ทั้งแบ่งและรวม ทำที่สำนักงานที่ดิน และต้องรังวัดทุกครั้ง
การแบ่งแยกโฉนดคือการทำให้ที่ดินแปลงเดียวกลายเป็นหลายแปลง แต่ละแปลงได้โฉนดของตัวเอง ส่วนการรวมโฉนดคือการทำกลับกัน เอาหลายแปลงมาเป็นแปลงเดียวและออกโฉนดใหม่หนึ่งฉบับ
ทั้งสองอย่างยื่นที่สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่ ทั้งสองอย่างต้องมีการรังวัดโดยช่างของสำนักงานที่ดิน และทั้งสองอย่างต้องแจ้งเจ้าของที่ดินข้างเคียงมาระวังชี้แนวเขต
ระยะเวลาตามมาตรฐานการให้บริการอยู่ที่ประมาณสามเดือน โดยเป็นขั้นตอนของสำนักงานราว 92 วัน บวกกับคิวรังวัดซึ่งต่างกันมากในแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่ราว 15 วันจนถึงราว 200 วัน ตัวเลขนี้อยู่ในคู่มือสำหรับประชาชนของกรมที่ดิน และคิวรังวัดคือตัวแปรที่ทำให้บางจังหวัดเสร็จในสองเดือนขณะที่บางจังหวัดใช้เวลาเกือบปี
ก่อนจะยื่น ให้โทรถามคิวรังวัดของสำนักงานที่ดินในพื้นที่ก่อน เพราะถ้ากำลังจะขายที่ดินโดยผูกกับกำหนดเวลาโอน คิวรังวัดคือสิ่งที่จะทำให้แผนพัง ไม่ใช่ขั้นตอนเอกสาร
แบ่งแยกโฉนดมีหลายแบบ และคนละแบบใช้เอกสารคนละชุด
คนมักคิดว่าแบ่งโฉนดมีแบบเดียว ความจริงมีสามแบบที่ใช้บ่อย และเลือกผิดแบบตั้งแต่ต้นแปลว่าต้องเริ่มใหม่
แบ่งแยกในนามเดิม คือเจ้าของคนเดิมยังถือทุกแปลงหลังแบ่ง ใช้เมื่อจะแบ่งไว้ขายทีละแปลง แบ่งให้ลูกทีหลัง หรือแบ่งเพื่อจำนองเฉพาะบางส่วน
แบ่งกรรมสิทธิ์รวม ใช้เมื่อที่ดินมีเจ้าของหลายคนถือรวมกันอยู่ในโฉนดเดียว แล้วต้องการแยกออกเป็นแปลงของแต่ละคน กรณีนี้ทุกคนต้องมาพร้อมกันและตกลงกันได้ก่อนว่าใครได้ส่วนไหน เพราะสำนักงานที่ดินไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินให้
แบ่งหักเป็นทางสาธารณประโยชน์ คือการยกส่วนหนึ่งของที่ดินให้เป็นทางสาธารณะ ใช้เมื่อแบ่งแปลงแล้วต้องมีถนนเข้าออก ข้อควรรู้คือเมื่อยกให้แล้วยกกลับไม่ได้ ที่ดินส่วนนั้นหมดความเป็นกรรมสิทธิ์ของคุณถาวร
ที่ดินมรดกที่พี่น้องถือรวมกันมักติดตรงแบบที่สอง เพราะทุกคนต้องเซ็นและต้องมาที่สำนักงานที่ดิน ถ้ามีคนหนึ่งอยู่ต่างประเทศหรือไม่ยอมมา เรื่องหยุดทันที ทางแก้คือมอบอำนาจให้ถูกต้อง ไม่ใช่รอให้ว่าง
กับดักที่แพงที่สุด แบ่งเกินสิบแปลงเพื่อขาย
นี่คือเรื่องที่ทำให้เจ้าของที่ดินเดือดร้อนมากที่สุด และเป็นเรื่องที่คนไม่รู้จนกระทั่งสำนักงานที่ดินปฏิเสธคำขอ
พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 4 นิยามว่า การจัดสรรที่ดิน หมายถึงการจำหน่ายที่ดินที่ได้แบ่งเป็นแปลงย่อยรวมกันตั้งแต่สิบแปลงขึ้นไป ไม่ว่าจะแบ่งจากที่ดินแปลงเดียวหรือหลายแปลงที่มีพื้นที่ติดต่อกัน โดยได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์เป็นค่าตอบแทน
และนิยามเดียวกันยังครอบคลุมถึงกรณีที่แบ่งไว้ไม่ถึงสิบแปลง แล้วต่อมาแบ่งที่ดินแปลงเดิมเพิ่มเติมภายในสามปี จนรวมกันได้ตั้งแต่สิบแปลงขึ้นไป
ความหมายในทางปฏิบัติคือ การแบ่งเก้าแปลงวันนี้แล้วอีกสองปีค่อยแบ่งเพิ่มอีกสามแปลงเพื่อขาย ไม่ได้ทำให้พ้นจากกฎหมายจัดสรร มันนับรวมกัน และเมื่อเข้าข่ายแล้วต้องขอใบอนุญาตจัดสรร ซึ่งมาพร้อมข้อกำหนดเรื่องถนน สาธารณูปโภค และหลักประกัน ที่เปลี่ยนโครงการเล็กให้กลายเป็นโครงการที่ต้องใช้ทุนคนละระดับ
สองจุดที่ต้องอ่านให้ชัดคือ คำว่า จำหน่าย และคำว่า ค่าตอบแทน การแบ่งเพื่อยกให้ลูกโดยไม่มีค่าตอบแทน กับการแบ่งเพื่อขาย เป็นคนละเรื่องกัน ถ้าไม่แน่ใจว่ากรณีของตัวเองเข้าข่ายไหน ให้ถามสำนักงานที่ดินก่อนยื่น ไม่ใช่หลังจากจ่ายค่ารังวัดไปแล้ว
ทางเข้าออก คือสิ่งที่ตัดสินว่าแปลงที่แบ่งมีค่าหรือไม่มี
เรื่องนี้สำคัญกว่าขนาดแปลง และเป็นความผิดพลาดที่แก้ทีหลังแพงที่สุด
ที่ดินที่แบ่งออกมาแล้วไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ คือที่ดินที่ขายยากมากและธนาคารมักไม่รับจำนอง เพราะมูลค่าหลักประกันของแปลงที่เข้าไม่ถึงนั้นต่ำกว่าที่ตัวเลขเนื้อที่บอก
เวลาวางแผนแบ่งแปลง ให้เขียนแผนผังก่อนว่าแต่ละแปลงจะเข้าออกทางไหน แล้วเลือกวิธีให้ทางเข้าออกนั้นมีผลผูกพันจริง ซึ่งทำได้สองทางหลัก คือกันส่วนหนึ่งไว้เป็นถนนแล้วจดภาระจำยอมให้แปลงที่อยู่ด้านใน หรือแบ่งหักส่วนนั้นเป็นทางสาธารณประโยชน์ไปเลย
สิ่งที่ใช้ไม่ได้คือการตกลงกันปากเปล่าว่าให้ผ่านได้ เพราะเมื่อเจ้าของเปลี่ยนมือ ข้อตกลงนั้นไม่ผูกพันใคร รายละเอียดของภาระจำยอมและทางจำเป็นอยู่ที่ ที่ดินตาบอดกับทางจำเป็น และสิ่งที่ต้องตรวจก่อนซื้อที่ดินที่มีภาระจำยอมอยู่ที่ ซื้อที่ดินที่มีภาระจำยอม
รวมโฉนด มีเงื่อนไขห้าข้อที่ต้องผ่านให้ครบ
การรวมโฉนดไม่ได้ทำได้ทุกกรณี กรมที่ดินกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ และขาดข้อเดียวก็รวมไม่ได้
- ต้องเป็นหนังสือแสดงสิทธิประเภทเดียวกัน
- ต้องมีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เหมือนกันทุกฉบับ
- ผู้ถือกรรมสิทธิ์ต้องยังมีชีวิตอยู่ทุกคน
- ที่ดินต้องเป็นผืนติดต่อกัน
- ต้องอยู่ในจังหวัดและสำนักงานที่ดินเดียวกัน แม้จะต่างตำบลหรือต่างอำเภอก็รวมได้
ข้อที่คนสะดุดบ่อยที่สุดคือข้อสองกับข้อสาม เพราะที่ดินที่ถือกันมาในครอบครัวมักมีชื่อไม่ตรงกันทุกแปลง เช่นแปลงหนึ่งเป็นชื่อพ่อ อีกแปลงเป็นชื่อพ่อกับแม่ร่วมกัน กรณีแบบนี้ต้องจัดการให้ชื่อตรงกันก่อน ด้วยการโอนหรือจดเพิ่มชื่อ ซึ่งมีค่าธรรมเนียมและอาจมีภาษีของมันเอง
ส่วนกรณีที่เจ้าของคนหนึ่งเสียชีวิตแล้ว ต้องจัดการมรดกและโอนให้เรียบร้อยก่อน จะข้ามไปรวมโฉนดเลยไม่ได้
อีกเรื่องที่ต้องเช็คคือภาระผูกพัน ถ้าแปลงใดติดจำนอง ขายฝาก หรือมีการเช่าจดทะเบียนไว้ ต้องได้รับความยินยอมจากคู่กรณีทุกฝ่ายก่อน ธนาคารส่วนใหญ่ยินยอมถ้าหลักประกันไม่ได้ลดลง แต่ต้องขอล่วงหน้า เพราะเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาของธนาคารเอง
เพื่อนบ้านไม่มาชี้แนวเขต ไม่ได้แปลว่าเรื่องจบ
ในวันรังวัด เจ้าของที่ดินข้างเคียงต้องมารับรองแนวเขต และนี่คือขั้นตอนที่ทำให้เรื่องช้าที่สุด
ถ้าเขาไม่มา พนักงานเจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งให้มาลงชื่อรับรองแนวเขตหรือคัดค้าน ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ส่งหนังสือ โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ และเมื่อครบกำหนดแล้วไม่มีผู้คัดค้าน ประกอบกับผู้ขอให้คำรับรองว่าไม่ได้รังวัดรุกล้ำที่ดินข้างเคียง เรื่องก็เดินต่อได้
แปลว่าเพื่อนบ้านที่เงียบไม่ได้หยุดเรื่องของคุณถาวร แต่เพื่อนบ้านที่คัดค้านหยุดได้ เพราะเมื่อมีการคัดค้านแนวเขต เรื่องจะกลายเป็นข้อพิพาทที่ต้องไประงับกันก่อน และนั่นคือจุดที่ระยะเวลาเปลี่ยนจากเดือนเป็นปี
วิธีที่ลดความเสี่ยงนี้ได้จริงคือไปคุยกับเพื่อนบ้านก่อนยื่นคำขอ ไม่ใช่ให้เขารู้ตัวจากหนังสือราชการ เพราะคนจำนวนมากคัดค้านเพราะตกใจ ไม่ใช่เพราะมีข้อพิพาทจริง ถ้าแนวรั้วปัจจุบันไม่ตรงกับโฉนดอยู่แล้ว ให้อ่าน เพื่อนบ้านรุกล้ำที่ดิน ก่อนเริ่ม
ค่าใช้จ่าย ตัวที่แพงไม่ใช่ค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายเป็นเงินหลักสิบบาทต่อแปลง ทั้งค่าคำขอ ค่าธรรมเนียมการรังวัด ค่าโฉนดฉบับใหม่ และค่าปิดประกาศ รวมกันแล้วยังไม่ถึงหลักร้อยต่อแปลง
ตัวที่เป็นค่าใช้จ่ายจริงคือค่าใช้จ่ายในการรังวัด ซึ่งคิดตามจำนวนวันที่ช่างต้องออกไปทำงาน จำนวนคนงาน ระยะทาง และความยากของพื้นที่ ที่ดินแปลงเล็กในเขตเมืองที่เข้าถึงง่ายกับที่ดินหลายสิบไร่ในพื้นที่ห่างไกลจึงต่างกันหลายเท่า
สำนักงานที่ดินจะประเมินและแจ้งให้ทราบก่อนวางเงิน ให้ถามยอดประมาณการตั้งแต่วันยื่นคำขอ และถามด้วยว่าถ้าต้องออกไปรังวัดเกินจำนวนวันที่ประเมินไว้จะคิดเพิ่มอย่างไร เพราะที่ดินที่แนวเขตไม่ชัดมักใช้วันมากกว่าที่ประเมินตอนแรก
ควรแบ่ง หรือควรรวม ตัดสินจากอะไร
คำถามนี้ตอบได้จากสิ่งที่จะทำกับที่ดินต่อไป ไม่ใช่จากตัวเลขเนื้อที่
แบ่ง เมื่อจะขายทีละส่วน เพราะแปลงเล็กมีคนซื้อได้มากกว่าและขายเร็วกว่า หรือเมื่อจะยกให้ลูกหลานคนละแปลงเพื่อไม่ให้เกิดกรรมสิทธิ์รวมที่ตัดสินใจอะไรก็ต้องเซ็นทุกคน หรือเมื่อจะจำนองเฉพาะบางส่วนโดยไม่เอาทั้งผืนไปผูกกับธนาคาร
รวม เมื่อจะสร้างอาคารคร่อมแนวเขตเดิม ซึ่งทำไม่ได้ถ้ายังเป็นคนละแปลง หรือเมื่อจะขายทั้งผืนให้ผู้ซื้อรายเดียวและอยากให้เอกสารง่ายขึ้น หรือเมื่อจะขอสินเชื่อโดยใช้ทั้งผืนเป็นหลักประกันก้อนเดียว
ข้อควรระวังของการรวมคือมันลดความยืดหยุ่น เพราะเมื่อรวมแล้วจะขายแค่บางส่วนต้องกลับมาแบ่งใหม่ ซึ่งเสียเวลาและค่าใช้จ่ายอีกรอบ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะใช้ที่ดินอย่างไร การไม่รวมไว้ก่อนมักเป็นทางเลือกที่เสียหายน้อยกว่า
ก่อนตัดสินใจแบ่งเพื่อขาย ให้ตรวจข้อกำหนดผังเมืองของพื้นที่ด้วย เพราะบางสีของผังเมืองกำหนดขนาดแปลงขั้นต่ำและประเภทการใช้ประโยชน์ไว้ ซึ่งอาจทำให้แผนการแบ่งใช้ไม่ได้ตั้งแต่ต้น วิธีตรวจข้อมูลแปลงที่ดินด้วยตัวเองอยู่ที่ ตรวจที่ดินออนไลน์ก่อนซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
แบ่งโฉนดใช้เวลานานแค่ไหน
ตามมาตรฐานการให้บริการของกรมที่ดินประมาณสามเดือน เป็นขั้นตอนของสำนักงานราว 92 วัน บวกคิวรังวัดที่ต่างกันในแต่ละพื้นที่ตั้งแต่ราว 15 ถึง 200 วัน ควรโทรถามคิวของสำนักงานที่ดินในพื้นที่ก่อนยื่น
แบ่งขายได้กี่แปลงถึงไม่เข้าข่ายจัดสรร
กฎหมายนิยามการจัดสรรที่ดินไว้ที่การจำหน่ายที่ดินที่แบ่งเป็นแปลงย่อยรวมกันตั้งแต่สิบแปลงขึ้นไปโดยได้รับค่าตอบแทน และยังนับรวมกรณีที่แบ่งไม่ถึงสิบแปลงแล้วแบ่งเพิ่มภายในสามปีจนครบสิบแปลงด้วย
รวมโฉนดที่อยู่คนละอำเภอได้ไหม
ได้ ถ้าอยู่ในจังหวัดเดียวกันและสำนักงานที่ดินเดียวกัน โดยที่ดินต้องเป็นผืนติดต่อกันและชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ต้องเหมือนกันทุกฉบับ
เจ้าของคนหนึ่งเสียชีวิตแล้ว รวมโฉนดได้ไหม
ไม่ได้ ต้องจัดการมรดกและโอนให้เรียบร้อยจนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ตรงกันและมีชีวิตอยู่ทุกคนก่อน จึงจะยื่นรวมโฉนดได้
เพื่อนบ้านไม่มาชี้แนวเขต ต้องทำอย่างไร
เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ให้มารับรองหรือคัดค้านภายใน 30 วัน ถ้าครบกำหนดแล้วไม่มีผู้คัดค้าน และผู้ขอรับรองว่าไม่ได้รังวัดรุกล้ำ เรื่องเดินต่อได้
แปลงที่แบ่งออกมาไม่มีทางเข้าออก แก้ทีหลังได้ไหม
แก้ได้แต่แพงและช้ากว่ามาก เพราะต้องไปเจรจากับเจ้าของแปลงที่ขวางอยู่ ควรวางแผนทางเข้าออกและจดภาระจำยอมหรือแบ่งหักเป็นทางสาธารณะไปพร้อมกับการแบ่งแปลงตั้งแต่ต้น
สรุป
- แบ่งและรวมโฉนดทำที่สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่ ต้องรังวัดทั้งคู่ และใช้เวลาราวสามเดือนบวกคิวรังวัดของพื้นที่
- แบ่งแยกมีสามแบบ และแบ่งกรรมสิทธิ์รวมต้องให้เจ้าของทุกคนตกลงกันก่อน
- แบ่งเพื่อขายรวมกันตั้งแต่สิบแปลงขึ้นไปเข้าข่ายจัดสรรที่ดิน และการแบ่งเพิ่มภายในสามปีนับรวมด้วย
- ทุกแปลงที่แบ่งต้องมีทางเข้าออกที่ผูกพันจริง ไม่ใช่ตกลงปากเปล่า
- รวมโฉนดต้องผ่านเงื่อนไขห้าข้อ โดยข้อชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ตรงกันคือข้อที่คนติดมากที่สุด
- ค่าธรรมเนียมเป็นเงินหลักสิบ ค่าใช้จ่ายจริงคือค่ารังวัดที่คิดตามจำนวนวันและความยากของพื้นที่