ความเชื่อที่ทำให้คนเปลี่ยนไปใช้ TOU แล้วค่าไฟแพงขึ้น คือคิดว่าใช้ไฟกลางคืนถูกกว่า
ประโยคนั้นจริงครึ่งเดียว และครึ่งที่หายไปคือครึ่งที่ทำให้บิลแพงขึ้น
อัตรา TOU ไม่ได้ทำให้ไฟกลางคืนถูกลงเฉย ๆ มันทำให้ไฟกลางวันแพงขึ้นด้วย
เพราะ TOU ย่อมาจากอัตราตามช่วงเวลาของการใช้ ซึ่งแบ่งค่าไฟออกเป็นสองราคาตามเวลา ไม่ใช่ลดราคาให้ทั้งวัน
ช่วงที่แพงคือ On Peak ระหว่าง 9 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม ในวันจันทร์ถึงศุกร์
ช่วงที่ถูกคือ Off Peak ระหว่าง 4 ทุ่มถึง 9 โมงเช้า และตลอดทั้งวันในวันหยุด
เพราะฉะนั้นคำถามที่ควรถามไม่ใช่ TOU ถูกกว่าไหม แต่คือบ้านคุณใช้ไฟกี่เปอร์เซ็นต์ในช่วงกลางวันวันธรรมดา
บทความนี้จะพาคำนวณจริงจากบิลของคุณเอง ก่อนจะไปเสียเงินค่ามิเตอร์
โครงสร้างของอัตรา TOU
ช่วง On Peak คือ 09.00 น. ถึง 22.00 น. ของวันจันทร์ถึงวันศุกร์
ช่วง Off Peak คือ 22.00 น. ถึง 09.00 น. ของวันจันทร์ถึงวันศุกร์ และตลอดทั้งวันในวันหยุด
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือช่วง On Peak ยาวถึงสิบสามชั่วโมง และครอบคลุมเกือบทั้งวันทำงาน
คนจำนวนมากได้ยินคำว่า Peak แล้วนึกถึงช่วงเย็นสั้น ๆ ซึ่งไม่ใช่เลย
อีกเรื่องที่ต้องรู้คือ การใช้อัตรานี้ต้องเปลี่ยนมิเตอร์เป็นมิเตอร์ TOU ซึ่งผู้ใช้ไฟเป็นผู้ชำระค่าเครื่องวัด
และเมื่อใช้อัตรานี้ไปแล้วไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน จึงจะขอเปลี่ยนกลับไปใช้อัตราเดิมได้
ข้อนี้สำคัญมาก เพราะแปลว่าถ้าตัดสินใจผิด คุณจะอยู่กับมันอย่างน้อยหนึ่งปี
คำนวณจริงจากบิลของคุณเอง
นี่คือส่วนที่ตัดสินทุกอย่าง และทำได้โดยไม่ต้องซื้ออะไร
ขั้นที่หนึ่ง เขียนตารางเวลาการใช้ไฟของบ้าน
ไล่ทีละเครื่องที่กินไฟเยอะ แล้วเขียนว่ามันทำงานช่วงไหนของวัน
- แอร์ห้องนอน ใช้กี่โมงถึงกี่โมง
- แอร์ห้องนั่งเล่น ใช้ตอนไหน และวันธรรมดาหรือวันหยุด
- เครื่องทำน้ำอุ่น ใช้ตอนเช้าหรือตอนเย็น
- เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า วันไหนและกี่โมง
- หม้อหุงข้าว ไมโครเวฟ กาต้มน้ำ ซึ่งมักอยู่ในช่วงเช้าและเย็น
- ตู้เย็นและปั๊มน้ำ ซึ่งทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
ขั้นที่สอง ประเมินสัดส่วน
ดูคร่าว ๆ ว่าการใช้ไฟของบ้านตกอยู่ในช่วง On Peak กี่เปอร์เซ็นต์
ตัวเลขนี้ไม่ต้องแม่นยำระดับทศนิยม แค่รู้ว่าอยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง มากกว่าครึ่ง หรือน้อยกว่าครึ่ง ก็พอตัดสินใจได้แล้ว
ขั้นที่สาม เอาสัดส่วนไปคูณกับอัตราของทั้งสองช่วง
เอาจำนวนหน่วยทั้งเดือนจากบิล แล้วแบ่งตามสัดส่วนที่ประเมินไว้ คูณด้วยอัตรา On Peak และ Off Peak ของรอบปัจจุบัน แล้วบวกกัน
เทียบตัวเลขนั้นกับค่าไฟที่คุณจ่ายอยู่ตามอัตราปกติ
อัตราปัจจุบันของทั้งสองแบบดูได้จากเว็บไซต์ของการไฟฟ้าในพื้นที่ ซึ่งควรดูค่าล่าสุดเสมอ เพราะอัตราเปลี่ยนตามรอบ
ขั้นที่สี่ อย่าลืมค่าใช้จ่ายคงที่
ทั้งค่าเครื่องวัด TOU ที่ต้องจ่ายตอนเปลี่ยน และค่าบริการรายเดือน
ถ้าส่วนต่างที่ประหยัดได้ต่อเดือนน้อยกว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้เฉลี่ยแล้ว การเปลี่ยนก็ไม่คุ้ม
บ้านแบบไหนที่คุ้ม
บ้านที่ไม่มีคนอยู่ตอนกลางวันวันธรรมดา คือกลุ่มที่ได้ประโยชน์ชัดที่สุด เพราะทุกคนออกไปทำงานและไปโรงเรียน แล้วกลับมาใช้ไฟหนักหลังสี่ทุ่ม
บ้านที่ชาร์จรถไฟฟ้าตอนกลางคืน ซึ่งเป็นโหลดก้อนใหญ่ที่ย้ายไปช่วง Off Peak ได้ทั้งก้อน
บ้านที่ใช้เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าตอนดึกหรือวันหยุดได้
บ้านที่มีโซลาร์บนหลังคาอยู่แล้ว เพราะแผงผลิตไฟในช่วงกลางวันซึ่งเป็นช่วงที่แพงที่สุดพอดี ทำให้สัดส่วนที่ต้องซื้อในช่วง On Peak ลดลงมาก
กลุ่มสุดท้ายนี้เป็นการจับคู่ที่ลงตัวที่สุด และเป็นเหตุผลที่บ้านโซลาร์จำนวนมากเลือก TOU
บ้านแบบไหนที่พัง
บ้านที่มีคนอยู่ตลอดวัน ทั้งคนทำงานที่บ้าน ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และคนที่ดูแลบ้าน เพราะแอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานในช่วงที่แพงที่สุดพอดี
บ้านที่ทำกิจการอยู่ที่บ้าน ทั้งร้านค้า ร้านเสริมสวย และงานที่ต้องใช้เครื่องมือไฟฟ้าในเวลาทำการ
บ้านที่มีคนทำงานกะกลางคืนแล้วนอนกลางวัน ซึ่งฟังดูเหมือนจะได้เปรียบ แต่จริง ๆ คือแอร์ทำงานตอนกลางวันซึ่งเป็นช่วง On Peak
บ้านที่ใช้ไฟน้อยอยู่แล้ว เพราะส่วนต่างที่ประหยัดได้เป็นเงินไม่กี่บาท แต่ค่ามิเตอร์และค่าบริการเป็นก้อนคงที่
ข้อสุดท้ายนี้คือกับดักที่คนตกบ่อยที่สุด เพราะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วดูดี แต่คิดเป็นบาทแล้วไม่คุ้ม
สิ่งที่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมจริง ๆ ถ้าจะใช้ TOU
คนที่เปลี่ยนไปใช้ TOU แล้วประหยัดได้จริง คือคนที่เปลี่ยนพฤติกรรมด้วย ไม่ใช่แค่เปลี่ยนอัตรา
- ตั้งเวลาเครื่องซักผ้าให้ทำงานหลังสี่ทุ่ม ซึ่งเครื่องส่วนใหญ่มีฟังก์ชันตั้งเวลาอยู่แล้ว
- ย้ายงานที่กินไฟมากไปวันหยุด ทั้งซักผ้าปริมาณมาก อบผ้า และทำอาหารที่ใช้เตาอบ
- ชาร์จรถไฟฟ้าและอุปกรณ์ทุกอย่างตอนกลางคืน
- ตั้งอุณหภูมิแอร์สูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงกลางวันวันธรรมดา และใช้พัดลมช่วย
- ทบทวนว่าเครื่องทำน้ำอุ่นถูกใช้ตอนไหน เพราะการอาบน้ำเช้าอยู่ในช่วง On Peak พอดี
ถ้าอ่านรายการนี้แล้วรู้สึกว่าทำไม่ได้เลยสักข้อ นั่นคือคำตอบว่า TOU ไม่เหมาะกับบ้านคุณ
ก่อนตัดสินใจ ให้ทำสามอย่างนี้
หนึ่ง วัดก่อนว่าหน่วยไปไหน เพราะการประเมินสัดส่วน On Peak จะแม่นก็ต่อเมื่อรู้ว่าเครื่องไหนกินไฟจริง ๆ ซึ่งวิธีวัดอยู่ที่ เครื่องใช้ไฟฟ้าตัวไหนกินไฟที่สุด วัดเองอย่างไร
สอง ทดลองเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนเปลี่ยนอัตรา ลองย้ายการซักผ้าและการชาร์จไปหลังสี่ทุ่มสักหนึ่งเดือน แล้วดูว่าทำได้จริงหรือไม่ ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเลย
สาม ถามการไฟฟ้าให้ครบสามข้อ คือค่าเครื่องวัด TOU เท่าไร ค่าบริการรายเดือนเท่าไร และเงื่อนไขการขอเปลี่ยนกลับเป็นอย่างไร
ข้อสามสำคัญเพราะการเปลี่ยนกลับต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน ซึ่งเป็นข้อผูกมัดที่ควรรู้ก่อน ไม่ใช่รู้ทีหลัง
คำถามที่พบบ่อย
TOU คืออะไร
คืออัตราค่าไฟตามช่วงเวลาของการใช้ ซึ่งแบ่งราคาออกเป็นสองช่วง คือ On Peak ที่แพงกว่า และ Off Peak ที่ถูกกว่า ไม่ใช่การลดราคาให้ทั้งวัน
ช่วง On Peak และ Off Peak คือเวลาไหน
On Peak คือ 09.00 ถึง 22.00 น. ของวันจันทร์ถึงศุกร์ ส่วน Off Peak คือ 22.00 ถึง 09.00 น. ของวันจันทร์ถึงศุกร์ และตลอดทั้งวันในวันหยุด
บ้านแบบไหนที่ TOU คุ้ม
บ้านที่ไม่มีคนอยู่ตอนกลางวันวันธรรมดา บ้านที่ชาร์จรถไฟฟ้าตอนกลางคืน บ้านที่ย้ายงานหนักไปวันหยุดได้ และบ้านที่มีโซลาร์บนหลังคาอยู่แล้ว
บ้านแบบไหนที่ไม่ควรเปลี่ยน
บ้านที่มีคนอยู่ตลอดวัน บ้านที่ทำกิจการที่บ้าน บ้านที่มีคนนอนกลางวัน และบ้านที่ใช้ไฟน้อยอยู่แล้ว เพราะส่วนต่างที่ประหยัดได้น้อยกว่าค่าใช้จ่ายคงที่
เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนกลับได้ไหม
ได้ แต่ต้องใช้อัตรานี้ไปแล้วไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน จึงจะขอเปลี่ยนกลับไปใช้อัตราเดิมได้
ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้างตอนเปลี่ยน
ต้องชำระค่าเครื่องวัด TOU และมีค่าบริการรายเดือน ซึ่งควรถามการไฟฟ้าในพื้นที่ให้ได้ตัวเลขก่อนตัดสินใจ
บ้านโซลาร์ควรใช้ TOU ไหม
มักคุ้ม เพราะแผงผลิตไฟในช่วงกลางวันซึ่งเป็นช่วง On Peak พอดี ทำให้สัดส่วนที่ต้องซื้อในช่วงแพงลดลงมาก
จะรู้ได้อย่างไรว่าคุ้มก่อนเปลี่ยน
เขียนตารางเวลาการใช้ไฟของบ้าน ประเมินสัดส่วนที่อยู่ในช่วง On Peak แล้วเอาจำนวนหน่วยจากบิลมาแบ่งตามสัดส่วนคูณอัตราของแต่ละช่วง เทียบกับที่จ่ายอยู่ และอย่าลืมบวกค่าคงที่
สรุป
- TOU ไม่ได้ทำให้ไฟถูกลงทั้งวัน มันทำให้กลางวันวันธรรมดาแพงขึ้นด้วย
- ช่วง On Peak ยาวถึงสิบสามชั่วโมง ตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงสี่ทุ่มในวันธรรมดา
- คำถามที่ควรถามคือบ้านคุณใช้ไฟกี่เปอร์เซ็นต์ในช่วง On Peak
- คำนวณจากบิลจริงก่อนเสมอ และอย่าลืมค่าเครื่องวัดกับค่าบริการรายเดือน
- คุ้มที่สุดกับบ้านที่ไม่มีคนอยู่กลางวัน บ้านชาร์จรถไฟฟ้า และบ้านที่มีโซลาร์
- ไม่คุ้มกับบ้านที่มีคนอยู่ตลอดวัน บ้านที่ทำกิจการ และบ้านที่ใช้ไฟน้อย
- คนที่ประหยัดได้จริงคือคนที่เปลี่ยนพฤติกรรมด้วย ไม่ใช่แค่เปลี่ยนอัตรา
- เปลี่ยนกลับได้ แต่ต้องใช้ไปแล้วไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน