หย่าแล้วบ้านเป็นของใคร
ถ้าบ้านซื้อมาระหว่างสมรส โดยหลักคือสินสมรส และเมื่อหย่าต้องแบ่งกันคนละครึ่งเท่ากัน ไม่ว่าโฉนดจะมีชื่อใครคนเดียวก็ตาม แต่คำตอบนี้ตอบได้แค่ครึ่งเดียวของปัญหา เพราะอีกครึ่งคือหนี้ที่ยังผ่อนอยู่ ซึ่งไม่ได้แบ่งไปพร้อมกับบ้านโดยอัตโนมัติ
ประโยคที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ ธนาคารไม่ใช่คู่ความในการหย่าของคุณ ข้อตกลงที่เขียนไว้ท้ายทะเบียนหย่าว่าอีกฝ่ายรับบ้านไปผ่อนต่อ ผูกพันกันเองระหว่างสองคน แต่ไม่ผูกพันธนาคาร ถ้าชื่อคุณยังอยู่ในสัญญากู้ ธนาคารยังทวงคุณได้เต็มจำนวน และถ้าอีกฝ่ายหยุดจ่าย เครดิตที่เสียคือเครดิตของคุณด้วย
นี่คือจุดที่คนพลาดกันมากที่สุด และเป็นความผิดพลาดที่ไม่ปรากฏผลทันที มันจะปรากฏในอีกสองสามปีถัดมา ตอนที่คุณไปยื่นกู้ซื้อบ้านหลังใหม่แล้วถูกปฏิเสธ
บ้านของคุณเป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัว
ก่อนจะพูดเรื่องแบ่ง ต้องรู้ก่อนว่าบ้านหลังนั้นอยู่ในกองไหน เพราะสองกองนี้แบ่งกันคนละแบบ
| ประเภท | ตัวอย่าง | เมื่อหย่า |
|---|---|---|
| สินสมรส | บ้านที่ซื้อระหว่างสมรสด้วยเงินที่หามาได้ระหว่างสมรส ไม่ว่าใส่ชื่อใคร | แบ่งกันคนละครึ่งเท่ากัน |
| สินส่วนตัว | บ้านที่มีอยู่ก่อนจดทะเบียนสมรส หรือที่ได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดก หรือโดยการให้โดยเสน่หา | เป็นของฝ่ายนั้นทั้งหมด ไม่ต้องแบ่ง |
| สินส่วนตัวที่มีสินสมรสมาผสม | บ้านที่ได้มาก่อนสมรส แต่ผ่อนต่อด้วยเงินระหว่างสมรส หรือเอาเงินระหว่างสมรสมาต่อเติม | ตัวบ้านยังเป็นสินส่วนตัว แต่ส่วนที่ผ่อนหรือลงทุนไปด้วยเงินสินสมรส เป็นประเด็นที่เรียกร้องแบ่งกันได้ |
มีข้อหนึ่งที่ควรรู้และเป็นประโยชน์กับคนที่ไม่มีชื่อในโฉนดมาก คือ ถ้ามีข้อสงสัยว่าทรัพย์สินชิ้นหนึ่งเป็นสินสมรสหรือไม่ กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส แปลว่าภาระในการพิสูจน์ตกอยู่กับฝ่ายที่อ้างว่ามันเป็นสินส่วนตัว ไม่ใช่ฝ่ายที่อ้างว่ามันเป็นของร่วม
อีกข้อที่คนเข้าใจผิดบ่อยมากคือคิดว่าชื่อในโฉนดคือคำตอบสุดท้าย ไม่ใช่ ชื่อในโฉนดบอกว่าใครเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในทางทะเบียน แต่ไม่ได้บอกว่าทรัพย์นั้นอยู่ในกองไหน บ้านที่ใส่ชื่อสามีคนเดียวแต่ซื้อระหว่างสมรส ก็ยังเป็นสินสมรสที่ต้องแบ่ง
ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แล้วบ้านล่ะ
ตรงนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรส กฎหมายเรื่องสินสมรสไม่นำมาใช้เลย จะอยู่กินกันมายี่สิบปีก็ไม่เกิดสินสมรสขึ้นมาเอง
สิ่งที่ยังทำได้คือการอ้างว่าเป็นเจ้าของร่วมในฐานะที่ร่วมกันทำมาหาได้ แต่ต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐาน ไม่ใช่ด้วยการเล่าว่าอยู่ด้วยกันมานาน หลักฐานที่ใช้ได้จริงคือสิ่งที่แสดงว่าเงินของคุณเข้าไปในทรัพย์นั้น เช่น สลิปโอนเงินดาวน์ รายการหักบัญชีค่างวดจากบัญชีของคุณ ใบเสร็จค่าต่อเติม หรือหลักฐานการผ่อนที่ต่อเนื่อง
คำแนะนำที่ตรงไปตรงมาสำหรับคู่ที่ไม่ได้จดทะเบียนคือ ให้ใส่ชื่อร่วมในโฉนดตั้งแต่วันโอน หรือทำสัญญาระหว่างกันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าใครลงเงินเท่าไหร่และถือสัดส่วนเท่าไหร่ ทำวันที่ยังรักกันดีใช้เวลาสิบนาที ทำวันที่เลิกกันแล้วใช้เวลาเป็นปีในศาล
บ้านที่ยังผ่อนอยู่ มีทางออกอยู่สามทาง
เมื่อรู้แล้วว่าบ้านเป็นสินสมรส คำถามต่อไปคือจะจัดการยังไงกับตัวบ้านและหนี้ที่ติดอยู่ ในทางปฏิบัติมีสามทาง และแต่ละทางมีเงื่อนไขที่ต้องผ่านต่างกัน
| ทางเลือก | ต้องทำอะไร | ข้อจำกัดที่คนไม่ทันคิด |
|---|---|---|
| ขายแล้วแบ่งเงิน | ขายบ้าน ปิดหนี้ธนาคารในวันโอน ที่เหลือแบ่งกัน | ง่ายและสะอาดที่สุด แต่ต้องตกลงกันเรื่องราคาและจังหวะขายให้ได้ ถ้าฝ่ายหนึ่งไม่ยอมเซ็น ขายไม่ได้ |
| ฝ่ายหนึ่งรับบ้านไป | ฝ่ายที่จะอยู่ต่อต้องรีไฟแนนซ์เป็นชื่อตัวเองคนเดียว แล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้เรียบร้อย | ต้องกู้ผ่านคนเดียวให้ได้ ซึ่งคือด่านจริง เพราะเดิมกู้ร่วมสองคน รายได้คนเดียวอาจไม่พอ |
| ถือร่วมกันต่อไปก่อน | ยังไม่แบ่ง ให้ฝ่ายหนึ่งอยู่และผ่อนไปก่อน โดยทำข้อตกลงเป็นหนังสือ | เป็นทางที่เสี่ยงที่สุด เพราะทั้งสองยังผูกกับหนี้ก้อนเดิม และการขายในอนาคตต้องใช้ลายเซ็นทั้งคู่เสมอ |
ขอขยายทางที่สองให้ชัด เพราะเป็นทางที่คนเลือกมากที่สุดและพังบ่อยที่สุด สมมติสองคนกู้ร่วมกันซื้อบ้าน แล้วตกลงว่าฝ่ายหญิงรับบ้านไปผ่อนต่อ สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นจริงคือฝ่ายหญิงต้องไปยื่นกู้ใหม่ในชื่อตัวเองคนเดียวให้ธนาคารอนุมัติ แล้วเอาเงินก้อนนั้นไปปิดสัญญาเดิม จากนั้นจึงจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน
ถ้าขั้นตอนนี้ไม่เกิด สิ่งที่ได้คือกระดาษที่เขียนว่าเธอรับบ้านไป กับสัญญากู้ที่ยังมีชื่อทั้งสองคน ซึ่งแปลว่าในสายตาธนาคาร ไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย จึงควรตกลงกันตั้งแต่ต้นว่าถ้ารีไฟแนนซ์คนเดียวไม่ผ่านภายในกี่เดือน จะกลับไปใช้ทางเลือกขายแล้วแบ่งเงินแทน เขียนเงื่อนไขนี้ลงไปให้ชัด
หนี้ที่เหลือ ใครรับผิด
แยกให้ชัดระหว่างสองเรื่องที่มักถูกพูดปนกัน
ระหว่างคุณสองคน ข้อตกลงหย่าใช้บังคับได้ ถ้าเขียนว่าอีกฝ่ายรับผิดชอบค่างวดทั้งหมด แล้วเขาไม่จ่ายจนคุณต้องจ่ายแทน คุณมีสิทธิไล่เบี้ยเอากับเขาได้ตามข้อตกลงนั้น
ระหว่างคุณกับธนาคาร ข้อตกลงหย่าไม่มีผลใด ๆ ธนาคารทำสัญญากับผู้กู้ร่วมสองคน และไม่ได้เป็นคู่สัญญาในบันทึกการหย่าของคุณ เขาจึงเรียกให้ผู้กู้ร่วมคนใดคนหนึ่งชำระเต็มจำนวนได้
ผลในทางปฏิบัติคือ ตราบใดที่ชื่อคุณยังอยู่ในสัญญากู้ หนี้ก้อนนั้นยังนับรวมอยู่ในภาระหนี้ของคุณเวลาจะขอสินเชื่อใหม่ และถ้าอีกฝ่ายค้างชำระ ประวัติเสียของคุณเกิดขึ้นพร้อมกัน คนจำนวนมากรู้เรื่องนี้ตอนไปยื่นกู้ซื้อบ้านหลังใหม่แล้วถูกปฏิเสธโดยไม่เข้าใจว่าทำไม
ถ้าตอนนี้อยู่ในสถานะกู้ร่วมและกำลังจะแยกกัน ให้อ่านเรื่องกลไกของการกู้ร่วมประกอบด้วยที่ กู้ร่วมซื้อบ้าน สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเซ็น และถ้าทางออกคือให้ฝ่ายหนึ่งรีไฟแนนซ์ ขั้นตอนและเอกสารอยู่ใน รีไฟแนนซ์บ้าน จังหวะไหนคุ้มและต้องเตรียมอะไร
ก่อนเซ็นอะไร ทำสิบนาทีนี้ก่อน
สิ่งที่ทำให้การแบ่งบ้านยืดเยื้อ ไม่ใช่กฎหมาย แต่คือการที่ทั้งสองฝ่ายไม่มีตัวเลขเดียวกันอยู่ตรงหน้า ให้หาสี่ตัวเลขนี้มาวางบนโต๊ะก่อนคุยเรื่องใคร ได้อะไร
- ยอดหนี้คงเหลือวันนี้ โทรขอจากธนาคารได้เลย ไม่ใช่ยอดที่จำได้จากใบเสร็จเดือนก่อน เพราะตัวเลขนี้คือฐานของทุกการคำนวณ
- ราคาตลาดของบ้านตอนนี้ ไม่ใช่ราคาที่ซื้อมา และไม่ใช่ราคาประเมินราชการ ให้ดูราคาขายจริงของบ้านลักษณะเดียวกันในละแวกเดียวกัน
- ส่วนต่างที่เหลือจริง เอาราคาตลาดลบยอดหนี้ ลบค่าใช้จ่ายในการขายโดยประมาณ ตัวเลขที่ได้คือของที่กำลังจะแบ่งกัน ไม่ใช่ราคาบ้านทั้งหลัง
- ใครจ่ายอะไรไปเท่าไหร่ เงินดาวน์ ค่าต่อเติม ค่างวดที่จ่ายจากบัญชีใคร ถ้ามีส่วนที่มาจากสินส่วนตัวชัดเจน เช่น เงินที่พ่อแม่ให้ก่อนสมรส ให้รวบรวมหลักฐานไว้ตั้งแต่ตอนนี้
เมื่อสี่ตัวเลขนี้อยู่บนโต๊ะ การคุยจะเปลี่ยนจากการเถียงว่าใครควรได้บ้าน เป็นการตัดสินใจว่าจะแบ่งส่วนต่างก้อนนี้ยังไง ซึ่งเป็นการคุยที่จบได้
ข้อควรระวังที่เจอบ่อย
- อีกฝ่ายจะขายหรือจำนองบ้านคนเดียวไม่ได้ การขาย จำนอง หรือทำนิติกรรมกับอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสินสมรส ต้องจัดการร่วมกันหรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย ถ้ามีการทำไปโดยไม่ยินยอม อีกฝ่ายมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนได้ แต่มีกำหนดเวลาจำกัด จึงไม่ควรปล่อยไว้นาน
- อย่าย้ายออกโดยไม่มีข้อตกลงเป็นหนังสือ การย้ายออกไม่ได้ทำให้เสียกรรมสิทธิ์ แต่มันทำให้คุณอยู่ในตำแหน่งที่ต่อรองยากขึ้นมาก และทำให้การเข้าไปตรวจสภาพบ้านในภายหลังกลายเป็นเรื่องใหญ่
- ระวังข้อตกลงที่แลกบ้านกับสิทธิอย่างอื่น เช่น ยอมยกบ้านให้เพื่อแลกกับการไม่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร สองเรื่องนี้เป็นคนละเรื่องกันในทางกฎหมาย และสิทธิของบุตรไม่ใช่สิ่งที่พ่อแม่ตกลงตัดกันเองได้
- เก็บหลักฐานการจ่ายเงินทุกอย่างไว้ สลิปโอน รายการเดินบัญชี ใบเสร็จ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มมีปัญหา เพราะสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้คือสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในสายตาศาล
- อย่าเพิ่งหยุดผ่อนเพราะโกรธ การหยุดจ่ายทำให้เสียเครดิตทั้งคู่ และไม่ได้กดดันอีกฝ่ายอย่างที่คิด มันแค่ทำให้ทรัพย์ที่กำลังจะแบ่งกันมีมูลค่าลดลง
ถ้าตัดสินใจขาย ควรขายยังไง
การขายบ้านในช่วงที่กำลังหย่ามีความยากเพิ่มขึ้นอีกชั้น เพราะต้องใช้ความร่วมมือจากคนสองคนที่กำลังไม่อยากคุยกัน วิธีที่ทำให้เรื่องเดินได้คือทำให้ทุกอย่างเป็นตัวเลขและกำหนดเวลา
ตกลงกันเป็นหนังสือสี่ข้อ คือ ราคาตั้งขาย ราคาต่ำสุดที่ยอมรับได้ ระยะเวลาที่จะลองขาย และสิ่งที่จะทำถ้าเลยเวลานั้นแล้วยังขายไม่ได้ เช่น ปรับราคาลงเท่าไหร่ การเขียนสี่ข้อนี้ไว้ตั้งแต่ต้นตัดการเถียงกันทุกครั้งที่มีคนมาเสนอราคาออกไปได้ทั้งหมด
อีกข้อคือกำหนดให้ชัดว่าเงินจากการขายจะเข้าบัญชีไหนและแบ่งเมื่อไหร่ โดยหลักคือปิดหนี้ธนาคารในวันโอนก่อน แล้วส่วนที่เหลือแบ่งตามที่ตกลง การไม่พูดเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าทำให้วันโอนกลายเป็นวันที่ทะเลาะกันหน้าสำนักงานที่ดิน
ถ้าอยากให้มีคนกลางช่วยจัดการเรื่องราคาและการนัดชม จะทำให้สองฝ่ายไม่ต้องคุยกันโดยตรงในทุกเรื่อง ดูบริการได้ที่ รับฝากขายบ้าน และ รับฝากขายคอนโด ส่วนถ้าอยากดูว่าบ้านลักษณะเดียวกันในละแวกเดียวกันตั้งราคากันเท่าไหร่ ดูได้ที่ บ้านขาย และ ทาวน์เฮาส์ขาย
คำถามที่พบบ่อย
โฉนดมีชื่อสามีคนเดียว ภรรยามีสิทธิไหม
มี ถ้าบ้านนั้นได้มาระหว่างสมรส โดยหลักถือเป็นสินสมรสที่ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง ชื่อในโฉนดบอกว่าใครถือกรรมสิทธิ์ทางทะเบียน ไม่ได้บอกว่าทรัพย์นั้นอยู่ในกองไหน
บ้านที่ซื้อก่อนแต่งงาน ต้องแบ่งไหม
ตัวบ้านเป็นสินส่วนตัวของฝ่ายที่ได้มาก่อนสมรส ไม่ต้องแบ่ง แต่ถ้าผ่อนต่อหรือต่อเติมด้วยเงินที่หามาได้ระหว่างสมรส ส่วนนั้นเป็นประเด็นที่เรียกร้องแบ่งกันได้
บ้านที่พ่อแม่ยกให้ระหว่างสมรส เป็นสินสมรสไหม
โดยหลักเป็นสินส่วนตัวของฝ่ายที่ได้รับ เว้นแต่หนังสือยกให้ระบุไว้ว่าให้เป็นสินสมรส
ตกลงกันแล้วว่าอีกฝ่ายรับบ้านไปผ่อน ทำไมธนาคารยังทวงเรา
เพราะข้อตกลงหย่าผูกพันกันเองระหว่างสองฝ่าย แต่ไม่ผูกพันธนาคาร ตราบใดที่ชื่อคุณยังอยู่ในสัญญากู้ ธนาคารเรียกให้คุณชำระเต็มจำนวนได้ ต้องรีไฟแนนซ์ออกให้เรียบร้อยจึงจะหลุด
อีกฝ่ายขายบ้านโดยที่เราไม่ยินยอมได้ไหม
ไม่ได้ การขายหรือจำนองอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสินสมรสต้องจัดการร่วมกันหรือได้รับความยินยอม ถ้าทำไปโดยไม่ยินยอม อีกฝ่ายฟ้องขอเพิกถอนได้ แต่มีกำหนดเวลาจำกัด จึงต้องรีบดำเนินการ
อยู่กินกันโดยไม่ได้จดทะเบียน มีสิทธิในบ้านไหม
ไม่มีสินสมรส แต่อ้างความเป็นเจ้าของร่วมจากการร่วมกันทำมาหาได้ได้ ถ้ามีหลักฐานว่าเงินของตัวเองเข้าไปในทรัพย์นั้น เช่น สลิปโอนเงินดาวน์หรือรายการหักค่างวด
ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมเซ็นขาย ทำอย่างไร
ฟ้องขอแบ่งสินสมรสต่อศาลได้ ซึ่งใช้เวลาและค่าใช้จ่าย จึงควรลองการเจรจาหรือการไกล่เกลี่ยก่อนเสมอ และควรมีตัวเลขยอดหนี้ ราคาตลาด และส่วนต่างที่ชัดเจนวางบนโต๊ะ
ควรทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก
ขอยอดหนี้คงเหลือจากธนาคาร หาราคาตลาดของบ้าน แล้วคำนวณส่วนต่างที่เหลือจริง สามตัวเลขนี้เปลี่ยนการคุยจากการเถียงเรื่องบ้าน เป็นการตัดสินใจเรื่องเงินก้อนหนึ่ง
สรุปสิ่งที่ต้องจำ
- บ้านที่ซื้อระหว่างสมรสโดยหลักเป็นสินสมรส แบ่งคนละครึ่ง ไม่ว่าโฉนดมีชื่อใคร
- ถ้ามีข้อสงสัยว่าเป็นสินสมรสหรือไม่ กฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส
- ข้อตกลงหย่าไม่ผูกพันธนาคาร ชื่อยังอยู่ในสัญญากู้แปลว่าหนี้ยังเป็นของคุณด้วย
- ทางเลือกมีสามทาง คือขายแล้วแบ่ง ให้ฝ่ายหนึ่งรีไฟแนนซ์รับไป หรือถือร่วมกันต่อ ทางสุดท้ายเสี่ยงที่สุด
- ถ้าเลือกให้ฝ่ายหนึ่งรับไป ต้องเขียนไว้ด้วยว่าถ้ารีไฟแนนซ์ไม่ผ่านในกี่เดือนจะกลับไปขาย
- หาสี่ตัวเลขมาก่อนคุย คือยอดหนี้คงเหลือ ราคาตลาด ส่วนต่างจริง และใครจ่ายอะไรไปเท่าไหร่
- ไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็ยังอ้างสิทธิได้ แต่ต้องมีหลักฐานการลงเงิน ไม่ใช่ระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน
- อย่าหยุดผ่อนเพราะโกรธ เพราะมันลดมูลค่าของทรัพย์ที่กำลังจะแบ่งกันเอง