ตลาดบ้านไทยปี 2569 ฟื้นหรือยัง

ยังไม่ถึงขั้นฟื้น ตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์กลับมาเป็นบวกจริง แต่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์เองประเมินว่าปี 2569 เป็นปีที่ตลาดผ่านจุดต่ำสุดเข้าสู่ภาวะทรงตัว และเป็นปีของการปรับสมดุลเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ปีแห่งการฟื้นตัว

ความต่างระหว่างสองคำนี้สำคัญกับการตัดสินใจของคุณมาก เพราะสิ่งที่ทำให้ตัวเลขขึ้นคือมาตรการรัฐที่มีวันหมดอายุ ไม่ใช่กำลังซื้อที่แข็งแรงขึ้น

ตัวเลขที่ขึ้นจริง

ตัวชี้วัดตัวเลข
หน่วยโอนกรรมสิทธิ์ไตรมาส 1 ปี 256972,583 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 เทียบปีก่อน
มูลค่าโอนไตรมาส 1 ปี 2569187,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1
หน่วยโอนครึ่งแรกปี 2569เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.6
คาดการณ์ทั้งปี 2569323,479 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 มูลค่า 880,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8

สังเกตความต่างระหว่างสองบรรทัดแรก จำนวนหน่วยเพิ่มร้อยละ 11.2 แต่มูลค่าเพิ่มแค่ร้อยละ 3.1 แปลว่าคนซื้อเยอะขึ้นแต่ซื้อของถูกลง ซึ่งเป็นภาพของตลาดที่กำลังเลื่อนลงมาที่ระดับราคาต่ำกว่าเดิม ไม่ใช่ตลาดที่กำลังร้อนขึ้น

โครงการบ้านจัดสรรใหม่ที่สร้างเสร็จแล้วบางส่วนและยังมีแปลงว่างรอสร้าง

ตัวเลขที่ยังไม่ขึ้น

ฝั่งอุปทานยังชะลอ ผู้ประกอบการยังระมัดระวังการลงทุนและการเปิดโครงการใหม่ ทำให้จำนวนหน่วยเปิดใหม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทั่วประเทศ

ภาพนี้อ่านได้สองแบบ แบบแรกคือผู้ประกอบการมองว่าความต้องการยังไม่กลับมาจริงจึงไม่กล้าเปิดของใหม่ แบบที่สองคือของเก่ายังค้างอยู่มากพอจนไม่จำเป็นต้องสร้างเพิ่ม ทั้งสองแบบให้ข้อสรุปเดียวกันกับคนซื้อ คืออำนาจต่อรองยังอยู่ข้างคนซื้อ โดยเฉพาะกับของที่สร้างเสร็จแล้ว

ทำไมสองด้านนี้ถึงขัดกัน

เพราะแรงที่ดันตัวเลขโอนขึ้นไม่ได้มาจากรายได้ครัวเรือนที่ดีขึ้น แต่มาจากมาตรการสองอย่างที่รัฐและธนาคารแห่งประเทศไทยออกมา คือการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง กับการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV

มาตรการแบบนี้ไม่ได้สร้างคนซื้อใหม่ มันดึงคนที่จะซื้ออยู่แล้วให้ตัดสินใจเร็วขึ้น ผลคือยอดในช่วงมาตรการสวยขึ้น และยอดหลังมาตรการหมดมักอ่อนลง เพราะดีมานด์ถูกดึงมาใช้ล่วงหน้าไปแล้ว

ซื้อหรือรอ ตอบด้วยตัวเลขและวันที่

คำถามนี้มีคำตอบที่ชัดกว่าที่คิด เพราะมีวันหมดอายุกำกับอยู่

มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนจากร้อยละ 2 เหลือร้อยละ 0.01 และค่าจดจำนองจากร้อยละ 1 เหลือร้อยละ 0.01 มีผลถึง 30 มิถุนายน 2570 ครอบคลุมที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท โดยราคาซื้อขาย ราคาประเมิน และวงเงินกู้ต้องไม่เกิน 7 ล้านทั้งสามตัว และผู้ซื้อต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง

ราคาบ้านค่าธรรมเนียมตามอัตราปกติตามมาตรการส่วนต่าง
3 ล้านบาท กู้เต็มโอน 60,000 จำนอง 30,000โอน 300 จำนอง 300ประมาณ 89,400 บาท
5 ล้านบาท กู้เต็มโอน 100,000 จำนอง 50,000โอน 500 จำนอง 500ประมาณ 149,000 บาท
7 ล้านบาท กู้เต็มโอน 140,000 จำนอง 70,000โอน 700 จำนอง 700ประมาณ 208,600 บาท

ข้อควรรู้คือค่าโอนตามธรรมเนียมมักแบ่งกันคนละครึ่งระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ส่วนค่าจดจำนองเป็นของผู้ซื้อ ตัวเลขส่วนต่างข้างบนจึงเป็นส่วนต่างรวมของทั้งดีล ไม่ใช่ของฝ่ายเดียว แต่ไม่ว่าจะแบ่งกันอย่างไร มันคือเงินที่หายไปจากดีลถ้าโอนหลังวันที่ 30 มิถุนายน 2570

รายละเอียดเงื่อนไขทั้งหมดรวมถึง LTV 100% อยู่ใน มาตรการค่าโอนและ LTV ที่ขยายถึงปี 2570

คู่รักยืนหันหลังดูป้ายเปล่าขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้าบ้านตัวอย่างในโครงการจัดสรร

ใครควรซื้อตอนนี้ และใครควรรอ

สถานการณ์ควรทำ
พร้อมกู้ผ่าน มีเงินดาวน์ และจะอยู่เองยาว ราคาไม่เกิน 7 ล้านซื้อในกรอบมาตรการ เพราะส่วนต่างค่าธรรมเนียมเป็นเงินที่จับต้องได้และมีวันหมดอายุ
รายได้ยังไม่นิ่ง หรือภาระหนี้สูงจนกู้ไม่ผ่านเต็มวงเงินรอ และใช้เวลานี้ลดภาระหนี้ เพราะมาตรการช่วยเรื่องค่าธรรมเนียม ไม่ได้ช่วยเรื่องความสามารถผ่อน
ซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่าคิดจากผลตอบแทนสุทธิ ไม่ใช่จากส่วนลดค่าธรรมเนียม เพราะมาตรการนี้กำหนดให้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง
เป็นชาวต่างชาติหรือซื้อในนามนิติบุคคลมาตรการนี้ใช้ไม่ได้ จึงไม่มีเหตุผลเรื่องวันหมดอายุมาเร่ง ให้ตัดสินจากตัวทรัพย์อย่างเดียว

จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือเอาวันหมดมาตรการมาเร่งตัวเองจนซื้อของที่ไม่ตรงความต้องการ ส่วนต่างสองแสนบาทไม่คุ้มกับการอยู่ผิดบ้านไปสิบปี ให้ใช้วันหมดอายุเป็นตัวเร่งการตัดสินใจ ไม่ใช่ตัวลดมาตรฐานการเลือก

ก่อนตัดสินใจ ให้ตรวจทรัพย์ให้ครบตาม วิธีตรวจสอบที่ดินก่อนวางมัดจำ และดู บ้านและคอนโดที่ประกาศขาย ได้

คำถามที่พบบ่อย

ตลาดอสังหาฯ ไทยปี 2569 ฟื้นแล้วหรือยัง

ยังไม่ถึงขั้นฟื้น ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ประเมินว่าเป็นปีที่ผ่านจุดต่ำสุดเข้าสู่ภาวะทรงตัวและเป็นปีปรับสมดุลเชิงโครงสร้าง ตัวเลขโอนที่ขึ้นมาจากมาตรการรัฐเป็นหลัก

ยอดโอนกรรมสิทธิ์ปี 2569 เป็นอย่างไร

ไตรมาส 1 อยู่ที่ 72,583 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 มูลค่า 187,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 ส่วนครึ่งแรกของปีหน่วยโอนเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.6

ทำไมจำนวนหน่วยเพิ่มมากกว่ามูลค่า

เพราะคนซื้อเยอะขึ้นแต่ซื้อของที่ราคาต่ำลง เป็นภาพของตลาดที่เลื่อนลงมาที่ระดับราคาต่ำกว่าเดิม ไม่ใช่ตลาดที่กำลังร้อนขึ้น

มาตรการลดค่าโอนหมดเมื่อไหร่

30 มิถุนายน 2570 ครอบคลุมที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท โดยราคาซื้อขาย ราคาประเมิน และวงเงินกู้ต้องไม่เกิน 7 ล้านทั้งสามตัว

ประหยัดได้เท่าไหร่ถ้าซื้อในกรอบมาตรการ

บ้าน 3 ล้านบาทกู้เต็มวงเงินประหยัดค่าธรรมเนียมรวมประมาณ 89,400 บาท บ้าน 7 ล้านประหยัดประมาณ 208,600 บาท โดยค่าโอนตามธรรมเนียมมักแบ่งกันคนละครึ่งกับผู้ขาย ส่วนค่าจดจำนองเป็นของผู้ซื้อ

ชาวต่างชาติใช้มาตรการนี้ได้ไหม

ไม่ได้ มาตรการกำหนดให้ผู้ซื้อเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง นิติบุคคลก็ใช้ไม่ได้เช่นกัน

ตอนนี้อำนาจต่อรองอยู่ข้างใคร

ยังอยู่ข้างผู้ซื้อ เพราะฝั่งอุปทานยังชะลอและผู้ประกอบการระมัดระวังการเปิดโครงการใหม่ ทำให้ของที่สร้างเสร็จแล้วยังมีให้เลือกและต่อรองได้

ควรรีบซื้อก่อนมาตรการหมดไหม

ควรใช้วันหมดอายุเป็นตัวเร่งการตัดสินใจ ไม่ใช่ตัวลดมาตรฐานการเลือกทรัพย์ ส่วนต่างค่าธรรมเนียมไม่คุ้มกับการซื้อบ้านที่ไม่ตรงความต้องการแล้วต้องอยู่ไปอีกสิบปี

สรุป

  • ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ประเมินว่าปี 2569 คือปีที่ผ่านจุดต่ำสุดเข้าสู่ภาวะทรงตัว ไม่ใช่ปีฟื้นตัว
  • ไตรมาส 1 ปี 2569 โอนกรรมสิทธิ์ 72,583 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 แต่มูลค่าเพิ่มเพียงร้อยละ 3.1
  • ความต่างนั้นบอกว่าคนซื้อเยอะขึ้นแต่ซื้อของถูกลง เป็นการเลื่อนลงของระดับราคา ไม่ใช่ตลาดที่ร้อนขึ้น
  • ฝั่งอุปทานยังชะลอและเปิดโครงการใหม่ลดลง ทำให้อำนาจต่อรองยังอยู่ข้างผู้ซื้อ
  • แรงที่ดันตัวเลขคือมาตรการลดค่าธรรมเนียมและการผ่อนคลาย LTV ซึ่งดึงดีมานด์มาใช้ล่วงหน้า ไม่ได้สร้างคนซื้อใหม่
  • มาตรการลดค่าโอนและจดจำนองเหลือร้อยละ 0.01 มีผลถึง 30 มิถุนายน 2570 สำหรับที่อยู่อาศัยไม่เกิน 7 ล้านบาท
  • ส่วนต่างค่าธรรมเนียมอยู่ที่ราว 89,400 บาทสำหรับบ้าน 3 ล้าน และราว 208,600 บาทสำหรับบ้าน 7 ล้าน