อยละ 0.01 อีก 300 บาท รวม 49,800 บาท

กรณีที่ผู้ขายไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ค่าใช้จ่ายรวมคือภาษีหัก ณ ที่จ่าย 34,500 บาท บวกภาษีธุรกิจเฉพาะ 99,000 บาท บวกค่าธรรมเนียมโอน 300 บาท รวม 133,800 บาท

ต่างกัน 84,000 บาท จากเอกสารใบเดียวและเวลาหนึ่งปี นี่คือเหตุผลที่คำถามแรกของการวางแผนขายไม่ใช่จะตั้งราคาเท่าไร แต่คือชื่อเราอยู่ในทะเบียนบ้านหลังนี้มานานแค่ไหน

ค่าธรรมเนียมโอนร้อยละ 2 ตามปกติแบ่งกันคนละครึ่งตามธรรมเนียม ไม่ใช่ตามกฎหมาย จึงเป็นข้อที่ต้องเขียนในสัญญาจะซื้อจะขาย ส่วนภาษีหัก ณ ที่จ่ายและภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาระของผู้ขาย ลำดับขั้นในวันโอนอยู่ในคู่มือโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน และมาตรการลดค่าธรรมเนียมฉบับปัจจุบันอยู่ในบทความมาตรการลดค่าโอนและจดจำนอง

บ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์นในไทยช่วงแสงเย็น มีทางรถเข้าปูพื้นและสนามหญ้าเล็กด้านหน้า

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนตั้งวันโอน

สามอย่างที่ทำให้ตัวเลขวันโอนไม่เซอร์ไพรส์ คือปีที่ได้กรรมสิทธิ์ตามหลังโฉนด สำเนาทะเบียนบ้านที่แสดงว่าชื่อผู้ขายอยู่มานานเท่าไร และราคาประเมินทุนทรัพย์ปัจจุบันของแปลงนั้น

ราคาประเมินตรวจเองได้ก่อนไปสำนักงานที่ดิน และควรตรวจ เพราะเป็นฐานของทั้งค่าธรรมเนียมและภาษีหัก ณ ที่จ่าย วิธีตรวจอยู่ในบทความตรวจโฉนดและราคาประเมินออนไลน์

ถ้ากำลังเตรียมขายบ้านทั้งหลัง การคำนวณตัวเลขเหล่านี้ก่อนตั้งราคาช่วยให้ไม่ต้องลดราคาทีหลัง ดูวิธีทำงานของเราได้ที่บริการฝากขายบ้าน

คำถามที่พบบ่อย

ขายบ้านเสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนร้อยละ 2 ของราคาประเมิน ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามสูตรของกรมสรรพากร ภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 เมื่อขายภายใน 5 ปีและไม่เข้าข้อยกเว้น และค่าอากรแสตมป์ร้อยละ 0.5 ในกรณีที่ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

ภาษีคิดจากราคาขายหรือราคาประเมิน

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและค่าธรรมเนียมโอนคิดจากราคาประเมินทุนทรัพย์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ส่วนภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์คิดจากราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย แล้วแต่จำนวนไหนสูงกว่า

ขายก่อน 5 ปีเสียภาษีอะไรเพิ่ม

เสียภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 รวมภาษีท้องถิ่น ตามมาตรา 4(6) แห่งพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 342 พ.ศ. 2541 เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น เช่น ผู้ขายมีชื่อในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยทางมรดก

ชื่อในทะเบียนบ้านต้องอยู่นานเท่าไร

ไม่น้อยกว่า 1 ปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น และต้องเป็นบ้านที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยอันเป็นแหล่งสำคัญของผู้ขาย

ทำไมถือครองนานแล้วภาษีหัก ณ ที่จ่ายมากขึ้น

เพราะอัตราค่าใช้จ่ายเหมาตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 165 ลดลงตามจำนวนปี จากร้อยละ 92 ในปีแรกเหลือร้อยละ 50 เมื่อถือครอง 8 ปีขึ้นไป ฐานภาษีจึงโตขึ้นเร็วกว่าผลของการหารจำนวนปี

ปีที่ถือครองนับอย่างไร

นับจากปีที่ได้กรรมสิทธิ์ถึงปีที่โอน ถ้าเกิน 10 ปีให้นับเพียง 10 ปี และเศษของปีให้นับเป็นหนึ่งปี โดยนับตามปีปฏิทิน

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากการขายบ้านต้องนำไปยื่นภาษีปลายปีอีกไหม

ผู้ขายเลือกได้ จะถือว่าภาษีที่ถูกหักไว้เป็นภาษีสุดท้ายโดยไม่นำเงินได้ก้อนนี้ไปรวมยื่นก็ได้ หรือจะนำไปรวมคำนวณกับเงินได้อื่นก็ได้ ตามที่กรมสรรพากรอธิบายไว้เรื่องการเลือกเสียภาษีจากการขายอสังหาริมทรัพย์

ผู้ซื้อชาวต่างชาติได้ค่าธรรมเนียมโอน 0.01% ไหม

ไม่ได้ มาตรการนี้ใช้สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย รายละเอียดอยู่ในบทความชาวต่างชาติซื้ออสังหาในไทย

สรุป

  • ค่าใช้จ่ายวันโอนคือค่าธรรมเนียมโอนร้อยละ 2 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 เมื่อเข้าเงื่อนไข และอากรแสตมป์ร้อยละ 0.5 เมื่อไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
  • ฐานคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายคือราคาประเมินทุนทรัพย์ ไม่ใช่ราคาที่ตกลงซื้อขายกัน
  • ค่าใช้จ่ายเหมาตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 165 ลดจากร้อยละ 92 ในปีแรกเหลือร้อยละ 50 เมื่อถือครอง 8 ปีขึ้นไป ทำให้ถือครองนานแล้วภาษีหัก ณ ที่จ่ายสูงขึ้น
  • ขายภายใน 5 ปีเสียภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 เว้นแต่มีชื่อในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือได้ทรัพย์มาทางมรดก
  • บ้านราคาประเมิน 3 ล้านบาทที่ขายปีที่ 3 ต่างกัน 84,000 บาท ระหว่างมีชื่อกับไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน
  • ค่าธรรมเนียมโอนร้อยละ 0.01 ถึง 30 มิถุนายน 2570 ใช้กับผู้ซื้อบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย บ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท