ที่ดินสองแปลงติดกัน ถนนเส้นเดียวกัน ขนาดเท่ากัน แต่ราคาต่างกันเกือบเท่าตัว
เจ้าของสองคนอยู่ติดกันมายี่สิบปี รั้วชนกัน ใช้ถนนเส้นเดียวกัน มองออกไปเห็นวิวเหมือนกัน
วันหนึ่งมีคนมาเสนอซื้อ และตัวเลขที่เสนอให้สองบ้านต่างกันอย่างที่ทั้งคู่อธิบายไม่ได้
คำอธิบายอยู่บนแผนที่แผ่นหนึ่งที่ทั้งคู่ไม่เคยเปิดดู
เพราะเส้นแบ่งโซนในผังเมืองรวมพาดผ่านระหว่างสองแปลงนั้นพอดี แปลงหนึ่งอยู่ในโซนที่สร้างอาคารพาณิชย์ได้ อีกแปลงอยู่ในโซนที่สร้างไม่ได้
ไม่มีใครทำอะไรผิด และไม่มีใครทำอะไรถูก มันคือเส้นที่รัฐลากไว้ และมันเปลี่ยนมูลค่าของที่ดินโดยที่เจ้าของไม่ต้องขยับสักนิ้ว
ผังเมืองรวมทำอะไร
ผังเมืองรวมกำหนดว่าที่ดินแต่ละบริเวณเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง และทำอะไรไม่ได้
มันไม่ได้บอกว่าคุณเป็นเจ้าของหรือเปล่า แต่บอกว่าความเป็นเจ้าของนั้นเอาไปทำอะไรได้
และนั่นคือสิ่งที่กำหนดราคา เพราะราคาที่ดินไม่ได้มาจากเนื้อดิน แต่มาจากสิ่งที่สร้างบนดินนั้นได้
ที่ดินที่สร้างคอนโดสูงได้ กับที่ดินข้าง ๆ ที่สร้างได้แค่บ้านเดี่ยว มีต้นทุนที่ดินต่อพื้นที่ขายไม่เท่ากันเลย และผู้พัฒนาก็คิดราคาที่ดินจากตรงนั้น
อ่านสีในผังเมืองให้เป็น
สีบนแผนที่ผังเมืองรวมคือภาษาที่บอกทุกอย่าง และการอ่านมันเป็นเปลี่ยนวิธีมองที่ดินไปเลย
- สีเหลือง ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
- สีส้ม ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง มักอยู่ในพื้นที่ต่อเนื่องกับเขตเมืองชั้นใน และรองรับอาคารชุดขนาดกลางได้
- สีน้ำตาล ที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก อยู่ในเขตเมืองชั้นในหรือย่านธุรกิจ และเป็นกลุ่มที่มูลค่าที่ดินสูง
- สีแดง พาณิชยกรรม สำหรับการค้า อาคารสำนักงาน และโรงแรม
- สีม่วง อุตสาหกรรม
- สีเม็ดมะปราง อุตสาหกรรมประเภทคลังสินค้า
- สีเขียว ชนบทและเกษตรกรรม
- สีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม ซึ่งเข้มงวดกว่าสีเขียวธรรมดา
ไล่จากเหลืองไปส้มไปน้ำตาล คือการไล่จากที่ดินที่สร้างได้น้อยไปหาที่ดินที่สร้างได้มาก และราคาต่อตารางวาก็ไล่ตามกันไป
ส่วนกลุ่มเขียวและขาวทแยงเขียวคือกลุ่มที่ข้อจำกัดมากที่สุด และเป็นกลุ่มที่คนซื้อที่ดินราคาถูกแล้วมาพบทีหลังว่าสร้างสิ่งที่ตั้งใจไม่ได้
ผังเมืองเปลี่ยนราคาได้สามทาง
ทางที่หนึ่ง เปลี่ยนสีโซน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีการปรับปรุงผังเมืองรวม
ที่ดินที่เคยเป็นสีเขียวแล้วถูกปรับเป็นสีเหลืองหรือสีส้ม เปลี่ยนจากที่ดินเกษตรเป็นที่ดินพัฒนาได้ในวันเดียว โดยที่เจ้าของไม่ได้ทำอะไรเลย
และกลับกันก็เกิดขึ้นได้ ที่ดินที่เคยพัฒนาได้แล้วถูกปรับเป็นโซนอนุรักษ์ ก็เสียมูลค่าไปโดยที่เจ้าของไม่ได้ทำอะไรผิดเช่นกัน
ทางที่สอง กำหนดแนวถนนโครงการ ผังเมืองรวมมักกำหนดแนวถนนที่ยังไม่ได้สร้างไว้ล่วงหน้า
ที่ดินตาบอดที่จะมีถนนตัดผ่านในอนาคต เปลี่ยนสถานะทันทีที่แนวนั้นปรากฏบนผัง
ในทางกลับกัน ที่ดินที่แนวถนนพาดผ่านกลางแปลงก็เจอปัญหาคนละแบบ ซึ่งเชื่อมกับเรื่องเวนคืนที่เราเขียนไว้ที่ แนวเวนคืนที่ดิน ตรวจอย่างไรก่อนจ่ายเงินสักบาท
ทางที่สาม ข้อกำหนดในรายละเอียด ซึ่งเป็นทางที่คนมองข้ามมากที่สุด
เพราะแม้สีจะเหมือนกัน ข้อกำหนดเรื่องอัตราส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นที่ดิน ที่ว่างขั้นต่ำ ความสูงอาคาร และประเภทกิจการที่อนุญาต ก็ทำให้สิ่งที่สร้างได้จริงต่างกันมาก
ผู้พัฒนาอ่านตรงนี้ก่อนดูราคาเสมอ เพราะมันคือตัวคูณที่ตัดสินว่าที่ดินแปลงนั้นทำโครงการได้กี่ยูนิต
ตรวจผังเมืองของที่ดินตัวเองอย่างไร
- ไปที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด หรือสำนักการวางผังและพัฒนาเมืองในกรุงเทพ พร้อมเลขโฉนดและตำแหน่งแปลง
- ถามที่เทศบาลหรือ อบต. ในพื้นที่ ซึ่งมักมีแผนที่ผังเมืองรวมและรู้เรื่องการปรับปรุงที่กำลังดำเนินอยู่
- ถามให้ชัดสองข้อ คือตอนนี้ที่ดินอยู่ในโซนสีอะไร และมีการปรับปรุงผังเมืองรวมอยู่ระหว่างดำเนินการหรือไม่
- ขอดูข้อกำหนดของโซนนั้น ไม่ใช่แค่ดูสี เพราะข้อกำหนดคือสิ่งที่บอกว่าสร้างอะไรได้จริง
ข้อที่สองสำคัญที่สุดสำหรับคนที่กำลังจะซื้อหรือขาย เพราะช่วงที่ผังกำลังปรับปรุงคือช่วงที่ข้อมูลไม่สมมาตรที่สุด
คนที่รู้ว่ากำลังจะเปลี่ยนเป็นสีอะไร กับคนที่ไม่รู้ นั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะเจรจา
สิ่งที่เจ้าของที่ดินควรทำ
ถ้าคุณถือที่ดินไว้ยาว ให้ตรวจผังเมืองทุกครั้งที่มีข่าวการปรับปรุง เพราะการปรับปรุงมีขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นที่ประชาชนเข้าร่วมได้
ถ้าคุณกำลังจะขาย ให้รู้ก่อนว่าที่ดินตัวเองอยู่โซนอะไรและสร้างอะไรได้ เพราะข้อมูลนี้คือสิ่งที่ผู้ซื้อมืออาชีพใช้ตั้งราคา และคุณควรใช้ตั้งราคาด้วย
ถ้าคุณกำลังจะซื้อ ให้ตรวจก่อนวางมัดจำเสมอ อย่ารอตรวจตอนจะยื่นขออนุญาตก่อสร้าง เพราะถึงตอนนั้นเงินออกไปแล้ว
และอย่าเชื่อคำว่าแถวนี้เขาสร้างกันได้หมด เพราะสิ่งที่เพื่อนบ้านสร้างไปแล้วอาจสร้างก่อนผังฉบับปัจจุบัน
คำถามที่พบบ่อย
ผังเมืองรวมคืออะไร
คือการกำหนดว่าที่ดินแต่ละบริเวณใช้ทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่กำหนดมูลค่าที่ดิน เพราะราคาที่ดินมาจากสิ่งที่สร้างบนนั้นได้
สีในผังเมืองหมายถึงอะไร
เหลืองคือที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ส้มคือหนาแน่นปานกลาง น้ำตาลคือหนาแน่นมาก แดงคือพาณิชยกรรม ม่วงคืออุตสาหกรรม เม็ดมะปรางคือคลังสินค้า เขียวคือชนบทและเกษตรกรรม ส่วนขาวมีกรอบและเส้นทแยงเขียวคืออนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม
ผังเมืองเปลี่ยนแล้วราคาที่ดินเปลี่ยนจริงไหม
จริง เพราะโซนสีกำหนดว่าสร้างอะไรได้ และผู้พัฒนาคิดราคาที่ดินจากจำนวนพื้นที่ขายที่สร้างได้ ไม่ใช่จากขนาดแปลงอย่างเดียว
ตรวจผังเมืองของที่ดินตัวเองได้ที่ไหน
ที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด หรือสำนักการวางผังและพัฒนาเมืองในกรุงเทพ และควรถามที่เทศบาลหรือ อบต. ในพื้นที่ด้วย
ทำไมต้องถามว่ามีการปรับปรุงผังอยู่หรือไม่
เพราะช่วงที่ผังกำลังปรับปรุงคือช่วงที่ข้อมูลไม่สมมาตรที่สุด คนที่รู้ว่ากำลังจะเปลี่ยนเป็นสีอะไรกับคนที่ไม่รู้ อยู่คนละฝั่งของโต๊ะเจรจา
เพื่อนบ้านสร้างได้ แปลว่าเราสร้างได้ด้วยไหม
ไม่เสมอไป เพราะสิ่งที่เพื่อนบ้านสร้างไปแล้วอาจสร้างก่อนผังฉบับปัจจุบัน หรืออยู่คนละโซนแม้จะติดกัน
ดูสีอย่างเดียวพอไหม
ไม่พอ ต้องดูข้อกำหนดของโซนนั้นด้วย ทั้งอัตราส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นที่ดิน ที่ว่างขั้นต่ำ ความสูง และประเภทกิจการที่อนุญาต เพราะสีเดียวกันแต่ข้อกำหนดต่างกันก็สร้างได้ไม่เท่ากัน
สรุป
- ราคาที่ดินมาจากสิ่งที่สร้างบนนั้นได้ ไม่ได้มาจากเนื้อดิน
- สีในผังเมืองรวมคือภาษาที่บอกว่าสร้างอะไรได้ และควรอ่านให้เป็น
- ผังเปลี่ยนราคาได้สามทาง คือเปลี่ยนสีโซน กำหนดแนวถนน และข้อกำหนดรายละเอียด
- ที่ดินสองแปลงติดกันอาจอยู่คนละโซน และราคาต่างกันมากโดยที่เจ้าของไม่ได้ทำอะไร
- ตรวจที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด และถามท้องถิ่นด้วย
- ถามเสมอว่ามีการปรับปรุงผังอยู่ระหว่างดำเนินการหรือไม่
- ดูข้อกำหนดของโซน ไม่ใช่ดูแค่สี
- เพื่อนบ้านสร้างได้ ไม่ได้แปลว่าคุณสร้างได้