ที่ดินแปลงเดียวมีราคาอยู่สามชุด และคนมักเอามาปนกัน
ชุดแรกคือราคาประเมินทุนทรัพย์ ซึ่งกรมธนารักษ์เป็นผู้จัดทำ และประกาศเป็นบัญชีทั้งรอบ
ชุดที่สองคือราคาประเมินของธนาคาร ซึ่งผู้ประเมินของธนาคารทำขึ้นสำหรับการให้สินเชื่อรายนั้น
ชุดที่สามคือราคาตลาด ซึ่งไม่มีใครประกาศ เพราะมันคือราคาที่มีคนจ่ายจริงในดีลที่ปิดไปแล้ว
สามชุดนี้ตอบคนละคำถาม ทำโดยคนละคน และใช้ในคนละเรื่อง
เวลาคนบอกว่าราคาประเมินกับราคาตลาดต่างกันเป็นเท่าตัว เขามักหมายถึงชุดแรกกับชุดที่สาม
และคำตอบสั้นที่สุดคือ ทั้งสองชุดไม่ได้พยายามตอบคำถามเดียวกันตั้งแต่ต้น
ราคาประเมินทุนทรัพย์คืออะไร และใช้ทำอะไร
ราคาประเมินทุนทรัพย์จัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ. 2562 โดยกรมธนารักษ์
ประกาศออกมาเป็นบัญชีทั้งรอบ ไม่ใช่ประเมินทีละแปลงตามคำขอ
สิ่งที่มันถูกใช้จริงมีสองเรื่องหลัก
ใช้คำนวณค่าธรรมเนียมและภาษีที่สำนักงานที่ดิน ในวันจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ซึ่งอธิบายไว้ในค่าใช้จ่ายวันโอน คำนวณเองได้ก่อนไปถึงสำนักงานที่ดิน
ใช้เป็นฐานของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่เก็บโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สังเกตว่าทั้งสองเรื่องคือการเก็บเงินของรัฐ
ราคาประเมินทุนทรัพย์จึงไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อบอกว่าที่ดินแปลงนั้นควรขายเท่าไร
มันถูกออกแบบมาเพื่อให้มีฐานที่แน่นอน สม่ำเสมอ และไม่ถูกโต้แย้งเป็นราย ๆ ในการคิดค่าธรรมเนียมและภาษี
ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ต่างจากราคาตลาดโดยสิ้นเชิง เพราะราคาตลาดเปลี่ยนทุกเดือนและต่างกันได้ทุกแปลง
หกเหตุผลที่ทำให้ราคาประเมินต่ำกว่าตลาด
หนึ่ง ประเมินเป็นชุด ไม่ใช่ทีละแปลง การประเมินทำเป็นรายบล็อกหรือรายถนน แล้วใช้ราคาเดียวกันกับทุกแปลงในกลุ่มนั้น
แปลว่าที่ดินหัวมุมกับที่ดินกลางซอยในบล็อกเดียวกัน อาจได้ราคาประเมินเท่ากัน ทั้งที่ตลาดให้ราคาต่างกันมาก
สอง บัญชีมีอายุเป็นรอบ ราคาที่ประกาศไว้จะใช้ไปตลอดรอบ แม้ตลาดในย่านนั้นจะขยับไปแล้วก็ตาม
ในย่านที่ราคาขยับเร็ว ช่องว่างจะกว้างขึ้นทุกปีจนถึงรอบใหม่
สาม ไม่ได้ดูสภาพจริงของสิ่งปลูกสร้าง สิ่งปลูกสร้างประเมินตามแบบมาตรฐานและหักค่าเสื่อมตามอายุ
บ้านที่รีโนเวทใหม่ทั้งหลังจึงมีราคาประเมินเท่ากับบ้านข้างบ้านที่ไม่ได้แตะอะไรเลยมายี่สิบปี
สี่ ไม่ได้ให้ค่ากับสิ่งที่ตลาดให้ค่า เช่น วิว ทิศทางลม ความเงียบ เพื่อนบ้าน โรงเรียนใกล้บ้าน และรูปแปลงที่ใช้งานได้ดี
สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนราคาตลาดได้มาก แต่ไม่ปรากฏในบัญชีราคาประเมิน
ห้า ไม่ได้สะท้อนแรงซื้อระยะสั้น ความต้องการที่พุ่งขึ้นเพราะโครงการใหม่หรือข่าวการลงทุน เกิดเร็วกว่าที่บัญชีจะตามทัน
หก ถูกออกแบบให้อนุรักษ์นิยม เพราะเป็นฐานภาษี การประกาศราคาสูงเกินจริงย่อมสร้างภาระให้ประชาชนโดยไม่จำเป็น
ทั้งหกข้อนี้ไม่ใช่ข้อบกพร่อง มันคือผลของการที่ตัวเลขนี้ทำหน้าที่ของมันเอง ไม่ใช่หน้าที่ของราคาตลาด
ราคาประเมินของธนาคาร เป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง
คนที่กำลังกู้ซื้อบ้านมักเจอตัวเลขนี้และตกใจ เพราะมันมักต่ำกว่าราคาที่ตกลงซื้อขาย
เหตุผลอยู่ที่วัตถุประสงค์
ผู้ประเมินของธนาคารไม่ได้ถูกจ้างให้ตอบว่าบ้านหลังนี้ราคาเท่าไร แต่ถูกจ้างให้ตอบว่าถ้าต้องขายทอดตลาดในวันที่ผู้กู้จ่ายไม่ไหว ธนาคารจะได้เงินคืนเท่าไร
คำถามสองข้อนี้ให้คำตอบไม่เท่ากันเสมอ
และธนาคารมักคำนวณวงเงินกู้จากราคาที่ต่ำกว่าระหว่างราคาซื้อขายกับราคาประเมินของตัวเอง
ผลคือผู้ซื้อที่ตกลงราคาสูงกว่าที่ธนาคารประเมิน ต้องหาเงินสดมาเติมส่วนต่างเอง
นี่คือสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ดีลล่มในสัปดาห์สุดท้าย และเป็นเหตุผลที่ควรถามธนาคารเรื่องนี้ก่อนวางมัดจำก้อนใหญ่
ราคาตลาดมาจากไหน และไม่ได้มาจากไหน
ราคาตลาดคือราคาที่ผู้ซื้อกับผู้ขายตกลงกันจริงในเวลาที่ผ่านมาไม่นาน สำหรับทรัพย์ที่เทียบกันได้
คำสำคัญคือตกลงกันจริง
ราคาที่ประกาศขายไม่ใช่ราคาตลาด มันคือราคาตั้งต้นของผู้ขาย
บ้านที่ประกาศขายอยู่สองปีในราคาเดิม ไม่ได้แปลว่าราคานั้นคือราคาตลาด มันแปลว่าราคานั้นสูงกว่าราคาตลาดมาสองปีแล้ว
และราคาที่เพื่อนบ้านบอกว่าเคยมีคนมาเสนอ ก็ไม่ใช่ราคาตลาดเช่นกัน
เพราะข้อเสนอที่ไม่ได้ปิดจบ คือตัวเลขที่ไม่มีใครต้องจ่าย
ทำไมสองตัวเลขนี้ต่างกันเป็นเท่าตัวได้
ช่องว่างจะกว้างที่สุดในสี่สถานการณ์นี้
ทำเลที่เพิ่งมีโครงสร้างพื้นฐานใหม่ สถานีรถไฟฟ้า ทางด่วน หรือถนนตัดใหม่ ทำให้ตลาดขยับทันที ในขณะที่บัญชีราคาประเมินยังเป็นของรอบเดิม
ที่ดินที่มีข้อได้เปรียบเฉพาะแปลง เช่น หน้ากว้างมาก อยู่หัวมุม หรือมีทางเข้าออกสองด้าน ซึ่งการประเมินเป็นชุดไม่ได้แยกให้
บ้านที่มูลค่าอยู่ในตัวอาคาร เช่น บ้านที่รีโนเวทใหม่หมดหรือใช้วัสดุระดับสูง เพราะการประเมินสิ่งปลูกสร้างใช้แบบมาตรฐานและหักค่าเสื่อม
พื้นที่ที่ผังเมืองเปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งเปลี่ยนสิ่งที่สร้างได้บนที่ดินนั้น และเปลี่ยนกลุ่มผู้ซื้อทั้งกลุ่ม ซึ่งเป็นเรื่องที่อธิบายไว้ในผังเมืองเปลี่ยนราคาที่ดินได้อย่างไร
ในสี่กรณีนี้ ราคาประเมินไม่ได้ผิด มันแค่ยังไม่ได้ถูกออกแบบมาให้จับเรื่องพวกนี้
และบางครั้งราคาประเมินก็สูงกว่าราคาตลาด
คนมักคิดว่าราคาประเมินต่ำกว่าเสมอ ซึ่งไม่จริง
ที่ดินตาบอด ที่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ มีราคาตลาดต่ำกว่าที่ดินข้าง ๆ มาก ทั้งที่อยู่ในบล็อกเดียวกันและได้ราคาประเมินใกล้เคียงกัน
ที่ดินที่ติดภาระ เช่น มีภาระจำยอมพาดผ่าน หรือมีผู้เช่าระยะยาวอยู่ ซึ่งลดสิ่งที่ผู้ซื้อทำได้กับที่ดินนั้น
ทรัพย์ในทำเลที่ซบเซา ที่ตลาดไม่มีผู้ซื้อจริงในราคานั้นแล้ว แต่บัญชีราคาประเมินยังเป็นของรอบที่เศรษฐกิจย่านนั้นยังดี
บ้านที่สภาพทรุดหนัก ซึ่งการหักค่าเสื่อมตามอายุอาคารตามไม่ทันความเสียหายจริง
ในกรณีเหล่านี้ คนขายจะพบว่าค่าธรรมเนียมและภาษีคิดจากตัวเลขที่สูงกว่าที่ตัวเองขายได้จริง
ใช้ตัวเลขไหนตอนไหน
ตอนคำนวณค่าโอนและภาษีที่ดิน ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ ซึ่งขอทราบได้จากสำนักงานที่ดินที่โฉนดอยู่
ตอนตั้งราคาขาย ใช้ราคาตลาดจากดีลที่ปิดจริงในย่านนั้น ไม่ใช่ราคาประเมินและไม่ใช่ราคาประกาศขายของคนอื่น
ตอนคำนวณว่าต้องเตรียมเงินสดเท่าไร ใช้ราคาประเมินของธนาคาร เพราะวงเงินกู้อิงตัวนั้น
ตอนต่อรอง ใช้ทั้งสามตัว แต่ใช้คนละแบบ
ราคาตลาดบอกว่าราคาที่คุยกันอยู่สมเหตุสมผลไหม
ราคาประเมินของธนาคารบอกว่าดีลนี้จบได้จริงไหมด้วยเงินที่มี
ส่วนราคาประเมินทุนทรัพย์บอกว่าวันโอนจะต้องจ่ายเท่าไร
คนที่รู้ทั้งสามตัวก่อนเข้าโต๊ะเจรจา อยู่ในตำแหน่งที่ต่างจากคนที่รู้ตัวเดียวมาก
ห้าวิธีหาราคาตลาดจริง
หนึ่ง ดูราคาปิดจริง ไม่ใช่ราคาประกาศ ถ้าหาข้อมูลปิดจริงไม่ได้ ให้ดูว่าประกาศไหนหายไปจากตลาดเร็ว และประกาศไหนอยู่มานาน
ประกาศที่ขายได้เร็วบอกช่วงราคาที่ตลาดยอมรับ ส่วนประกาศที่ค้างบอกเพดานที่ตลาดไม่ยอม
สอง เทียบทรัพย์ที่เหมือนกันจริง ขนาดที่ดินใกล้กัน อายุอาคารใกล้กัน อยู่ในซอยเดียวกันหรือซอยข้างเคียง
บ้านคนละแบบในซอยเดียวกันเทียบกันไม่ได้ และบ้านแบบเดียวกันคนละทำเลก็เทียบกันไม่ได้
สาม ปรับตามความต่างทีละข้อ เช่น ถ้าแปลงเทียบมีหน้ากว้างมากกว่า ให้บวก ถ้าอยู่ติดถนนใหญ่ที่เสียงดัง ให้ลบ
การปรับต้องเขียนออกมาเป็นข้อ ๆ ไม่ใช่ปรับในใจ
สี่ ถามคนที่ทำงานในย่านนั้นจริง เช่น นายหน้าที่ปิดดีลในซอยนั้นในปีที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อมูลที่ไม่ปรากฏในประกาศ
ห้า ทดสอบด้วยตลาดเอง ถ้าลงประกาศแล้วไม่มีใครติดต่อในสองสัปดาห์แรก แปลว่าราคาสูงเกินไป ไม่ใช่แปลว่าตลาดเงียบ
สองสัปดาห์แรกคือช่วงที่ประกาศได้รับความสนใจมากที่สุด และเป็นข้อมูลที่ตรงที่สุดที่จะได้มา
สิ่งที่ควรทำก่อนตัดสินใจ
ขอทราบราคาประเมินทุนทรัพย์ของแปลงนั้น จากสำนักงานที่ดินที่โฉนดอยู่
ถามว่าบัญชีรอบปัจจุบันเริ่มใช้เมื่อไร เพราะยิ่งใกล้ปลายรอบ ช่องว่างกับตลาดยิ่งกว้าง
รวบรวมดีลที่ปิดจริงในย่านนั้นอย่างน้อยสามรายการ แล้วเขียนความต่างของแต่ละรายการเทียบกับทรัพย์ของคุณ
ถามธนาคารว่าประเมินได้เท่าไรก่อนวางมัดจำก้อนใหญ่ ไม่ใช่หลังจากนั้น
อย่าใช้ราคาประเมินเป็นเหตุผลในการต่อรอง เพราะผู้ขายรู้อยู่แล้วว่ามันไม่ใช่ราคาตลาด และการยกขึ้นมาทำให้บทสนทนาสะดุดโดยไม่ได้อะไร
ข้อสุดท้ายนี้เป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยมากในผู้ซื้อครั้งแรก
คำถามที่พบบ่อย
ราคาประเมินทุนทรัพย์คืออะไร
เป็นราคาที่กรมธนารักษ์จัดทำตามพระราชบัญญัติการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ. 2562 ประกาศเป็นบัญชีทั้งรอบ ใช้คำนวณค่าธรรมเนียมและภาษีที่สำนักงานที่ดิน และเป็นฐานของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ทำไมราคาประเมินถึงต่ำกว่าราคาตลาดมาก
เพราะประเมินเป็นชุดรายบล็อกหรือรายถนน ใช้ไปตลอดรอบบัญชี ไม่ได้ดูสภาพจริงของอาคาร ไม่ให้ค่ากับวิวหรือทำเลเฉพาะแปลง และถูกออกแบบให้เป็นฐานที่แน่นอนสำหรับการเก็บภาษี ไม่ใช่ให้บอกราคาขาย
ราคาประเมินของธนาคารต่างจากราคาประเมินทุนทรัพย์อย่างไร
ต่างที่วัตถุประสงค์ ราคาประเมินของธนาคารตอบว่าหากต้องขายทอดตลาดจะได้เงินคืนเท่าไร ไม่ได้ตอบว่าราคาตลาดของบ้านคือเท่าไร และธนาคารมักคิดวงเงินกู้จากตัวเลขที่ต่ำกว่าระหว่างราคาซื้อขายกับราคาประเมินของตน
ราคาประกาศขายคือราคาตลาดหรือไม่
ไม่ใช่ เป็นราคาตั้งต้นของผู้ขาย ราคาตลาดคือราคาที่ปิดจริงในดีลที่ผ่านมาไม่นาน สำหรับทรัพย์ที่เทียบกันได้
ราคาประเมินสูงกว่าราคาตลาดได้ไหม
ได้ พบในที่ดินตาบอด ที่ดินที่ติดภาระจำยอมหรือมีผู้เช่าระยะยาว ทรัพย์ในทำเลที่ซบเซา และบ้านที่ทรุดโทรมกว่าค่าเสื่อมตามอายุ
ราคาประเมินปรับปรุงบ่อยแค่ไหน
ประกาศเป็นรอบบัญชี ไม่ได้ปรับรายปีตามตลาด จึงควรถามด้วยว่ารอบปัจจุบันเริ่มใช้เมื่อไร เพราะยิ่งใกล้ปลายรอบ ช่องว่างกับตลาดยิ่งกว้าง
ต่อรองราคาโดยอ้างราคาประเมินได้ไหม
ทำได้แต่ไม่ได้ผล เพราะผู้ขายรู้อยู่แล้วว่าราคาประเมินไม่ใช่ราคาตลาด สิ่งที่ใช้ต่อรองได้จริงคือดีลที่ปิดจริงในย่านเดียวกันและสภาพของทรัพย์
รู้ได้อย่างไรว่าตั้งราคาขายสูงเกินไป
ดูจากสองสัปดาห์แรกหลังลงประกาศ ซึ่งเป็นช่วงที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ถ้าไม่มีใครติดต่อเลยในช่วงนั้น มักเป็นเรื่องราคา ไม่ใช่เรื่องตลาดเงียบ
สรุป
- ที่ดินแปลงเดียวมีราคาสามชุด และแต่ละชุดตอบคนละคำถาม
- ราคาประเมินทุนทรัพย์มีไว้คิดค่าธรรมเนียมและภาษี ไม่ได้มีไว้บอกราคาขาย
- มันประเมินเป็นชุดรายบล็อก ใช้ทั้งรอบบัญชี และไม่ได้ดูสภาพจริงของอาคาร
- ราคาประเมินของธนาคารตอบคำถามเรื่องหลักประกัน ไม่ใช่เรื่องราคาตลาด
- ราคาตลาดมาจากดีลที่ปิดจริง ไม่ใช่จากราคาประกาศขาย
- ช่องว่างกว้างที่สุดในทำเลที่มีโครงสร้างพื้นฐานใหม่ และในบ้านที่มูลค่าอยู่ในตัวอาคาร
- บางครั้งราคาประเมินสูงกว่าตลาด เช่น ที่ดินตาบอดและทรัพย์ที่ติดภาระ
- ถามธนาคารว่าประเมินได้เท่าไรก่อนวางมัดจำก้อนใหญ่
- อย่าใช้ราคาประเมินเป็นเหตุผลต่อรอง เพราะผู้ขายรู้อยู่แล้วว่ามันคนละเรื่อง