ตั้งราคาขายบ้านยังไงให้ขายได้จริง
ตั้งจากราคาที่บ้านลักษณะเดียวกันในละแวกเดียวกัน ขายได้จริง ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา ไม่ใช่จากราคาที่คนอื่นตั้งไว้ในประกาศ ไม่ใช่จากเงินที่คุณจ่ายไปทั้งหมด และไม่ใช่จากราคาประเมินของทางราชการ
ความต่างระหว่างราคาที่ตั้งไว้กับราคาที่ขายได้จริง คือช่องว่างที่ทำให้คนตั้งราคาผิดกันทั้งตลาด เพราะสิ่งที่คุณเห็นในเว็บประกาศคือความหวังของคนขาย ไม่ใช่ผลลัพธ์ ประกาศที่ตั้งราคาสูงเกินไปยังคงลอยอยู่ในระบบเป็นปี และมันคือตัวเลขที่คนขายรายต่อไปเอาไปอ้าง ทำให้ราคาที่ผิดถูกส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ
สามตัวเลขที่คนใช้ตั้งราคา แล้วผิดทุกครั้ง
ตัวแรกคือราคาที่คุณซื้อมาบวกเงินที่ลงไปทั้งหมด ตลาดไม่สนใจตัวเลขนี้เลย ผู้ซื้อเทียบบ้านคุณกับบ้านหลังอื่นที่เขาไปดูมาในสัปดาห์เดียวกัน ไม่ได้เทียบกับใบเสร็จของคุณ ค่าต่อเติมหนึ่งล้านไม่ได้แปลว่าราคาบ้านเพิ่มหนึ่งล้าน บางรายการเพิ่มน้อยกว่าที่จ่าย และบางรายการเพิ่มศูนย์
ตัวที่สองคือราคาประเมินของทางราชการ ซึ่งเป็นฐานสำหรับคำนวณค่าธรรมเนียมและภาษีที่สำนักงานที่ดิน ไม่ใช่ราคาตลาด โดยทั่วไปจะต่ำกว่าราคาซื้อขายจริง และไม่ได้สะท้อนสภาพบ้าน การตกแต่ง หรือตำแหน่งแปลงในระดับที่ผู้ซื้อสนใจ
ตัวที่สามอันตรายที่สุด เพราะมันดูสมเหตุสมผลที่สุด คือราคาที่บ้านข้าง ๆ ตั้งไว้ในประกาศ คนส่วนใหญ่จะเปิดเว็บ เห็นบ้านแบบเดียวกันตั้งไว้ 6.5 ล้าน แล้วสรุปว่าบ้านตัวเองน่าจะได้ประมาณนั้น โดยไม่เคยกดดูว่าประกาศนั้นลงไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้ามันอยู่มาแปดเดือนแล้วยังไม่มีคนซื้อ สิ่งที่มันบอกคุณคือราคานั้นสูงเกินไป ไม่ใช่ว่านั่นคือราคาตลาด
หาราคาที่ขายได้จริงจากไหน
ข้อมูลราคาซื้อขายจริงในไทยไม่ได้เปิดเผยเป็นสาธารณะแบบบางประเทศ จึงต้องประกอบขึ้นจากหลายทาง วิธีที่ใช้ได้จริงมีสี่ทาง และควรใช้ให้ครบ ไม่ใช่เลือกทางเดียว
- ถามนายหน้าที่ทำงานในย่านนั้นจริง ๆ อย่างน้อยสามเจ้า ขอไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่ขอให้เขาบอกว่าเทียบจากหลังไหน ขายไปเมื่อไหร่ และต่างจากบ้านคุณตรงไหน นายหน้าที่ตอบไม่ได้คือนายหน้าที่เดา และตัวเลขที่สูงที่สุดในสามเจ้า มักเป็นตัวเลขที่ตั้งมาเพื่อให้ได้งาน ไม่ใช่เพื่อให้ขายได้
- ดูประกาศที่หายไปจากระบบ บ้านที่เคยประกาศในโครงการเดียวกันแล้ววันหนึ่งหายไป มักแปลว่าขายได้ ถ้าคุณเคยเห็นราคาสุดท้ายก่อนมันหาย นั่นใกล้เคียงราคาจริงกว่าประกาศที่ยังลอยอยู่
- ถามนิติบุคคลหรือเพื่อนบ้าน ในหมู่บ้านจัดสรรและคอนโด คนที่รู้ว่าห้องไหนเพิ่งเปลี่ยนมือคือนิติบุคคล และเพื่อนบ้านที่อยู่มานานมักรู้ว่าหลังนั้นขายไปเท่าไหร่
- ดูราคาประเมินของธนาคาร ถ้ามี ถ้าเคยรีไฟแนนซ์หรือมีคนมาขอกู้ซื้อบ้านคุณแล้วธนาคารประเมิน ตัวเลขนั้นมีประโยชน์มาก เพราะมันคือราคาที่สถาบันการเงินยอมปล่อยกู้ ซึ่งเป็นเพดานจริงของสิ่งที่ผู้ซื้อส่วนใหญ่จ่ายได้
ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่คนคิด เพราะผู้ซื้อบ้านส่วนใหญ่ใช้สินเชื่อ ถ้าคุณตั้งราคา 7 ล้านแต่ธนาคารประเมินได้ 6.2 ล้าน ผู้ซื้อต้องหาเงินสดมาเติมส่วนต่าง 800,000 บาท ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่มี ดีลจึงล่มที่ขั้นตอนธนาคาร ไม่ใช่ที่ขั้นตอนต่อรอง เหตุผลที่ธนาคารแต่ละแห่งให้ราคาต่างกัน อยู่ใน ทำไมธนาคารประเมินบ้านหลังเดียวกันไม่เท่ากัน
ปรับราคาจากหลังที่เทียบได้ ยังไง
เมื่อได้บ้านที่เทียบได้มาสามถึงห้าหลังแล้ว อย่าเอาราคามาเฉลี่ยกันดื้อ ๆ ให้ปรับขึ้นลงตามความต่างทีละข้อ วิธีนี้คือสิ่งที่ผู้ประเมินทำ และคุณทำเองได้ในกระดาษแผ่นเดียว
| ความต่าง | ทิศทาง | สิ่งที่ควรระวัง |
|---|---|---|
| ขนาดที่ดินและพื้นที่ใช้สอย | ใหญ่กว่าปรับขึ้น เล็กกว่าปรับลง | ที่ดินกับตัวบ้านคิดคนละอัตรา ที่ดินเพิ่มมูลค่าตามตารางวา ส่วนตัวบ้านเสื่อมตามอายุ อย่าเอามารวมเป็นตัวเลขเดียว |
| อายุบ้านและสภาพ | ใหม่กว่าหรือสภาพดีกว่าปรับขึ้น | สภาพที่มองเห็นมีน้ำหนักมากกับผู้ซื้อ บ้านอายุเท่ากันแต่ทาสีใหม่ ต่างจากบ้านที่ปล่อยทรุดโทรมมากกว่าที่ตัวเลขจะบอก |
| ตำแหน่งในโครงการ | ติดสวนหรืออยู่ในซอยตันปรับขึ้น ติดถนนใหญ่หรือหันทิศตะวันตกปรับลง | ในโครงการเดียวกัน ความต่างของแปลงอาจถึงหลักแสน และเป็นเรื่องที่ผู้ซื้อในพื้นที่รู้ดีกว่าคุณ |
| การต่อเติมและตกแต่ง | ปรับขึ้นได้บ้าง แต่ไม่เท่าที่จ่าย | ครัวและห้องน้ำที่ทำใหม่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด ส่วนของที่ทำตามรสนิยมเฉพาะตัว เช่น สีจัด ๆ หรือบิลท์อินรูปทรงพิเศษ บางครั้งเป็นลบเพราะผู้ซื้อคิดค่ารื้อ |
| ระยะเวลาที่ผ่านมา | ถ้าเทียบกับดีลเมื่อหนึ่งปีก่อน ต้องปรับตามภาวะตลาด | ปี 2569 เป็นปีที่จำนวนหน่วยโอนเพิ่มแต่มูลค่าเพิ่มน้อยกว่า แปลว่าตลาดเลื่อนลงมาที่ระดับราคาต่ำกว่าเดิม การเอาราคาปีก่อนมาใช้ตรง ๆ จึงมักสูงเกิน ดูภาพรวมได้ที่ ตลาดบ้านปี 2569 ฟื้นหรือยัง |
หักต้นทุนการขายก่อน ถึงจะรู้ว่าเหลือเท่าไหร่
ราคาตั้งขายไม่ใช่เงินที่เข้ากระเป๋า คนขายจำนวนมากคำนวณเงินที่จะเหลือผิด แล้วไปตกลงซื้อบ้านหลังใหม่บนตัวเลขที่ไม่มีอยู่จริง ให้หักรายการเหล่านี้ออกก่อน
- ยอดหนี้คงเหลือกับธนาคาร ถ้ายังผ่อนอยู่ ต้องปิดในวันโอน ขอยอดล่าสุดมาก่อน ไม่ใช่ใช้ตัวเลขจากใบเสร็จเดือนก่อน
- ค่าธรรมเนียมโอนที่สำนักงานที่ดิน ตามปกติร้อยละ 2 ของราคาประเมิน และมักตกลงแบ่งกันคนละครึ่งกับผู้ซื้อ ปัจจุบันมีมาตรการลดเหลือร้อยละ 0.01 สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทตามเงื่อนไข ถึง 30 มิถุนายน 2570
- ภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ ถ้าถือครองไม่ถึง 5 ปีและไม่เข้าข้อยกเว้น ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งรวมภาษีท้องถิ่นแล้วอยู่ที่ร้อยละ 3.3 ของราคาขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า ถ้าไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจะเสียอากรแสตมป์แทน รายละเอียดและข้อยกเว้นอยู่ใน ขายบ้านก่อนและหลัง 5 ปี ภาษีต่างกันยังไง
- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คำนวณจากราคาประเมิน จำนวนปีที่ถือครอง และอัตราภาษีขั้นบันได ไม่ใช่จากกำไรที่คุณได้จริง หลายคนตกใจตอนอยู่หน้าเคาน์เตอร์เพราะไม่เคยคำนวณมาก่อน
- ค่านายหน้า ถ้าใช้ ปกติอยู่ที่ราวร้อยละ 3 ของราคาขาย ควรตกลงให้ชัดว่ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มหรือยัง และจ่ายเมื่อไหร่
- ค่าซ่อมและค่าจัดบ้านก่อนขาย ตั้งงบไว้ก้อนหนึ่ง เพราะบ้านที่ต้องซ่อมชัด ๆ จะถูกต่อราคาแรงกว่าค่าซ่อมจริงเสมอ
เมื่อหักครบแล้ว ตัวเลขที่เหลือคือสิ่งที่คุณใช้วางแผนได้ ไม่ใช่ราคาตั้งขาย และถ้าตัวเลขนั้นไม่พอกับแผนที่วางไว้ ให้กลับไปแก้ที่แผน ไม่ใช่ที่ราคาตั้ง เพราะการตั้งราคาสูงกว่าตลาดไม่ได้ทำให้ได้เงินมากขึ้น
ทำไมตั้งแพงไว้ก่อนแล้วค่อยลด ถึงได้เงินน้อยกว่า
นี่คือกลยุทธ์ที่คนใช้กันมากที่สุดและได้ผลแย่ที่สุด เหตุผลไม่ได้อยู่ที่ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ แต่อยู่ที่กลไกของเว็บประกาศและพฤติกรรมคนหาบ้าน
ประกาศใหม่จะถูกดันขึ้นให้เห็นก่อน และถูกส่งไปให้คนที่ตั้งการแจ้งเตือนไว้ในย่านนั้น ความสนใจจึงกระจุกตัวอยู่ในช่วงสองสามสัปดาห์แรกอย่างชัดเจน คนที่กำลังหาบ้านอยู่ตอนนี้จริง ๆ คือกลุ่มที่พร้อมที่สุด เพราะเขาดูมาหลายหลังแล้วและรู้ราคาตลาดดีกว่าคุณ
ถ้าคุณตั้งราคาสูงกว่าตลาดในช่วงนั้น กลุ่มที่พร้อมที่สุดจะเลื่อนผ่านโดยไม่กดเข้ามา พอลดราคาในเดือนที่สาม คนกลุ่มนั้นซื้อบ้านหลังอื่นไปแล้ว และคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่จะเห็นประกาศที่อยู่มานานพร้อมประวัติการลดราคา ซึ่งส่งสัญญาณว่าเจ้าของกำลังร้อนใจ ผลคือข้อเสนอที่ได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
พูดอีกแบบคือ ราคาที่สูงเกินไปไม่ได้ทำให้ขายช้า มันทำให้ขายได้ในราคาที่ต่ำกว่าเดิม หลังจากเสียเวลาไปหลายเดือน
สัญญาณว่าราคาผิด และควรทำอะไรเมื่อไหร่
อย่ารอให้ผ่านไปครึ่งปีแล้วค่อยสรุป ตลาดส่งสัญญาณให้ตั้งแต่สัปดาห์แรก ๆ ถ้าคุณดูเป็น
| สิ่งที่เกิดขึ้น | แปลว่าอะไร | ควรทำ |
|---|---|---|
| ผ่านไปสองสัปดาห์ ยังไม่มีใครขอเข้าชมเลย | ราคาสูงเกินไปจนคนไม่กดเข้ามาดูด้วยซ้ำ หรือรูปในประกาศแย่ | เปลี่ยนรูปก่อน ถ้ายังเงียบอีกสองสัปดาห์ ให้ปรับราคาลงในระดับที่มีนัย ไม่ใช่ลดหลักหมื่น |
| มีคนเข้าชมเรื่อย ๆ แต่ไม่มีข้อเสนอสักราย | ราคาพอเข้าเกณฑ์ให้คนมาดู แต่พอเห็นของจริงแล้วไม่คุ้มราคานั้น | ปัญหาอยู่ที่สภาพบ้านหรือรายละเอียดที่รูปไม่ได้บอก ให้ถามคนที่มาดูตรง ๆ ว่าติดอะไร แล้วแก้ที่ตรงนั้น |
| มีข้อเสนอเข้ามาแต่ต่ำกว่าที่ตั้งมาก ทุกรายพูดตรงกัน | ตลาดกำลังบอกราคาที่แท้จริงให้คุณฟัง | ถ้าสามรายเสนอใกล้เคียงกัน นั่นคือราคาตลาด ไม่ใช่การกดราคา |
| ธนาคารประเมินให้ผู้ซื้อได้ต่ำกว่าราคาที่ตกลง | ราคาที่ตกลงสูงกว่าที่สถาบันการเงินยอมรับ | เจรจาแบ่งส่วนต่างกัน หรือปรับราคาลงมาที่ระดับที่ธนาคารรับได้ เพราะผู้ซื้อรายต่อไปจะเจอปัญหาเดียวกัน |
กฎง่าย ๆ ข้อหนึ่งคือ ถ้าจะลดราคา ให้ลดครั้งเดียวในระดับที่พาบ้านไปอยู่ในช่วงราคาใหม่ที่คนอีกกลุ่มค้นหา การลดทีละหลักหมื่นหลาย ๆ ครั้ง ไม่ได้ทำให้บ้านไปโผล่ในผลค้นหาของใครเพิ่มขึ้นเลย แต่ทำให้ประวัติการลดราคายาวขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งที่ทำได้ก่อนลดราคา
ก่อนจะยอมลดราคา มีของถูกกว่าที่ควรลองก่อน และหลายอย่างให้ผลเร็วกว่าที่คิด
- ถ่ายรูปใหม่ เป็นสิ่งที่ให้ผลตอบแทนต่อบาทสูงที่สุด เปิดไฟทุกดวง เก็บของบนเคาน์เตอร์ให้เกลี้ยง ถ่ายตอนสายหรือบ่ายแก่ ๆ ที่แสงเข้าบ้าน และถ่ายทุกห้องรวมถึงห้องน้ำ ประกาศที่ไม่มีรูปห้องน้ำทำให้คนคิดว่ามีอะไรซ่อนอยู่
- เก็บของออกให้บ้านดูโล่ง ห้องที่มีของน้อยดูใหญ่กว่าเสมอ และผู้ซื้อต้องการเห็นบ้านที่เขาจะย้ายเข้า ไม่ใช่บ้านที่คุณกำลังอยู่
- ซ่อมของเล็ก ๆ ที่มองเห็น ก๊อกหยด สวิตช์หัก ยาแนวดำ ประตูปิดไม่สนิท ของพวกนี้ราคารวมกันไม่กี่พัน แต่มันทำให้ผู้ซื้อคิดว่าของที่มองไม่เห็นก็คงไม่ได้ดูแลเหมือนกัน
- แก้กลิ่น เรื่องที่ไม่มีใครพูดถึงแต่มีผลมาก บ้านที่มีกลิ่นอับหรือกลิ่นสัตว์เลี้ยงจะถูกจดจำแบบนั้น เปิดหน้าต่างระบายอากาศก่อนคนมาดูทุกครั้ง
- เขียนรายละเอียดให้ครบ ขนาดที่ดิน พื้นที่ใช้สอย จำนวนห้อง ทิศ ปีที่สร้าง และค่าส่วนกลาง ประกาศที่ข้อมูลครบได้ผู้ติดต่อที่ตั้งใจจริงมากกว่า และตัดคนที่จะเสียเวลากันทั้งสองฝ่ายออกไป
สองเรื่องที่พันกับราคาโดยตรงและควรตัดสินใจไปพร้อมกัน คือจะขายตอนมีผู้เช่าอยู่หรือรอให้ว่างก่อน ซึ่งเปลี่ยนทั้งราคาและกลุ่มผู้ซื้อ อ่านที่ ขายตอนมีผู้เช่ากับขายตอนว่าง และการเตรียมบ้านกับเอกสารก่อนเปิดขาย อยู่ใน ขายบ้านอย่างมืออาชีพ
ถ้าอยากดูว่าบ้านลักษณะเดียวกันในย่านของคุณตั้งราคากันเท่าไหร่ ดูได้ที่ บ้านขาย ทาวน์เฮาส์ขาย และเฉพาะจังหวัดที่ บ้านขาย กรุงเทพฯ กับ นนทบุรี ส่วนถ้าต้องการให้ช่วยหาราคาเทียบและจัดการขายให้ ดูได้ที่ รับฝากขายบ้าน
คำถามที่พบบ่อย
ควรตั้งราคาเผื่อต่อรองไหม
เผื่อได้เล็กน้อยในระดับที่ยังอยู่ในช่วงราคาที่คนค้นหา แต่การเผื่อมากจนหลุดออกจากช่วงนั้นทำให้ไม่มีใครเห็นประกาศตั้งแต่แรก จึงไม่มีใครมาต่อรองด้วย
ราคาประเมินราชการใช้ตั้งราคาขายได้ไหม
ไม่ได้ เป็นฐานสำหรับคำนวณค่าธรรมเนียมและภาษีที่สำนักงานที่ดิน โดยทั่วไปต่ำกว่าราคาซื้อขายจริง และไม่สะท้อนสภาพหรือทำเลในระดับที่ผู้ซื้อสนใจ
ต่อเติมไปหนึ่งล้าน ตั้งราคาเพิ่มหนึ่งล้านได้ไหม
โดยทั่วไปไม่ได้ ครัวและห้องน้ำที่ทำใหม่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด ส่วนงานที่ทำตามรสนิยมเฉพาะตัวบางครั้งเป็นลบ เพราะผู้ซื้อคิดค่ารื้อออก
ประกาศมาสองเดือนแล้วไม่มีใครติดต่อ ควรทำอะไร
ตรวจสองเรื่องก่อน คือรูปกับราคา ถ้าไม่มีแม้แต่คนขอเข้าชม แปลว่าปัญหาอยู่ที่หน้าประกาศ ไม่ใช่ที่ตัวบ้าน ให้เปลี่ยนรูปก่อน แล้วถ้ายังเงียบให้ปรับราคาลงครั้งเดียวในระดับที่มีนัย
ลดราคาทีละน้อยหลายครั้งดีไหม
ไม่ดี เพราะไม่ได้ทำให้บ้านไปปรากฏในผลค้นหาของกลุ่มใหม่ แต่ทำให้ประวัติการลดราคายาวขึ้น ซึ่งส่งสัญญาณว่าเจ้าของร้อนใจ ควรลดครั้งเดียวให้ถึงช่วงราคาใหม่
ธนาคารประเมินต่ำกว่าราคาที่ตกลงกัน ทำอย่างไร
เจรจาแบ่งส่วนต่างกับผู้ซื้อ หรือปรับราคาลงมาที่ระดับที่ธนาคารรับได้ เพราะผู้ซื้อรายต่อไปที่ใช้สินเชื่อจะเจอปัญหาเดียวกัน
ควรใช้นายหน้าหรือขายเอง
ขึ้นกับเวลาที่คุณมีและความคุ้นเคยกับกระบวนการ สิ่งที่นายหน้าให้คุณได้จริงคือข้อมูลราคาที่ขายได้จริงในย่านนั้น และการคัดคนที่ไม่พร้อมออกก่อนจะพามาดูบ้าน
ตั้งราคาแล้วเปลี่ยนภายหลังได้ไหม
ได้ แต่ราคาตั้งครั้งแรกมีน้ำหนักมากที่สุด เพราะช่วงสองสามสัปดาห์แรกคือช่วงที่ประกาศได้รับความสนใจสูงสุด การตั้งผิดในช่วงนั้นแลกมาด้วยการเสียกลุ่มผู้ซื้อที่พร้อมที่สุดไป
สรุปสิ่งที่ต้องจำ
- ตั้งราคาจากราคาที่ขายได้จริงในย่านเดียวกัน ไม่ใช่ราคาที่คนอื่นตั้งไว้ในประกาศ
- ราคาที่คุณซื้อมา ราคาประเมินราชการ และราคาที่บ้านข้าง ๆ ตั้งไว้ ไม่มีตัวไหนตอบคำถามนี้ได้
- เก็บบ้านเทียบสามถึงห้าหลัง แล้วปรับขึ้นลงทีละข้อตามความต่าง แทนการเฉลี่ยราคา
- ราคาที่ธนาคารประเมินคือเพดานจริง เพราะผู้ซื้อส่วนใหญ่ใช้สินเชื่อ
- หักยอดหนี้ ค่าโอน ภาษี และค่านายหน้าออกก่อน ถึงจะรู้ว่าเหลือเท่าไหร่จริง
- ตั้งแพงไว้ก่อนแล้วค่อยลด ทำให้ได้เงินน้อยลง เพราะเสียกลุ่มผู้ซื้อที่พร้อมที่สุดในสองสัปดาห์แรกไป
- สองสัปดาห์ไม่มีคนขอดูเลย คือปัญหาที่หน้าประกาศ ไม่ใช่ที่ตัวบ้าน ให้เปลี่ยนรูปก่อนลดราคา
- ถ้าจะลด ให้ลดครั้งเดียวถึงช่วงราคาใหม่ ไม่ใช่ลดทีละหลักหมื่นหลายครั้ง