คำตอบสั้น ๆ ก่อน ถ้าบ่อลึกเกิน 15 เมตร ต้องขออนุญาต และต้องขอสองใบ ไม่ใช่ใบเดียว
เจาะบ่อในที่ดินตัวเอง ใช้น้ำเอง จ่ายค่าเจาะเอง ยังต้องขออนุญาต
เพราะน้ำบาดาลไม่ใช่ของที่ติดมากับที่ดิน มันคือทรัพยากรที่อยู่ในชั้นหินซึ่งไหลผ่านที่ดินหลายสิบแปลง การสูบขึ้นมาจึงกระทบคนอื่นเสมอ กฎหมายจึงเข้ามาคุม
สิ่งที่คนเข้าใจผิดมากที่สุดคือคิดว่ากฎหมายนี้ใช้กับโรงงาน กับสนามกอล์ฟ กับฟาร์มใหญ่ ๆ ไม่ได้ใช้กับบ้านหลังเดียว
ไม่ใช่ครับ บ้านพักอาศัยอยู่ในกฎเดียวกัน
และใบอนุญาตมีสองใบคนละใบ ใบหนึ่งให้เจาะ อีกใบหนึ่งให้ใช้ คนจำนวนไม่น้อยขอใบแรกแล้วหยุด เพราะเข้าใจว่าเจาะเสร็จก็จบ ทั้งที่ใบที่สองคือใบที่ทำให้การใช้น้ำทุกวันถูกกฎหมาย
บทความนี้จะพาไปทีละชั้น ตั้งแต่เส้น 15 เมตรที่ตัดสินทุกอย่าง ขั้นตอนขออนุญาตจริง ค่าใช้จ่ายสามชั้นที่ต้องเตรียม หน้าที่หลังได้ใบมาแล้วที่คนลืมบ่อยที่สุด ไปจนถึงเรื่องที่สำคัญกว่าใบอนุญาตเสียอีก คือน้ำที่ได้มานั้นดื่มได้จริงหรือเปล่า และจะรู้ได้อย่างไร
เส้น 15 เมตร คือเส้นที่ตัดสินว่าคุณอยู่ในกฎหมายฉบับไหน
พระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 นิยามคำว่าน้ำบาดาลไว้ว่าเป็นน้ำใต้ดินที่อยู่ลึกจากผิวดินลงไปเกินความลึกที่กำหนดในกฎกระทรวง และความลึกที่กำหนดไว้คือ 15 เมตร
เส้นนี้แบ่งโลกออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน
ตื้นกว่า 15 เมตร เช่นบ่อวงคอนกรีตที่ขุดกันมาแต่เดิม หรือบ่อน้ำตื้นหลังบ้าน ไม่ถือเป็นน้ำบาดาลตามกฎหมายฉบับนี้ ไม่ต้องขอใบอนุญาตเจาะ
ลึกเกิน 15 เมตร คือน้ำบาดาลเต็มตัว ต้องขออนุญาตทั้งการเจาะและการใช้
ประเด็นคือ บ่อที่ให้น้ำพอใช้ได้จริงตลอดปีในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ แทบไม่มีทางตื้นกว่า 15 เมตร
บ่อบาดาลบ้านทั่วไปมักลงไปหลายสิบเมตร บางพื้นที่เป็นร้อยเมตร เพราะชั้นน้ำที่ตื้นกว่านั้นให้น้ำไม่พอ แห้งในหน้าแล้ง หรือปนเปื้อนจากผิวดินง่ายเกินไป
แปลว่าในทางปฏิบัติ ถ้าคุณกำลังคิดจะเจาะบาดาลจริง ๆ ให้ตั้งต้นเลยว่าต้องขออนุญาต แล้วค่อยไปดีใจทีหลังถ้าบังเอิญบ่อตื้นพอ
ข้อควรระวังอีกอย่างคือ ความลึกที่ช่างบอกกับความลึกจริงอาจไม่ตรงกัน ช่างบางรายเลี่ยงเรื่องใบอนุญาตด้วยการบอกเจ้าของบ้านว่าเจาะแค่สิบกว่าเมตร ทั้งที่หน้างานลงไปลึกกว่านั้นมาก คนที่รับผลตามกฎหมายคือเจ้าของที่ดิน ไม่ใช่ช่าง
ขอให้ระบุความลึกจริงไว้ในใบเสนอราคาและใบรับงาน และเก็บผังบ่อไว้ ไม่ใช่เพื่อเอาไว้สู้คดี แต่เพราะวันหนึ่งที่บ่อมีปัญหา เอกสารชุดนี้คือสิ่งเดียวที่บอกได้ว่าปลอกบ่ออยู่ลึกเท่าไร และท่อกรองอยู่ช่วงไหน
ใบอนุญาตมีสองใบ และมันทำคนละหน้าที่
ขั้นตอนที่คนสับสนที่สุดคือตรงนี้ เพราะฟังดูเหมือนเรื่องเดียวกัน แต่กฎหมายแยกออกเป็นสองการกระทำ
ใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล คืออนุญาตให้เอาเครื่องเจาะลงไปเปิดบ่อ ยื่นคำขอตามแบบ นบ.1
ใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล คืออนุญาตให้สูบน้ำจากบ่อนั้นขึ้นมาใช้ ยื่นคำขอตามแบบ นบ.2
ทำไมต้องแยก เพราะการเจาะกับการใช้กระทบคนละเรื่อง
การเจาะกระทบชั้นหิน และถ้าทำไม่ถูกวิธีจะเปิดทางให้ชั้นน้ำที่คุณภาพแย่ไหลลงไปผสมกับชั้นน้ำที่ดี ซึ่งเป็นความเสียหายที่แก้คืนแทบไม่ได้
ส่วนการใช้กระทบปริมาณน้ำในชั้นน้ำและระดับแผ่นดิน จึงต้องคุมด้วยการรายงานปริมาณและการเก็บค่าน้ำ
ในทางปฏิบัติ คนที่ขอแค่ใบเจาะแล้วใช้น้ำไปเรื่อย ๆ ถือว่าใช้น้ำบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดคนละกระทงกับการเจาะ
ยื่นที่ไหน ยื่นต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ ซึ่งอยู่คนละที่ตามพื้นที่
- ในกรุงเทพมหานคร ยื่นที่สำนักควบคุมกิจการน้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล
- ในบางจังหวัดที่ถ่ายโอนภารกิจให้ท้องถิ่นแล้ว เช่น ขอนแก่น เชียงใหม่ นครราชสีมา ยื่นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่
- จังหวัดอื่น ยื่นที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด
ก่อนไป โทรถามหน่วยงานในพื้นที่ก่อนหนึ่งสาย เพราะการถ่ายโอนภารกิจให้ท้องถิ่นทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และไม่มีอะไรน่าเสียดายเท่าขับรถไปผิดที่
ค่าธรรมเนียมคำขอ ฉบับละ 10 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้หลายคนแปลกใจ เพราะเล็กกว่าที่คิดมาก
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต คิดตามขนาดบ่อ
- บ่อขนาดเล็ก 2 ถึง 3 นิ้ว รวมทั้งบ่อวง ฉบับละ 100 บาท
- บ่อขนาดกลาง 4 ถึง 6 นิ้ว ฉบับละ 500 บาท
- บ่อขนาดใหญ่ 8 นิ้วขึ้นไป ฉบับละ 1,000 บาท
บ้านพักอาศัยทั่วไปมักอยู่ในกลุ่มเล็กถึงกลาง จึงเป็นเงินหลักร้อย
เมื่อยื่นแล้ว เจ้าหน้าที่มีเวลาตรวจความครบถ้วนของเอกสาร 15 วัน ถ้าขาดจะแจ้งให้ส่งเพิ่ม ถ้าครบจึงเสนอผู้มีอำนาจพิจารณา
ตัวเลข 15 วันนี้เป็นเวลาตรวจเอกสาร ไม่ใช่เวลาที่ใบอนุญาตจะออก การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่รอบแรกจึงย่นเวลาได้มากที่สุด
เอกสารที่ต้องเตรียม
ชุดพื้นฐานที่ทุกที่ขอเหมือนกัน
- บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน ของผู้ขอ พร้อมสำเนา
- เอกสารสิทธิในที่ดิน เช่น โฉนดหรือ น.ส.3 ก. ที่แสดงว่าคุณมีสิทธิในที่ดินที่จะเจาะ
- หนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดิน ถ้าที่ดินไม่ใช่ของคุณ เช่น เช่าอยู่ หรือที่ดินยังเป็นชื่อพ่อแม่
- แผนที่สังเขป แสดงตำแหน่งที่จะเจาะและเส้นทางเข้าถึง
- หนังสือมอบอำนาจ ถ้าให้ช่างหรือบริษัทรับเจาะไปยื่นแทน
- หนังสือรับรองนิติบุคคล ถ้าผู้ขอเป็นบริษัท
จุดที่พลาดกันบ่อยคือข้อที่สาม บ้านที่ปลูกในที่ดินของพ่อแม่หรือญาติ ผู้ขอกับเจ้าของที่ดินเป็นคนละคน ต้องมีหนังสือยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่แค่บอกปากเปล่าว่าเป็นที่ของแม่
ค่าใช้จ่ายจริงมีสามชั้น และชั้นที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่ค่าธรรมเนียม
คนที่วางแผนงบจากค่าธรรมเนียมอย่างเดียวจะประหลาดใจตอนได้ใบเสนอราคา
ชั้นที่หนึ่ง ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าคำขอฉบับละ 10 บาท ค่าใบอนุญาตหลักร้อยตามขนาดบ่อ รวมแล้วเป็นเงินไม่มาก
ชั้นที่สอง ค่าเจาะจริง คือก้อนใหญ่ ขึ้นกับความลึก ขนาดบ่อ ชนิดชั้นหิน และระยะทางที่ต้องลากเครื่องเจาะเข้าไปถึงจุด เจาะในดินเหนียวกับเจาะทะลุชั้นหินแข็งคนละราคากันมาก
ก้อนนี้ยังรวมปลอกบ่อ ท่อกรอง การพัฒนาบ่อหลังเจาะ ปั๊มจุ่ม สายไฟ ตู้ควบคุม และงานเดินท่อเข้าบ้าน
ราคาต่างกันมากตามพื้นที่และความลึก จึงไม่ควรเชื่อตัวเลขกลาง ๆ ที่ใครยกมาลอย ๆ ให้ขอใบเสนอราคาสามเจ้าในพื้นที่จริง แล้วเทียบว่าแต่ละเจ้ารวมอะไรไว้บ้าง
เพราะเจ้าที่ถูกที่สุดมักไม่รวมปั๊มกับงานเดินท่อ ซึ่งเป็นสองรายการที่ใหญ่พอจะพลิกอันดับราคาได้ทั้งหมด
ชั้นที่สาม ค่าน้ำรายเดือน ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลมีหน้าที่ชำระค่าใช้น้ำบาดาล และในบางพื้นที่มีค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลเพิ่มเข้ามาอีกชั้น
ข่าวดีสำหรับบ้านคือ การใช้เพื่ออุปโภคบริโภคในครัวเรือนและการเกษตร ได้รับการยกเว้นค่าใช้น้ำบาดาล
แต่การยกเว้นนี้ไม่ได้อัตโนมัติทุกกรณี ปริมาณและเงื่อนไขขึ้นกับประเภทการใช้และเขตพื้นที่
ถ้าคุณจะใช้น้ำบาดาลกับกิจการที่บ้าน เช่น ล้างรถรับจ้าง ร้านอาหาร หรือห้องเช่าหลายห้อง ให้ถามพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ตั้งแต่วันยื่นคำขอ ว่าการใช้ของคุณเข้าข่ายยกเว้นหรือไม่ และถ้าไม่เข้าข่ายจะคิดอย่างไร
อย่าอนุมานเอง เพราะการถูกเรียกเก็บย้อนหลังเป็นเรื่องที่ปวดหัวกว่าการถามให้ชัดตั้งแต่วันแรกมาก
หน้าที่หลังได้ใบอนุญาต ซึ่งเป็นส่วนที่คนลืมมากที่สุด
หลายคนเข้าใจว่าได้ใบอนุญาตมาแล้วคือจบ เก็บใส่แฟ้ม แล้วใช้น้ำไปตลอด
ไม่ใช่ ใบอนุญาตมาพร้อมหน้าที่ต่อเนื่อง
- แสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ประกอบกิจการ ไม่ใช่เก็บไว้ในลิ้นชัก
- ติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำ ที่บ่อ และให้พนักงานผนึกตราไว้
- ส่งรายงานปริมาณการใช้น้ำเป็นรายเดือน ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
- ชำระค่าใช้น้ำบาดาลและค่าอนุรักษ์น้ำบาดาล ตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับประเภทการใช้ของคุณ
- ถ้ามาตรวัดชำรุด ต้องซ่อมหรือเปลี่ยนภายใน 15 วัน และแจ้งเจ้าหน้าที่
ข้อที่ทำให้คนสะดุดมากที่สุดคือมาตรวัดน้ำ เพราะเจ้าของบ้านหลายรายไม่รู้ว่าต้องมี และช่างเจาะบางรายก็ไม่ได้ติดตั้งให้ตั้งแต่แรกเพราะเจ้าของไม่ได้สั่ง
ทางที่ประหยัดกว่าคือคุยเรื่องมาตรวัดตั้งแต่ตอนทำสัญญาจ้างเจาะ ให้ติดมาพร้อมงาน เพราะการเรียกช่างกลับมาติดทีหลังแพงกว่าเสมอ
เรื่องอายุใบอนุญาต ใบอนุญาตมีวันหมดอายุระบุอยู่บนใบ ให้ดูวันนั้นเป็นหลัก ไม่ใช่จำเอาจากที่ใครบอก และถ้าจะใช้ต่อ ต้องยื่นคำขอต่ออายุตามแบบ นบ.7 ก่อน ใบเดิมหมดอายุ
คำว่าก่อนนี้สำคัญ เพราะถ้าปล่อยให้ขาดแล้วค่อยไปยื่น สถานะจะไม่ใช่การต่ออายุอีกต่อไป
วิธีที่ได้ผลที่สุดคือถ่ายรูปใบอนุญาตเก็บไว้ในโทรศัพท์ แล้วตั้งเตือนในปฏิทินล่วงหน้าสองเดือนก่อนวันหมดอายุ ทำครั้งเดียวตอนได้ใบมา แล้วไม่ต้องจำอีกเลย
โทษ และเหตุผลที่บ่อเถื่อนกลายเป็นภาระตอนขายบ้าน
การเจาะหรือใช้น้ำบาดาลโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ทำให้เจ้าของบ้านเดือดร้อนมักไม่ใช่โทษอาญา
มันคือตอนขายบ้าน
ผู้ซื้อที่รอบคอบหรือธนาคารที่ประเมินหลักประกัน จะเห็นบ่อบาดาลอยู่ในที่ดิน แล้วถามหาใบอนุญาต ถ้าไม่มี สิ่งที่ตามมาคือการต่อรองราคาลง หรือเงื่อนไขให้จัดการให้เรียบร้อยก่อนโอน
บ้านที่มีบ่อถูกต้อง มีมาตรวัด มีใบอนุญาตที่ยังไม่ขาด คือบ้านที่ขายง่ายกว่าและต้องอธิบายน้อยกว่า
อีกด้านหนึ่งที่คนแทบไม่พูดถึงเลยคือบ่อร้าง
บ่อที่เลิกใช้แล้วปล่อยเปิดทิ้งไว้ กลายเป็นทางด่วนให้น้ำสกปรกจากผิวดินไหลลงชั้นน้ำโดยตรง ไม่ใช่แค่ปนเปื้อนบ่อตัวเอง แต่ปนเปื้อนชั้นน้ำที่เพื่อนบ้านทั้งย่านใช้ร่วมกัน
บ่อที่เลิกใช้จึงควรอุดกลบให้ถูกวิธี ไม่ใช่เอาแผ่นสังกะสีกับก้อนหินปิดปากบ่อไว้เฉย ๆ แล้วปล่อยผ่านไปสิบปี
เขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล กับค่าอนุรักษ์ที่ตามมา
บางพื้นที่ถูกสูบน้ำบาดาลหนักจนระดับน้ำในชั้นน้ำลดและแผ่นดินทรุด กฎหมายจึงกำหนดพื้นที่กลุ่มหนึ่งให้เก็บค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลเพิ่มขึ้นมาอีกชั้น
อัตราค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลอยู่ที่ลูกบาศก์เมตรละ 4.50 บาท ในท้องที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม
ตัวเลขนี้บอกอะไรมากกว่าที่เห็น
มันบอกว่าในเจ็ดจังหวัดกลางที่ราบลุ่มเจ้าพระยา รัฐไม่ได้อยากให้ใช้น้ำบาดาล และตั้งใจให้ต้นทุนสูงพอที่คนจะเลือกน้ำประปาแทน
เหตุผลคือแผ่นดินทรุด ซึ่งเป็นสิ่งที่ย้อนกลับไม่ได้ เมื่อชั้นดินเหนียวยุบตัวลงแล้ว มันไม่ได้ฟูกลับขึ้นมาแม้จะหยุดสูบ ผลที่ตามมาคือน้ำท่วมขังง่ายขึ้น ท่อระบายน้ำเสียระดับ และอาคารทรุดไม่เท่ากัน
ถ้าบ้านคุณอยู่ในเจ็ดจังหวัดนี้และมีน้ำประปาเข้าถึงอยู่แล้ว การเจาะบาดาลเพิ่มมักไม่คุ้ม ทั้งในแง่ต้นทุนของตัวเอง และในแง่ที่เพื่อนบ้านทั้งย่านต้องรับผลร่วมกัน
ทางที่คุ้มกว่ามากในพื้นที่แบบนี้คือแก้ที่ปริมาณสำรองและแรงดัน ซึ่งเราลงรายละเอียดไว้แล้วใน แท็งก์บนดินกับแท็งก์ใต้ดิน และ ปั๊มน้ำ เลือกขนาดอย่างไรไม่ให้ปั๊มตัดบ่อย
ทีนี้มาถึงเรื่องที่สำคัญกว่าใบอนุญาต คือน้ำที่ได้มานั้นเป็นน้ำแบบไหน
ความเข้าใจผิดที่ใหญ่ที่สุดเรื่องน้ำบาดาลคือ ใสเท่ากับสะอาด
น้ำบาดาลจำนวนมากใสแจ๋วตอนรองใหม่ ๆ แล้วขุ่นหรือเปลี่ยนสีหลังตั้งทิ้งไว้สิบนาที เพราะเหล็กที่ละลายอยู่ในน้ำได้สัมผัสอากาศแล้วตกตะกอน
และในทางกลับกัน น้ำที่ใสตลอดกาลก็อาจมีสารหนูหรือฟลูออไรด์ในระดับที่เป็นอันตราย โดยไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรสให้จับได้เลยแม้แต่นิดเดียว
เพราะฉะนั้นสายตาจึงไม่ใช่เครื่องมือวัดคุณภาพน้ำ
แต่สายตาก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ อาการที่เห็นได้บอกใบ้ปัญหาชุดหนึ่งได้ค่อนข้างแม่น ส่วนอีกชุดหนึ่งต้องส่งตรวจสถานเดียว
อ่านน้ำจากอาการ ชุดที่มองเห็นได้
คราบสนิมสีส้มแดงที่อ่างและโถส้วม น้ำมีรสเหมือนโลหะ ผ้าขาวกลายเป็นสีน้ำตาล
อาการชุดนี้คือเหล็ก เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของน้ำบาดาลในไทย ในระดับที่พบทั่วไปมันไม่ได้อันตรายต่อสุขภาพ แต่ทำลายข้าวของและทำให้น้ำใช้ไม่ได้ในทางปฏิบัติ
คราบดำที่หัวก๊อกและในโถ น้ำที่ตั้งทิ้งไว้กลายเป็นสีเทาดำ
คือแมงกานีส มักมาคู่กับเหล็ก แต่กำจัดยากกว่า และทิ้งคราบที่ขัดออกยากกว่ามาก บ้านที่แก้เหล็กไปแล้วแต่ยังมีคราบดำ มักเป็นเพราะแก้ไม่ครบตัว
สบู่ไม่เป็นฟอง ตะกรันขาวเกาะหัวฝักบัวและก้นกาต้มน้ำ ผิวแห้งตึงหลังอาบ
คือความกระด้าง มาจากแคลเซียมและแมกนีเซียมที่ละลายจากชั้นหินปูน พบมากในพื้นที่ที่ชั้นหินเป็นหินปูน
รสกร่อยหรือเค็ม
คือความเค็มจากชั้นเกลือหินหรือจากน้ำทะเลรุกล้ำ พบในหลายพื้นที่ของภาคอีสานและในพื้นที่ชายฝั่ง ประเด็นคือความเค็มแก้ยากที่สุดในบรรดาปัญหาทั้งหมด เพราะระบบกรองธรรมดาเอาไม่ออก
กลิ่นเหมือนไข่เน่า
คือก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งอาจมาจากชั้นหินเอง หรือจากแบคทีเรียในบ่อ ถ้ากลิ่นเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ในบ่อที่เคยปกติมาหลายปี ให้สงสัยเรื่องแบคทีเรียก่อน
ทรายหรือตะกอนออกมากับน้ำ
อันนี้ไม่ใช่เรื่องคุณภาพชั้นน้ำ แต่เป็นเรื่องตัวบ่อ อาจแปลว่าท่อกรองแตก ปลอกบ่อรั่ว หรือบ่อยังพัฒนาไม่พอตั้งแต่ตอนเจาะ เรื่องนี้ต้องแก้ที่บ่อ ไม่ใช่ที่เครื่องกรอง และยิ่งปล่อยไว้ ทรายจะยิ่งกัดใบพัดปั๊มจนปั๊มพังตามมา
ชุดที่มองไม่เห็น และต้องส่งตรวจเท่านั้น
นี่คือส่วนที่ทำให้การส่งตรวจน้ำไม่ใช่เรื่องเกินจำเป็น
สารหนู ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส และไม่ทำให้เกิดอาการทันที แต่สะสมและก่อโรคในระยะยาว พื้นที่ที่มีประวัติแร่ดีบุกหรือกิจกรรมเหมืองเก่ามีความเสี่ยงสูงกว่าที่อื่น
ฟลูออไรด์ ในปริมาณพอดีช่วยเรื่องฟัน แต่มากเกินไปทำให้ฟันตกกระและกระทบกระดูกในระยะยาว มีรายงานฟลูออไรด์สูงในน้ำใต้ดินของพื้นที่ที่มีบ่อน้ำพุร้อนและหินอัคนี
ไนเตรต เป็นสัญญาณว่าน้ำผิวดินหรือของเสียซึมลงมาถึงชั้นน้ำแล้ว มักมาจากปุ๋ย คอกสัตว์ หรือระบบบำบัดที่รั่ว และเป็นอันตรายเป็นพิเศษกับทารก
แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์ม โดยตัวมันเองอาจไม่ทำให้ป่วย แต่การพบมันแปลว่ามีทางให้สิ่งปนเปื้อนจากผิวดินเข้าถึงน้ำในบ่อได้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีค่ามาก เพราะทางเดียวกันนั้นเชื้อชนิดอื่นก็เข้ามาได้
ข้อสังเกตสำคัญคือ บ่อที่อยู่ใกล้บ่อเกรอะ ถังบำบัด คอกสัตว์ หรือจุดทิ้งน้ำเสีย มีความเสี่ยงตรงนี้สูงกว่าเสมอ
ระยะห่างระหว่างบ่อกับระบบบำบัดจึงเป็นเรื่องที่ควรวางแผนตั้งแต่ก่อนเจาะ ไม่ใช่มาแก้ทีหลังตอนผลตรวจออกมาไม่ดี เพราะตอนนั้นย้ายอะไรก็ไม่ได้แล้ว
ถ้าบ้านคุณกำลังจะวางระบบบำบัดใหม่ อ่านเรื่องตำแหน่งและชนิดถังไว้ที่ บ่อเกรอะกับถังบำบัดสำเร็จรูป ก่อนตัดสินใจว่าจะวางบ่อบาดาลตรงไหน
ส่งตรวจอย่างไร ที่ไหน และขอผลแบบไหน
การส่งตรวจน้ำไม่ได้ยากและไม่ได้แพงอย่างที่หลายคนกลัว
ส่งที่ไหน
- สำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขตในภูมิภาคของคุณ ซึ่งมีห้องปฏิบัติการวิเคราะห์คุณภาพน้ำบาดาลโดยตรง
- ศูนย์อนามัยเขตหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำหรับด้านการบริโภคและด้านแบคทีเรีย
- ห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยในพื้นที่ และห้องปฏิบัติการเอกชนที่ได้รับการรับรอง
ขอตรวจอะไร อย่างน้อยควรครอบคลุมกลุ่มที่ใช้ตัดสินใจได้จริง ได้แก่ ความเป็นกรดด่าง ความขุ่น สี ความกระด้าง ปริมาณสารทั้งหมดที่ละลาย เหล็ก แมงกานีส คลอไรด์ ไนเตรต ฟลูออไรด์ สารหนู และแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์ม
ถ้าจะดื่ม ให้บอกห้องปฏิบัติการตรง ๆ ว่าจะใช้บริโภค เพื่อให้เขาเทียบผลกับเกณฑ์คุณภาพน้ำบริโภคให้เลย แทนที่จะรายงานเป็นตัวเลขเปล่า ๆ ที่คุณต้องไปหาเกณฑ์มาเทียบเอง
เก็บตัวอย่างอย่างไร จุดนี้ตัดสินความน่าเชื่อถือของผลมากกว่าที่คนคิด เพราะตัวอย่างที่เก็บผิดวิธีให้ผลที่ผิด แล้วคุณจะเอาผลผิดนั้นไปตัดสินใจซื้อเครื่องกรอง
- ใช้ขวดที่ห้องปฏิบัติการให้มา หรือขวดสะอาดตามที่เขากำหนด ไม่ใช้ขวดน้ำหวานล้างแล้ว
- เปิดน้ำทิ้งก่อนอย่างน้อยหลายนาที เพื่อไล่น้ำที่ค้างในท่อออกไปก่อน เพราะน้ำค้างท่อไม่ใช่น้ำในบ่อ
- เก็บจากก๊อกที่ใกล้บ่อที่สุดและไม่ผ่านเครื่องกรอง ถ้าต้องการรู้คุณภาพน้ำดิบจริง
- ถ้าตรวจแบคทีเรียด้วย ต้องใช้ขวดปลอดเชื้อของห้องปฏิบัติการ ห้ามล้างขวดเอง และต้องรักษาความเย็นระหว่างขนส่ง
- ส่งถึงห้องปฏิบัติการให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะตัวอย่างแบคทีเรียซึ่งมีอายุสั้นมาก
อีกเรื่องที่คนไม่ค่อยทำแต่ควรทำคือ ตรวจซ้ำ
น้ำบาดาลไม่คงที่ตลอดปี บ่อหลายบ่อมีคุณภาพต่างกันระหว่างปลายฤดูแล้งกับกลางฤดูฝน การตรวจครั้งเดียวในเดือนเดียวจึงบอกได้แค่วันนั้น
อย่างน้อยควรตรวจปีละครั้ง และตรวจทันทีเมื่อรสหรือสีเปลี่ยน เมื่อมีน้ำท่วมในพื้นที่ หรือเมื่อเพิ่งซ่อมบ่อเสร็จ
เลือกระบบกรองจากผลตรวจ ไม่ใช่จากคำโฆษณา
นี่คือจุดที่เงินหายไปมากที่สุดโดยไม่ได้อะไรกลับมา
เพราะเครื่องกรองแต่ละแบบแก้คนละปัญหา และเครื่องที่แก้ปัญหาหนึ่งไม่ได้ช่วยอะไรกับอีกปัญหาหนึ่งเลย
เหล็กและแมงกานีส ต้องเติมอากาศหรือทำให้ตกตะกอนก่อน แล้วค่อยกรองด้วยสารกรองที่เหมาะกับงานนี้ การเอาไส้กรองตะกอนธรรมดามาใส่จะตันภายในไม่กี่วันและไม่ได้แก้ปัญหา
ความกระด้าง ต้องใช้เครื่องแบบแลกเปลี่ยนประจุ ซึ่งต้องเติมเกลือและล้างย้อนเป็นรอบ ๆ ไม่ใช่ระบบที่ติดแล้วลืม
ความเค็ม สารหนู ฟลูออไรด์ ไนเตรต กลุ่มนี้เป็นสารที่ละลายอยู่ในน้ำ ซึ่งระบบกรองทั่วไปเอาไม่ออก ต้องใช้ระบบอย่างรีเวิร์สออสโมซิส ที่ให้น้ำดีจำนวนหนึ่งพร้อมน้ำทิ้งอีกจำนวนหนึ่ง จึงมักติดเฉพาะจุดที่ใช้ดื่มและใช้ทำอาหาร ไม่ใช่ทั้งบ้าน
แบคทีเรีย ใช้การฆ่าเชื้อ เช่น คลอรีนหรือหลอดยูวี แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือต้องหาให้เจอว่ามันเข้ามาทางไหน เพราะการฆ่าเชื้อที่ปลายทางโดยไม่ปิดทางเข้า คือการแก้ที่ปลายเหตุไปตลอดชีวิต
ทรายและตะกอน แก้ที่บ่อ ไม่ใช่ที่เครื่อง
ลำดับที่ถูกคือ ส่งตรวจก่อน แล้วเอาผลตรวจไปคุยกับผู้ขายระบบกรอง ไม่ใช่ให้ผู้ขายมาดูน้ำด้วยตาแล้วบอกว่าต้องใช้ชุดไหน
ผู้ขายที่ดีจะขอดูผลตรวจ ส่วนผู้ขายที่ตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องดูอะไรเลย คือคนที่กำลังขายของชุดเดียวกันให้ทุกบ้าน
และเมื่อวางระบบกรองแล้ว อย่าลืมว่ามันมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ทั้งสารกรองที่ต้องเปลี่ยน เกลือที่ต้องเติม และไส้กรองที่มีอายุ ตัวเลขนี้ควรอยู่ในการตัดสินใจตั้งแต่แรก ไม่ใช่มารู้ตอนปีที่สอง
บ่อที่ดูแลไม่ดีจะพังแบบไหน
บ่อบาดาลไม่ได้อยู่ตลอดกาล และมันไม่ค่อยพังแบบทันทีทันใด มันค่อย ๆ แย่ลงจนวันหนึ่งไม่พอใช้
น้ำน้อยลงเรื่อย ๆ อาจเป็นเพราะท่อกรองอุดตันจากตะกรันหรือจากแบคทีเรียเหล็กที่สร้างเมือกเกาะ หรือเพราะระดับน้ำในชั้นน้ำลดลงจริงจากการสูบรวมของทั้งพื้นที่
ปั๊มทำงานถี่ผิดปกติหรือร้อนจัด อาจแปลว่าปั๊มกำลังทำงานในระดับน้ำที่ต่ำกว่าที่ออกแบบไว้ ซึ่งกินอายุปั๊มเร็วมาก
ทรายออกมากขึ้นกว่าเดิม เป็นสัญญาณของท่อกรองหรือปลอกบ่อที่เริ่มเสียหาย และเป็นเรื่องที่ยิ่งช้ายิ่งแพง
คุณภาพน้ำเปลี่ยนกะทันหัน ในบ่อที่เคยนิ่งมาหลายปี เป็นเรื่องที่ต้องหยุดใช้ดื่มแล้วส่งตรวจก่อน โดยเฉพาะถ้าเปลี่ยนหลังน้ำท่วม หรือหลังมีการก่อสร้างใกล้เคียง
ของที่ควรทำเป็นนิสัยมีไม่มาก
รักษาบริเวณรอบหัวบ่อให้สะอาดและระบายน้ำออกได้ ไม่ให้มีน้ำขังท่วมปากบ่อ ปิดฝาบ่อให้สนิทเสมอ อย่าเก็บสารเคมี ปุ๋ย หรือน้ำมันใกล้บ่อ และจดค่าที่มาตรวัดกับความรู้สึกเรื่องแรงน้ำไว้เป็นระยะ เพื่อให้เห็นแนวโน้มก่อนที่มันจะกลายเป็นปัญหาเต็มตัว
ถ้ากำลังจะซื้อบ้านที่มีบ่อบาดาลอยู่แล้ว
สถานการณ์นี้พบบ่อยกว่าที่คิด โดยเฉพาะบ้านนอกเขตเมืองและบ้านสวน
สิ่งที่ต้องถามและขอดู
- ใบอนุญาตทั้งสองใบ และวันหมดอายุบนใบ ไม่ใช่คำบอกเล่าว่าเคยขอไว้แล้ว
- ผังบ่อและความลึกจริง รวมถึงระดับที่ติดตั้งปั๊ม
- ผลตรวจคุณภาพน้ำครั้งล่าสุด ถ้าไม่มี ให้ถือว่าไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับน้ำบ่อนี้ และควรตรวจเองก่อนโอน
- ประวัติการซ่อม เปลี่ยนปั๊มมากี่ครั้ง เคยล้างบ่อหรือเป่าบ่อครั้งสุดท้ายเมื่อไร
- ระยะห่างจากระบบบำบัดและคอกสัตว์ ซึ่งดูได้ด้วยตาตอนไปดูบ้าน
- มีน้ำประปาเข้าถึงหรือไม่ เพราะบ้านที่มีทั้งสองทางเลือกมีความเสี่ยงต่ำกว่ามาก
ถ้าบ่อไม่มีใบอนุญาต อย่าเพิ่งตกใจจนถอย แต่ให้ใช้เป็นข้อต่อรอง และตกลงให้ชัดในสัญญาว่าใครจะเป็นคนดำเนินการ จะทำก่อนโอนหรือหลังโอน และถ้าดำเนินการไม่สำเร็จจะเกิดอะไรขึ้นกับราคาและกับสัญญา
สิ่งที่ควรระบุในสัญญาให้ครบและวิธีอ่านสัญญาซื้อขาย เราเขียนไว้แล้วใน สัญญาจะซื้อจะขาย อ่านอย่างไรไม่ให้เสียเปรียบ
คำถามที่พบบ่อย
บ่อบาดาลในที่ดินตัวเอง ใช้เอง ต้องขออนุญาตไหม
ต้องขอ ถ้าบ่อลึกเกิน 15 เมตรจากผิวดิน กฎหมายไม่ได้ยกเว้นให้บ้านพักอาศัยหรือการใช้ส่วนตัว และต้องขอสองใบ คือใบอนุญาตเจาะและใบอนุญาตใช้
บ่อวงคอนกรีตหลังบ้านต้องขออนุญาตไหม
ถ้าลึกไม่เกิน 15 เมตร ไม่ถือเป็นน้ำบาดาลตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 จึงไม่ต้องขอใบอนุญาตเจาะ แต่ควรระวังเรื่องการปนเปื้อนจากผิวดินมากกว่าบ่อลึก เพราะอยู่ใกล้แหล่งสกปรกกว่ามาก
ค่าธรรมเนียมทั้งหมดเท่าไร
ค่าคำขอฉบับละ 10 บาท ส่วนค่าธรรมเนียมใบอนุญาตคิดตามขนาดบ่อ คือ 100 บาทสำหรับบ่อ 2 ถึง 3 นิ้ว 500 บาทสำหรับบ่อ 4 ถึง 6 นิ้ว และ 1,000 บาทสำหรับบ่อ 8 นิ้วขึ้นไป ส่วนค่าเจาะจริงเป็นคนละก้อนและใหญ่กว่ามาก
บ้านต้องจ่ายค่าน้ำบาดาลรายเดือนไหม
การใช้เพื่ออุปโภคบริโภคในครัวเรือนและการเกษตรได้รับยกเว้นค่าใช้น้ำบาดาล แต่เงื่อนไขและปริมาณขึ้นกับประเภทการใช้และพื้นที่ ถ้าจะใช้กับกิจการที่บ้านให้ถามพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ตั้งแต่วันยื่นคำขอ
ไม่ขออนุญาตมีโทษอะไร
จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในทางปฏิบัติยังกลายเป็นปัญหาตอนขายบ้าน เพราะผู้ซื้อและธนาคารจะถามหาใบอนุญาต
น้ำบาดาลใสแล้วดื่มได้เลยไหม
ไม่ได้ ความใสไม่บอกอะไรเลยเรื่องสารหนู ฟลูออไรด์ ไนเตรต หรือแบคทีเรีย ซึ่งไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรส ต้องส่งตรวจเท่านั้นจึงจะรู้
ควรส่งตรวจน้ำบ่อยแค่ไหน
อย่างน้อยปีละครั้ง และตรวจทันทีเมื่อสีหรือรสเปลี่ยน เมื่อมีน้ำท่วมในพื้นที่ หรือหลังซ่อมบ่อ เพราะคุณภาพน้ำบาดาลเปลี่ยนตามฤดูและตามสิ่งที่เกิดขึ้นรอบบ่อ
สรุป
- บ่อลึกเกิน 15 เมตรคือน้ำบาดาลตามกฎหมาย ต้องขออนุญาต แม้เป็นบ้านพักอาศัยและใช้เอง
- ใบอนุญาตมีสองใบ คือใบอนุญาตเจาะตามแบบ นบ.1 และใบอนุญาตใช้ตามแบบ นบ.2
- ยื่นต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ ซึ่งอยู่คนละหน่วยงานตามจังหวัด โทรถามก่อนไป
- ค่าคำขอ 10 บาท ค่าใบอนุญาต 100 ถึง 1,000 บาทตามขนาดบ่อ ส่วนค่าเจาะจริงเป็นก้อนใหญ่ที่ต้องเทียบสามเจ้า
- หลังได้ใบแล้วยังมีหน้าที่ต่อ ทั้งติดมาตรวัด แสดงใบอนุญาต และรายงานการใช้ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
- ต่ออายุด้วยแบบ นบ.7 ก่อนใบเดิมหมดอายุ ตั้งเตือนไว้ล่วงหน้าสองเดือน
- เจาะหรือใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ในเจ็ดจังหวัดที่มีค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลลูกบาศก์เมตรละ 4.50 บาท การเจาะเพิ่มมักไม่คุ้มถ้ามีประปาอยู่แล้ว
- ใสไม่เท่ากับสะอาด สารหนู ฟลูออไรด์ ไนเตรตและแบคทีเรียไม่มีสี กลิ่น หรือรส ต้องส่งตรวจ
- เลือกระบบกรองจากผลตรวจ ไม่ใช่จากคำแนะนำของคนที่ไม่ขอดูผลตรวจเลย